ทนายอนันต์ชัย ร้องสอบประธานมูลนิธิฯ พระชัยวัฒน์ วัดป่าชนะใจ เข้าข่ายมีส่วนร่วมรุกที่ ส.ป.ก. และละเมิดพระวินัย

วันนี้ 19 มี.ค. 69 เพจทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายกระดูกเหล็ก ได้โพสต์ถึงการเรียกร้องให้ต้นสังกัดพระที่มีชื่อเป็นประธานมูลนิธิครูบาชัยวัฒน์เพื่อสันติสุข ตรวจสอบ หลังร้องเรียนอาจมีส่วนรู้เห็นในการรุกที่ ส.ป.ก. ของ พระชัยวัฒน์ วัดป่าชนะใจ จ.สระบุรี

มูลนิธิทนายกองทัพธรรม ร้องเรียนต่อ พระราชวชิราลังการ เจ้าอาวาสวัดวชิราลงกรณวรารามวรวิหาร/เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา(ธรรมยุต) ให้สอบอธิกรณ์ พระจิรายุเดช ธรรมวาณิชย์ ประธานมูลนิธิครูบาชัยวัฒน์เพื่อสันติสุข


จากกรณีปรากฏเป็นข่าวไปทั่วประเทศว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สนธิกำลัง บก.ปทส., ป.ป.ท., บก.ปปป., กรมป่าไม้, ส.ป.ก. และ ป.ป.ช.จังหวัดสระบุรี ได้ร่วมกันลงพื้นที่เข้าตรวจสอบการครอบครองที่ ส.ป.ก. ของสำนักปฏิบัติธรรมป่าชนะใจ ของพระชัยวัฒน์ โดยพบว่า ได้มีการบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินของ ส.ป.ก. มีการตัดต้นไม้ ทำลายป่าไม้ มีการปลูกสร้างสถานปฏิบัติธรรม มีการเชิญชวน ซื้อกุฏิเพื่อปฏิบัติธรรม หลังละ 500,000 บาท และสร้างกุฏิพระสงฆ์ มีการถมที่ทำถนนเป็นจำนวนกว่า 100 ไร่ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 2,000 ไร่ ต่อมา พระชัยวัฒน์ ได้สัมภาษณ์สื่อโดยเฉพาะรายการโหนกระแส ว่า ได้ทำในนาม “มูลนิธิครูบาชัยวัฒน์เพื่อสันติสุข” ทั้งการก่อสร้างการเรี่ยไร การดำเนินการใด ๆ ก็ทำในนามมูลนิธิครูบาชัยวัฒน์เพื่อสันติสุข ซึ่งมีพระจิรายุเดช ธรรมวาณิชย์ ประธานคณะกรรมการมูลนิธิครูบาชัยวัฒน์เพื่อสันติสุข มูลนิธิทนายกองทัพธรรม ตรวจสอบพบว่า พระจิรายุเดช ธรรมวาณิชย์ ฯ สังกัดวัดวชิราลงกรณวรารามวรวิหาร ซึ่งมีพระราชวชิราลังการ เป็นเจ้าอาวาสวัดวชิราลงกรณวรารามวรวิหาร/เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา(ธรรมยุต) และเป็นพระอุปัชฌาย์

...


จากเหตุการณ์ดังกล่าว วันนี้ มูลนิธิทนายกองทัพธรรม โดยผมทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม จึงได้ทำหนังสือ ร้องเรียนต่อ พระราชวชิราลังการ เจ้าอาวาสวัดวชิราลงกรณวรารามวรวิหาร เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา(ธรรมยุต) ให้สอบอธิกรณ์ พระจิรายุเดช ธรรมวาณิชย์ ประธานมูลนิธิครูบาชัยวัฒน์เพื่อสันติสุข เพื่อให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนลงนิคหกรรม ตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2621) ว่าด้วยการลงนิคหกรรม ตามข้อ 4 (ข) โดยกล่าวหาว่า “พระจิรายุเดช ธรรมวาณิชย์ ประธานมูลนิธิครูบาชัยวัฒน์เพื่อสันติสุข เป็นพระภิกษุสังกัด วัดวชิราลงกรณวรารามวรวิหาร” พระจิรายุเดช ธรรมวาณิชย์ เป็นพระภิกษุตามความในข้อ 4 (1) ก. พระภิกษุซึ่งมิใช่ผู้ปกครองสงฆ์ รวมถึงพระภิกษุซึ่งดำรงสมณศักดิ์ต่ำกว่าชั้นพระราชาคณะ มีความผิดตาม ข้อ 4 (2) ซึ่งต้องรับนิคหกรรมตาม (3) โดย พระราชวชิราลังการ วิ. เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา (ธรรมยุต) เจ้าอาวาส วัดวชิราลงกรณวรารามวรวิหาร ดำรงสถานะเป็นผู้มีอำนาจลงนิคหกรรม ในฐานะเจ้าสังกัดตามความในข้อ 4 (11) และ (12) และ พระจิรายุเดช ธรรมวาณิชย์ เป็นสัทธิวิหาริกและอันเตวาสิกของท่านเอง แต่ปรากฏว่า พระจิรายุเดช ธรรมวาณิชย์ ไม่พำนักจำพรรษาในวัดวชิราลงกรณวรารามวรวิหาร ซึ่งเป็นต้นสังกัด และยังไม่พ้นนิสัย เที่ยวไปในที่อโคจรจนกระทั่งถูกกล่าวว่า บุกรุกที่ ส.ป.ก. โดยไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่ เข้าข่ายอทินนาทานทุติยปาราชิกหรือไม่? หรือกรณีชื่อมูลนิธิครูบาชัยวัฒน์เพื่อสันติสุข จะเป็นการบุกรุกที่ดินของรัฐแล้วแย่งการครอบครองเพื่อประโยชน์คฤหัสถ์ ก็เป็นการคลุกคลีกับคฤหัสถ์ จนกระทั่งละเมิดพระวินัยและกฎหมายอาญาแผ่นดิน ซึ่งต้องให้ลาสิกขาหรือปัพพาชนียกรรม หรือไม่? เพราะมูลนิธิครูบาชัยวัฒน์เพื่อสันติสุขดำเนินการตามวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ของเอกชนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์


นอกจากนี้การกระทำของ พระจิรายุเดช ธรรมวาณิชย์ ยังเข้าข่ายความผิดฐานบุกรุกที่ดินของรัฐซึ่งอยู่ในระหว่างการดำเนินคดี ยังเป็นโลกวัชชะ ประชาชนตำหนิติเตียนสร้างความเสียหายแก่คณะสงฆ์ไทย ดังนั้น คณะสงฆ์ฝ่ายปกครองระดับวัดเจ้าสังกัดและพระอุปัชฌาย์ จะต้องพิจารณาลงนิคหกรรมโดยเร็ว ถ้าพบว่ากระทำความผิดทางพระวินัยดังกล่าวจริง

มูลนิธิทนายกองทัพธรรม จึงกราบนมัสการมายังพระเดชพระคุณ พระราชวชิราลังการ วิ.

เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดวชิราลงกรณวรารามวรวิหาร เพื่อให้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนอธิกรณ์ต่อ พระจิรายุเดช ธรรมวาณิชย์ ตามพระวินัยและกฎมหาเถรสมาคมฯ ที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว

...


นอกจากนี้ มูลนิธิทนายกองทัพธรรม ได้มีหนังสือสอบถามมายังพระเดชพระคุณฯ ผ่านไปยังคณะกรรมการสอบสวนข้อร้องเรียนของคณะสงฆ์จังหวัดนครราชสีมา เพื่อขอทราบผลการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีการร้องเรียนพระมหาธีรนาถ อคคธิโร ประธานที่พักสงฆ์ผาสูง (พระบรมธาตุเจดีย์ศรีภูผาสูง พระธาตุจอมผา) บ้านดงมะไฟ ตำบลมะเกลือใหม่ อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา บัดนี้ล่วงเลยระยะเวลามาพอสมควรแต่ยังไม่มีหนังสือตอบกลับมายังมูลนิธิทนายกองทัพธรรม แต่อย่างใด จึงขอกราบนมัสการสอบถามอีกครั้งว่า ผลการสอบสวนอธิกรณ์เป็นประการใด ขอพระเดชพระคุณฯ มีหนังสือแจ้งผลมาเพื่อทราบจักเป็นความเมตตานุเคราะห์อย่างยิ่ง