วิกฤตน้ำมัน หรือวิกฤตความเชื่อมั่น? แม้ตัวเลขรัฐบาลบอกว่าเพียงพอ แต่หน้าปั๊มกลับไม่พอให้เติม ชาวบ้านต่อคิวยาวเหยียด พบบางแห่งฉวยโอกาสกักตุนขายอัปราคา
สงครามที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง ระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ส่งผลให้ทั่วโลกเริ่มเกิดปัญหาวิกฤตเรื่องของน้ำมันอย่างหนัก และ “ประเทศไทย” ก็ได้รับผลกระทบในครั้งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ภาครัฐจะยืนยันว่ายังมีน้ำมันสำรองใช้ได้มากกว่า 100 วัน แต่ภาพที่เกิดขึ้นจริงคือปั๊มน้ำมันหลายแห่งเริ่มมีน้ำมันไม่เพียงพอ ประชาชนต้องต่อคิวยาวเพื่อรอเติมน้ำมันในแต่ละวัน บางคนต้องรอนานกว่าครึ่งวัน บางคนไม่สามารถหาน้ำมันเติมได้
คำถามสำคัญคือ น้ำมันที่ควรอยู่ในระบบกำลังหายไปไหนกันแน่ อะไรอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ทีมข่าว SEE TRUE จะพาไปเห็นความจริง
ทีมข่าวลงพื้นที่ไปยัง อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อติดตามถึงสถานการณ์วิกฤตน้ำมันที่เกิดขึ้น โดยพูดคุยกับชาวบ้านรายหนึ่งที่มารอต่อคิวเผยว่า มารอตั้งแต่ 10 โมงเช้า จนถึงเวลาบ่าย 2 ก็ยังไม่ได้เติมน้ำมัน ไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากรอมานานกว่า 4 ชั่วโมงแล้ว เมื่อถามถึงกรณีที่รัฐบาลบอกว่าน้ำมันยังมีพอในความเป็นจริงนั้นตรงกันไหม ชาวบ้านตอบว่าไม่ใช่
...
“บอกว่าอย่าตกใจ อย่าตื่นตระหนก ความจริงคือความจริง คำนี้พูดไม่ได้เพราะมันตื่นตระหนกไปแล้ว และเราต้องใช้ชีวิตดิ้นรนกันไปเอง”
ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องคอยช่วยเหลือประชาชน ทีมข่าวเดินทางสำรวจตามปั๊มน้ำมันต่างๆ และพบกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าช่วงนี้สถานการณ์ใน อ.แม่สอด ค่อนข้างขาดแคลนเพราะการขนส่งช้า ตนได้รับคำสั่งให้มาดูแลประชาชนและตรวจสอบไม่ให้ชาวต่างชาติเข้ามาเติมน้ำมัน เนื่องจากวิกฤตครั้งนี้คนไทยเองก็ยังไม่พอใช้ ซึ่งได้มีการแจ้งทางฝั่งพม่าแล้ว ทำให้แถวที่ต่อคิวอยู่ไม่มีรถจากฝั่งพม่าเลย
อย่างไรก็ดี แม้เจ้าหน้าที่รัฐจะไม่อนุญาตให้รถจากต่างประเทศเข้ามาเติมน้ำมัน แต่ทีมงาน SEE TRUE ตรวจสอบจนพบรถจากประเทศเมียนมาที่มีพฤติกรรมต้องสงสัย โดยใช้วิธีหลีกเลี่ยงการนำรถเข้าไปเติมในปั๊มโดยตรง แต่ให้คนเดินถือแกลลอนน้ำมันเข้าไปเติมแทน คาดการณ์ว่าน่าจะนำไปใช้เพื่อเดินทางกลับและใช้ในชีวิตประจำวัน เนื่องจากราคาน้ำมันในฝั่งเมียนมาสูงและขาดแคลนกว่าฝั่งไทยมาก
ขณะที่ภาครัฐก็ได้เร่งปราบปรามขบวนการกักตุนน้ำมัน ซึ่งมีการจับกุมได้เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 โดย นายอรรถวุฒิ จันทร์เจริญ ปลัดป้องกันอำเภอแม่สอด ระบุว่า จุดที่ลงพื้นที่พบการกักตุนน้ำมันดีเซลเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดถึง 10,800 ลิตร โดยได้รับเบาะแสจากประชาชนและบูรณาการร่วมกับตำรวจและทหาร ซึ่งการกักตุนจำนวนมหาศาลนี้สะท้อนถึงการหวังผลกำไร เพราะหากนำไปขายในเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา จะได้กำไรมากถึง 30-40 บาทต่อลิตร หรือคิดเป็นเงินรวมถึง 3-4 แสนบาทเลยทีเดียว
นอกจากนี้ทีมข่าว SEE TRUE ยังพบเบาะแสปั๊มน้ำมันที่ฉวยโอกาสขึ้นราคา โดยมีการนำรั้วมากั้นและติดป้ายแจ้งว่า “ดีเซลหมด” แต่บริเวณหลังปั๊มกลับพบป้ายระบุราคาดีเซลวันนี้ที่ 38.50 บาท ทีมงานได้แอบถ่ายหลักฐานขณะสอบถามพนักงาน ซึ่งพนักงานยืนยันว่าน้ำมันกำลังขนถ่ายลงรถ หากต้องการให้มาลงชื่อและเบอร์โทรศัพท์เพื่อล็อกคิวไว้ในราคานี้ได้เลย
...
วิกฤตน้ำมันที่เกิดขึ้นในวันนี้อาจไม่ได้เริ่มจากการขาดแคลน แต่มันเริ่มจาก “ความไม่เชื่อมั่น” เมื่อประชาชนเริ่มไม่มั่นใจ ความตื่นตระหนกจึงตามมา และภาพของการต่อคิวยาวก็ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกนั้น ขณะเดียวกัน ช่องว่างของสถานการณ์ก็เปิดโอกาสให้บางกลุ่มเข้ามาฉวยโอกาสเปลี่ยนความขาดแคลนให้กลายเป็นกำไร
คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่าน้ำมันพอหรือไม่ แต่มันคือระบบที่ดูแลอยู่ยังน่าเชื่อถือแค่ไหน เพราะในวันที่น้ำมันเริ่มหาย สิ่งที่หายไปพร้อมกันคือความเชื่อมั่นของคนทั้งประเทศ
ติดตาม #ข่าวแสบเฉพาะกิจ รายการวาไรตี้ข่าวสุดแสบ จะพิสูจน์ ตรวจสอบ พร้อมลงทุกพื้นที่ ขยี้ทุกความจริง ทุกวันเสาร์ 6 โมงเย็น ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32
