มะพร้าวน้ำหอม ราคาตกต่ำต่อเนื่องกว่า 8 เดือน ทุนจีนกลืนอาชีพคนไทย จับมือนอมินีกินรวบทั้งสวนถึงส่งออก นายกสมาคมมะพร้าวน้ำหอมไทย ชี้ รัฐเป็นพี่เลี้ยงตั้ง "ล้งกลาง” หวังปรับโครงสร้างตลาดมะพร้าวทั้งระบบ 

จากราคาของมะพร้าวน้ำหอมที่ตกต่ำมากว่า 8 เดือน ส่งผลให้เกษตรกรชาวสวน ได้รับผลกระทบในการแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น ขณะเดียวกันก็พบว่ามีชาวจีน ที่มาตั้งล้ง โดยให้คนไทยเป็นนอมินี ในการควบคุมราคาและส่งออกมะพร้าวน้ำหอมตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ

สิ่งนี้ทำให้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ มองทางแก้ปัญหาว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างเตรียมหารือร่วมกับสมาคมมะพร้าวน้ำหอมไทย เพื่อรับฟังสถานการณ์จากภาคเกษตรกร และร่วมกันจัดทำแนวทางแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ พร้อมวางแผนบริหารจัดการผลผลิตในระยะต่อไป โดยหนึ่งในมาตรการสำคัญคือการผลักดันให้เกิด “ล้งกลางของเกษตรกร” 


“ล้งกลาง” คืออะไร ช่วยเกษตรกรได้อย่างไร?

โดยทั่วไป “ล้งมะพร้าว” ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการคัดแยก บรรจุ และจัดการผลผลิตก่อนกระจายไปยังตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในฐานะตัวกลางในการกำหนดราคาซื้อขายในตลาด

...

แนวคิดของ ล้งกลาง ที่กำลังถูกผลักดันในครั้งนี้ จะปรับรูปแบบให้กลุ่มเกษตรกรหรือวิสาหกิจชุมชนเป็นผู้รวบรวมผลผลิตมะพร้าว จากสวนของเกษตรกรคนไทย แล้วนำเข้าสู่กระบวนการคัดแยกและกระจายสินค้า ขณะที่ภาครัฐจะเข้ามาทำหน้าที่สนับสนุนด้านการตลาด การจัดการโลจิสติกส์ และการกระจายสินค้าไปยังตลาดต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้ผลผลิตของเกษตรกรสามารถเข้าถึงผู้ซื้อได้มากขึ้น

แนวคิดดังกล่าวยังมุ่งหวังให้รายได้จากการซื้อขายผลผลิตส่งถึงมือเกษตรกรโดยตรงมากขึ้น แทนที่จะผ่านตัวกลางหลายชั้นในระบบการค้าแบบเดิม ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกษตรกรมีอำนาจต่อรองต่ำและไม่สามารถกำหนดราคาได้

ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ สอบถามไปยัง "จรัญ เจริญทรัพย์" นายกสมาคมมะพร้าวน้ำหอมไทย เปิดเผยว่า การมีล้งกลางของเกษตรกรจะช่วยสร้างทำให้เกษตรกรสามารถกำหนดทิศทางการจำหน่ายผลผลิตได้มากขึ้น

“ถ้าเรายังไม่มีล้งกลางของเกษตรกร เม็ดเงินก็ยังต้องผ่านล้งทั่วไปที่อาจมีทุนรายใหญ่ครอบงำ แต่ถ้ามีล้งกลาง เกษตรกรจะสามารถรวบรวมผลผลิตและขายผ่านระบบที่ตัวเองมีส่วนบริหารจัดการ รายได้ก็จะถึงมือเกษตรกรมากขึ้น”

ล้งกลางในแนวคิดนี้จะดำเนินการโดยกลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ที่มีประสบการณ์ด้านการทำล้งหรือการแปรรูปมะพร้าว ขณะที่ภาครัฐจะทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนในลักษณะ “พี่เลี้ยง” ทั้งด้านเงินทุน ปัจจัยการผลิต และการตลาด ส่วนการบริหารจัดการหลักยังคงอยู่ในมือของเกษตรกร

นอกจากนี้ ล้งกลางยังอาจกลายเป็นฐานสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์มะพร้าวรูปแบบใหม่ ๆ รวมถึงการขยายตลาดไปยังประเทศหรือภูมิภาคอื่นในอนาคต


สถานการณ์มะพร้าวน้ำหอมในปัจจุบัน

ราคามะพร้าวน้ำหอมในปัจจุบันกำลังอยู่ในภาวะวิกฤต โดย "จรัญ" มองว่า ราคามะพร้าวหน้าสวนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ จังหวัดราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และบางส่วนของจังหวัดเพชรบุรี ลดลงต่ำกว่าต้นทุนการผลิตอย่างมาก

ปัจจุบัน มะพร้าวขนาดเล็กมีราคาประมาณลูกละ 2 บาท ขณะที่ มะพร้าวขนาดใหญ่ที่สามารถส่งออกได้มีราคาเพียงลูกละ 4-5 บาท เมื่อเฉลี่ยรวมทุกขนาดแล้ว เกษตรกรจะขายได้เพียง 3-4 บาทต่อลูก ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนการผลิต

“ราคาที่เหมาะสมสำหรับเกษตรกรควรไม่ต่ำกว่าลูกละ 5 บาท แต่ตอนนี้หลายสวนต้องขาดทุนต่อเนื่องมาแล้วประมาณ 7-8 เดือนแล้ว” 

ภาวะราคาตกต่ำยาวนานส่งผลให้เกษตรกรจำนวนมากเริ่มประสบปัญหาสภาพคล่อง บางรายไม่มีเงินเพียงพอสำหรับซื้อปุ๋ยหรือดูแลสวนมะพร้าว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพผลผลิตในระยะต่อไป

“ถ้าเกษตรกรไม่มีเงินบำรุงต้นมะพร้าว คุณภาพผลผลิตก็จะลดลง ลูกมะพร้าวอาจเล็กลงหรือด้อยคุณภาพ ซึ่งจะกลายเป็นปัญหาต่อเนื่องในอนาคต” นายจรัญกล่าว

แม้จะมีเกษตรกรบางส่วนเริ่มโค่นต้นมะพร้าวและหันไปปลูกพืชชนิดอื่น เช่น มะนาว ฝรั่ง หรือชมพู่ แต่ภาพรวมยังเกิดขึ้นในสัดส่วนไม่มาก เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่ยังต้องการรักษาสวนมะพร้าวที่เป็นอาชีพหลักไว้

...


ทุนจีนตั้งนอมินี คุมตลาดมะพร้าวน้ำหอม

ในอีกด้านหนึ่ง ปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำยังเชื่อมโยงกับโครงสร้างตลาดที่มีทุนต่างชาติเข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะทุนจากจีน เนื่องจากมะพร้าวน้ำหอมไทยเป็นสินค้าส่งออกที่มีตลาดต่างประเทศรองรับจำนวนมาก และจีนถือเป็นหนึ่งในตลาดหลัก

นายจรัญ อธิบายว่า ในอดีตผู้ประกอบการจีนเข้ามาในฐานะผู้ซื้อผลผลิต แต่เมื่อความต้องการมะพร้าวน้ำหอมเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และราคาส่งออกอยู่ในระดับที่ดี ทำให้ทุนต่างชาติเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในระบบการผลิต

ผู้ประกอบการบางส่วนเข้าไปเช่าพื้นที่สวนมะพร้าวหรือมีส่วนร่วมกับเกษตรกรผู้ปลูก รวมถึงเข้ามาดำเนินธุรกิจล้งรับซื้อ ส่งผลให้สามารถควบคุมระบบการค้าตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ

“ทุนจีนเข้ามาคุมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ ทำให้ชาวสวนไม่สามารถขยายตลาดอื่นได้ เนื่องจากทุนจีนเข้ามากว้านซื้อหมดในราคาต่ำ” เขากล่าว

จากการตรวจสอบพบว่า กลุ่มทุนต่างชาติบางส่วนใช้วิธีสวมสิทธิ์คนไทยเป็นผู้ถือหุ้น หรือที่เรียกว่านอมินี เพื่อดำเนินธุรกิจล้งรับซื้อและควบคุมกลไกราคามะพร้าว ส่งผลให้เกษตรกรได้รับราคาต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

รูปแบบการดำเนินธุรกิจดังกล่าวครอบคลุมทั้งห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่ต้นน้ำที่มีการเช่าที่ดินระยะยาวเพื่อทำสวนมะพร้าวเอง ทำให้สามารถควบคุมปริมาณผลผลิตได้ กลางน้ำที่ใช้คนไทยถือหุ้นบังหน้าในบริษัทรับซื้อ ขณะที่การตัดสินใจและกำหนดราคามาจากต่างประเทศ และปลายน้ำที่เป็นการค้าส่ง ค้าปลีก และการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ

...


ตำรวจสอบสวนกลางบุกจับ ล้งมะพร้าวนอมินีจีน 8 จุด

ล่าสุด ตํารวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ได้เข้าตรวจค้นเครือข่ายล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาติรวม 8 จุด ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี หลังพบพฤติการณ์กลุ่มทุนต่างชาติสวมสิทธิ์คนไทยเข้าครอบงำธุรกิจเกษตรที่เป็นกิจการสงวน

จากการตรวจค้นบริษัทรับซื้อมะพร้าวและโรงงานแปรรูปจำนวน 8 แห่ง พบว่ามี 5 บริษัทเข้าข่ายกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542

เบื้องต้นพบผู้กระทำความผิดเป็น นิติบุคคล 5 ราย และมีผู้ร่วมกระทำผิดประกอบด้วย บุคคลสัญชาติไทย 8 ราย และชาวต่างชาติ 6 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ การรับจ้างเป็น “นอมินี” หรือการยินยอมให้บุคคลอื่นนำชื่อไปใช้จดทะเบียนบริษัทแทนคนต่างชาติ ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย โดยมีโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการจัดระเบียบโครงสร้างตลาดมะพร้าวน้ำหอม ควบคู่ไปกับมาตรการผลักดันล้งกลางของภาครัฐ เพื่อช่วยพยุงราคาผลผลิตและสร้างเสถียรภาพให้กับเกษตรกรในระยะยาว

...


อนาคตของเกษตรกรมะพร้าวน้ำหอม

นายจรัญย้ำว่า หากเกษตรกรยังไม่มีตลาดของตนเอง หรือไม่สามารถพัฒนาช่องทางจำหน่ายเพิ่มเติมได้ ปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำก็อาจวนกลับมาอีก เพราะเกษตรกรยังคงติดอยู่ในระบบตลาดที่ถูกครอบงำ

“ถ้ายังมีนายทุนและนอมินีเข้ามาครอบงำ เกษตรกรก็ยังไม่สามารถกำหนดราคาได้ และก็ยังมองไม่เห็นอนาคตว่ามะพร้าวน้ำหอมไทยจะเป็นอย่างไรในระยะยาว” เขากล่าว

ท้ายที่สุด นายกสมาคมมะพร้าวน้ำหอมไทยระบุว่า การแก้ปัญหานี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งเกษตรกร ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อผลักดันให้เกิดล้งกลางที่มีคุณภาพ โปร่งใส และทำให้เม็ดเงินจากตลาดเข้าถึงเกษตรกรโดยตรง

หากระบบดังกล่าวสามารถพัฒนาและเติบโตได้ในอนาคต ก็อาจต่อยอดไปสู่การพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์มะพร้าวรูปแบบใหม่ ๆ รวมถึงการขยายตลาดไปยังภูมิภาคอื่น ซึ่งจะช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมไทยในระยะยาว