ไม่พบข้อมูล “รัฐบาลอนุทิน” สั่งเปลี่ยนป้ายน้ำมันหมดหน้าตู้เป็น “รอการจัดส่ง” ด้านกระทรวงพลังงาน เผยแนวทางแก้น้ำมันหน้าปั๊มขาดแคลน ประสานผู้ค้าเพิ่มรถขนส่งน้ำมัน-ผ่อนผันวิ่ง 24 ชม.

จากกรณีที่มีการแชร์ข้อความระบุว่า "รัฐบาลอนุทิน" นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่าได้สั่งแก้ปัญหาน้ำมันที่สถานีบริการหมด โดยให้แก้ไข “น้ำมันหมดหน้าตู้” เป็นป้าย “รอการจัดส่ง” แทน เพื่อลดความตื่นตระหนกของประชาชน

ข้อความดังกล่าวถูกแชร์ต่อในโซเชียลมีเดีย ในช่วงวันที่ 17 - 19 มี.ค.2569 โดยจากการตรวจสอบของทีมข่าว พบว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวไม่ปรากฏข้อมูลนี้จากการสัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี

ล่าสุดวันนี้ (19 มี.ค. 2569) นายอนุทิน เป็นประธานการประชุม ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง (ศบก.) ร่วมกับกระทรวง หน่วยงาน ภาคเอกชน และภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง ระบุว่ารัฐบาลดำเนินมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น กำหนดเพดานราคาน้ำมันใหม่ ส่งเสริมพลังงานชีวภาพ ขยายเวลาขนส่งน้ำมัน

อย่างไรก็ดี ยอมรับว่า ยังมีปัญหาในเชิงปฏิบัติอยู่ โดยมีประชาชนในหลายพื้นที่รายงานเข้ามาว่ายังไม่สามารถเข้าถึงการเติมน้ำมันได้อย่างคล่องตัว มีความกังวลเรื่องปริมาณน้ำมันไม่เพียงพอ ซึ่งยืนยันว่ายังไม่มีปัญหาเรื่องการสำรองน้ำมันและการเข้ามาของน้ำมันดิบ เรายังสามารถที่จะสั่งซื้อและนำเข้าน้ำมันดิบจากหลายภูมิภาคทั่วโลก โดยยังไม่มีเหตุหรือตัวชี้วัดใดที่บอกว่าน้ำมันของประเทศไทย จะเข้ามาในปริมาณที่ลดน้อยลง จึงฝากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องช่วยกันให้ความเชื่อมั่นกับประชาชน

เพราะปัญหาขณะนี้เมื่อประชาชนมีความกังวลทั้งที่ซัปพลายไม่ได้ลดลง พร้อมยกตัวอย่าง เช่น ตู้เอทีเอ็มใส่เงินไว้ 3 ล้านบาท แต่มากด 10 ล้านบาท อย่างไรก็ไม่พอ เช่นเดียวกัน เราไม่สามารถเติมน้ำมันให้เต็มปั๊มได้ตลอดเวลา เพราะก็มีวงรอบในเรื่องของการส่ง ดังนั้นจึงต้องหาวิธีในการทำอย่างไรก็ตาม เพื่อที่จะทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ เพื่อแก้ปัญหาการมารอกันเต็มหน้าปั๊มเหมือนที่ผ่านมา (อ่านเพิ่มเติม : “อนุทิน” จี้ ขนส่ง-จ๊อบเบอร์ โชว์สัญญาซื้อน้ำมัน หลังปริมาณลดอย่างมีนัยสำคัญ)

...

สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำมันที่สถานีหมด รถน้ำมันขนส่งไม่ทันความต้องการเติมนั้น ล่าสุดวันที่ 19 มี.ค.2569 ในการแถลงข่าว ศบก. นายวุฒิทัต ตันติเวสส รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า จากการตรวจสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ ในระหว่างวันที่ 15-17 มี.ค.จำนวน 2,649 แห่ง พบว่า

- ปั๊มปิดเนื่องจากน้ำมันหมด 241 แห่ง (9.1%)

- เปิดให้บริการ แต่น้ำมันบางชนิดหมดหรือใกล้หมด 1,912 แห่ง (72.2%)

- เปิดให้บริการ และยังมีน้ำมันเพียงพอจำหน่าย 496 แห่ง (18.7%)

ผลสำรวจพบว่า ความต้องการใช้น้ำมันสูงขึ้นกว่าปกติมาก ทำให้ขนส่งน้ำมันจากคลังไม่ทันตามความต้องการ จนเกิดสถานการณ์น้ำมันหน้าปั๊มหมด ซึ่งแนวทางแก้ไขมีดังนี้

1. ผ่อนผันเวลาเดินรถขนส่งน้ำมัน ตลอด 24 ชม. 

ขอความร่วมมือไปยัง 4 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม และกรุงเทพมหานคร ผ่อนผันเวลาเดินรถขนส่งน้ำมัน ตลอด 24 ชม. เพื่อกระจายน้ำมันเข้าสู่สถานีได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งก่อนนี้จะไม่สามารถขนส่งน้ำมันได้ในช่วงเวลาเร่งด่วนคือ 05.00 - 10.00 น. และช่วง 15.00 - 21.00 น.

2.เพิ่มรถขนส่งน้ำมัน 

ประสานผู้ค้าน้ำมันในเพิ่มจำนวนและเที่ยวรถ โดยแต่ละรายสามารถเพิ่มเที่ยวรถขนส่งได้ตั้งแต่ 10% ถึงเพิ่มเป็นเท่าตัว

เมื่อ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการเชิญผู้ค้ามาตรา 10 หรือ “ผู้ค้ารายย่อย” ที่มีปริมาณการค้าต่อปี มากกว่า 3 หมื่นเมตริกตัน แต่ไม่เกิน 1 แสนเมตริกตัน เพื่อติดตามสถานการณ์และหารือปัญหา และพบว่าผู้ค้าตามมาตรา 10 ได้รับการจัดสรรน้ำมันตามปกติแต่ไม่ได้รับการจัดสรรเพิ่มเติม จึงไม่เพียงพอกับความต้องการน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ผู้ค้าบางรายก็ได้รับน้ำมันลดลง จึงขอให้กรมธุรกิจพลังงานประสานกับผู้ค้ารายใหญ่จัดสรรปริมาณน้ำมันมาให้เพิ่มขึ้น เพื่อส่งไปยังภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมต่อไป พร้อมขอให้ดูแลเรื่องราคาและกำกับเรื่องการจ่ายน้ำมันจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดด้วย 

ขณะนี้กำลังเร่งออกประกาศกระทรวงพลังงาน ตามมาตรา 8 ของ พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 เพื่อยกระดับการกำกับดูแล ให้คลังน้ำมันแสดงราคาจำหน่ายหน้าคลังและรายงานข้อมูลการจำหน่ายน้ำมันหน้าคลังในแต่ละวัน และรายงานข้อมูลราคาจำหน่ายตามสัญญาซื้อขาย

ทั้งนี้จากกระแสข่าวว่าไทยส่งน้ำมันไปยังประเทศกัมพูชานั้น นายวุฒิทัต กล่าวว่า กรมธุรกิจพลังงาน ขอยืนยันว่าไม่มีการส่งออกน้ำมันทุกประเภทไปยังประเทศกัมพูชาและไม่ได้รับรายงานว่ามีการลักลอบขนส่งน้ำมันไปยังกัมพูชาอย่างแน่นอน

สำหรับสถานการณ์น้ำมันสำรองในประเทศ ณ วันที่ 19 มี.ค. 2569 อยู่ที่ 5,060 ล้านลิตร หรือเพียงพอใช้งาน 41 วัน และมีน้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่งและน้ำมันที่จะนำเข้าซึ่งได้รับการยืนยันแล้ว จำนวน 7,396 ล้านลิตร หรือ 59 วัน ทำให้ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองใช้ประมาณ 100 วัน