ทุนจีนยึดตลาดมะพร้าวน้ำหอม กดราคา ฟันกำไรส่งขายต่อประเทศที่สาม ชาวสวนโอด เจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ปราบไม่จริงจัง

ชาวสวนมะพร้าวน้ำหอมไทย ในพื้นที่ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และเพชรบุรีบางส่วน ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากราคาที่ตกต่ำ โดยต้นเหตุสำคัญมาจากทุนจีน ที่เข้ามาในพื้นที่ และใช้นอมินีคนไทยในการเข้าควบคุมตลาด แถมซ้ำร้ายกว่านั้นยังใช้ผลผลิตมะพร้าวไทยสวมสิทธิขายต่อไปยังประเทศที่สาม

ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ ได้พูดคุยกับ เจตจิรัฏฐ์ จันกิมฮะ ชาวสวนมะพร้าวน้ำหอม และผู้ประกอบการใน จ.ราชบุรี ให้ข้อมูลว่า ราคามะพร้าวน้ำหอมเริ่มตกต่ำตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 และราคาตกต่ำสุดอยู่ที่ลูกละ 1 - 3 บาท ซึ่งราคาตกต่ำมาประมาณ 8 เดือนแล้ว จนมีการเรียกร้อง ทำให้ตอนนี้ราคาในปัจจุบันเขยิบขึ้นมา 4 - 5 บาทต่อลูก แต่คาดว่าภายในสัปดาห์นี้ด้วยกลไกของโรงงาน จะมีการนัดกันหยุดรับมะพร้าวจากเกษตรกร ซึ่งทำให้ราคามะพร้าวน้ำหอมตกอีกรอบ


ตอนนี้มีทุนจีนที่มาตั้งโรงงานที่ทำมะพร้าวส่งออกในจังหวัดราชบุรี ประมาณ 80 ถึง 90% ในพื้นที่ สิ่งที่ทำให้มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากหน่วยงานเจ้าหน้าที่รัฐปล่อยปะละเลย และไม่มีการตรวจสอบล้งจีนที่ทำผิดกฎหมายในพื้นที่

ที่ผ่านมาชาวสวนมะพร้าวน้ำหอม มีการชุมนุมประมาณ 700 คน โดยมารวมตัวกันที่ศาลากลางจังหวัดราชบุรี แต่การแก้ปัญหาหน่วยงานรัฐในพื้นที่กลับไม่สามารถแก้ไขได้ ด้วยปัญหาที่เกิดขึ้นมันใหญ่เกินกว่าระดับจังหวัด

การเข้ามาของนายทุนจีน

นายทุนจีนที่เข้ามาทำมะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม จะดำเนินการโดยเช่าสวนเกษตรกร ซึ่งส่วนใหญ่มีคนไทยเป็นนอมินี ในการจัดหาที่ดิน โดยเฉพาะการกว้านซื้อที่ดินให้คนไทยถือครองที่ดินแทน ซึ่งนอมินีคนไทยส่วนใหญ่จะเป็นผู้นำชุมชน ที่จะตระเวนหาซื้อที่ดินให้ทุนจีน

...

และมีคนไทยบางส่วน คอยปกป้อง ซึ่งเกษตรกรคนไทยจะเรียกว่า คนไทยหัวใจทุนจีน โดยเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นมักจะอ้างว่าเดี๋ยวคนจีนจะไม่ซื้อมะพร้าวน้ำหอมของไทย กลุ่มคนไทยเหล่านี้เป็นคนที่ได้เงินจากทุนจีนโดยเฉพาะการได้เป็นเงินก้อน ซึ่งไม่สนใจว่าเกษตรกรไทยจะอยู่รอดหรือไม่

 

จากข้อมูลพบว่ามะพร้าวน้ำหอมที่ส่งไปประเทศจีนจากประเทศเพื่อนบ้านเช่น ตลาดนำเข้ามะพร้าวน้ำหอมที่เซี่ยงไฮ้ มะพร้าวเวียดนาม แทบจะไม่มีราคา หรือแทบไม่มีมะพร้าวเวียดนาม นำเข้าไปยังประเทศจีนเลยตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2568 จนถึงปัจจุบัน ต่างจากมะพร้าวไทยที่นำเข้าไปในจีนและมีราคา

 


จากการไปเช็กตลาดมะพร้าวน้ำหอมในเมืองใหญ่ของประเทศจีนพบว่า การนำเข้ามะพร้าวไทยไปยังจีนไม่ได้แค่บริโภคในประเทศจีน แต่ถูกส่งไปยังประเทศที่สาม ด้วยการสวมสิทธิมะพร้าวจีน จากข้อมูลพบว่า มะพร้าวน้ำหอมส่งไปยังอเมริกา มีร้านอาหารไทยที่ซื้อมะพร้าวน้ำหอมจากซุปเปอร์มาร์เก็ตในอเมริกา ที่ข้างมะพร้าวเขียนว่าเป็นผลิตภัณฑ์จากจีน แต่เมื่อลอกสติกเกอร์จุดนั้นออกพบว่ามีการตีตราว่า เป็นมะพร้าวนำเข้าจากประเทศไทย จึงเห็นได้ชัดว่าจีนมีการสวมสิทธิมะพร้าวน้ำหอมของไทย กระจายไปยังประเทศที่สาม

 

อีกกลวิธีการนำมะพร้าวไทยไปสวมสิทธิ์เขาเรียกว่า “ล้งต้มไก่” คือในกล่องหนึ่งมี 9 ลูก แต่จะเอามะพร้าวเวียดนามใส่ไป 4 – 5 ลูก แต่ก็เอามะพร้าวไทยใส่ไปอีก 4 - 5 ลูก แบ่งกันคนละครึ่ง แต่ข้างกล่องเขียนว่าเป็นสินค้าของประเทศไทย แล้วผู้ประกอบการจีนก็ส่งไปยังประเทศที่สาม

 

ตอนนี้ไม่ว่าเกษตรกรมะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่จะเคลื่อนไหวอะไร ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่เป็นนอมินีจีน ก็จะประชุมรวมกลุ่มกัน โดยในกลุ่ม LINE จะมีเงื่อนไขว่าจะรวมกลุ่มกันซื้อมะพร้าวไม่เกินลูกละ 10 บาทตลอดทั้งปี 69 สิ่งนี้ไม่ใช่การประกันราคา แต่เป็นกระบวนการในการกดราคามะพร้าวของไทย ที่ซื้อจากหน้าสวน ซึ่งนายทุนจีนทำสำเร็จ เพราะว่าตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 จนถึงตอนนี้มะพร้าวยังไม่เคยขึ้นเกินลูกละ 10 บาท ขนาดที่ราคาต้นทุนอยู่ที่ลูกละ 3 ถึง 4 บาท แต่พอส่งไปขายที่ประเทศจีนตกอยู่ราคาลูกละ 150 บาท

 

ล่าสุดมีเกษตรกรเหมาทัวร์ไปถึงเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โดยไปเดินตลาดผลไม้ เพื่อเช็กว่ามะพร้าวน้ำหอมที่ส่งไป ขาดตลาดจริงหรือไม่ ขณะที่ทางไทยส่งไปจีนไม่ได้ขาด แต่พบว่าไม่เป็นความจริง เพราะว่าเดินทั้งตลาดแล้วเจอร้านที่ขายมะพร้าวน้ำหอมจากไทยเพียงร้านเดียว เมื่อสอบถามพบว่ามะพร้าวส่วนใหญ่ที่นำเข้าจากไทยได้ถูกส่งต่อไปยังประเทศที่สาม เพื่อทำกำไรเพิ่มขึ้น

 

...


ทุนจีนกระบวนการแทรกซึมตลาดไทย

 

ล้งจีนเข้ามาในพื้นที่ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และเพชรบุรี นานมากแล้ว โดยจะถือวีซ่านักท่องเที่ยว และเข้ามาโดยอ้างว่าจะดูงานตามสวนมะพร้าว แล้วก็เริ่มแทรกซึม โดยให้เงินทุนกับผู้ประกอบการไทยในการลงทุนเครื่องจักร แต่มีเงื่อนไขในการส่งมะพร้าวไปยังประเทศจีน ซึ่งช่วงแรกอะไรก็ง่ายไปหมด แต่มีข้อแม้ว่าห้ามไปส่งให้กับแบรนด์อื่น ดังนั้นเกษตรกรที่เอาเงินทุนจากนายทุนจีนมาก็ต้องส่งให้กับคนจีนรายนั้นเพียงรายเดียว โดยบางรายมีเงื่อนไขในการจดทะเบียนบริษัท โดยให้คนจีนถือครอง 30% ส่วนคนไทยถือ 70% แต่ในความเป็นจริงคนไทยไม่ได้มีอำนาจในการควบคุมสั่งการ

 

สิ่งที่เกษตรกรอยากให้แก้ไขในรัฐธรรมนูญคือ การถือครองที่ดินของชาวต่างชาติ หรือการเช่าที่ต่าง ๆ สิ่งนี้จะทำให้เกษตรกร และคนไทยหลายคนพินาศได้ แม้ระบุว่าให้ชาวต่างชาติถือครองที่ดินได้หนึ่งไร่ แต่สิ่งนี้ก็เป็นการสร้างอาณาจักร สร้างพื้นที่ให้กับนอมินีคนไทยได้

 

อยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรมะพร้าวในพื้นที่คือ การลงเข้ามาตรวจสอบล้งจีนอย่างจริงจังจากส่วนกลาง ขณะเดียวกันต้องมีการปราบปรามไม่ให้ทุนจีนนำมะพร้าวไปขายยังประเทศที่สาม ขณะเดียวกันควรมีการหาตลาดใหม่โดยส่งมะพร้าวจากเกษตรกรไทยไปสู่ปลายทางอย่างแท้จริง

 

ไทยควรเป็นประเทศต้นทางในการส่งออกไปยังผู้บริโภคปลายทาง ไม่ใช่ให้จีนมาใช้ประโยชน์มะพร้าวน้ำหอมของไทยแล้วส่งต่อขายโดยกินกำไรส่วนต่างในจำนวนมากเหมือนปัจจุบัน

 

...


ต้นทุนมะพร้าวน้ำหอมหนึ่งลูกจะประกอบด้วยต้นทุนของเกษตรกร ที่เป็นค่าดูแล ค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าเช่าที่ ค่าแรง โดยราคามะพร้าวที่เกษตรกรจะอยู่ได้ อยู่ที่ลูกละ 8 - 10 บาท แต่เมื่อส่งไปยังโรงงานจะต้อง บวกค่าแรงงาน ค่าน้ำยา ค่าตู้ขนส่ง และชิปปิ้งส่งไปยังต่างประเทศเข้าไปอีก

 

เสียงสะท้อนจากชาวสวนในพื้นที่ มองว่าหน่วยงานรัฐที่เข้ามาช่วยเหลือ และตรวจสอบส่วนใหญ่จะเข้าหาโรงงานที่มีกำลังทรัพย์เยอะ แต่ไม่ได้เข้าหาชาวสวน เพราะว่าชาวสวนจน ถ้ามาหาก็จะมีแต่งาน กับปัญหาให้เจ้าหน้าที่รัฐช่วยแก้ นี่คือเสียงสะท้อนจากชาวสวนมะพร้าวที่ตัดพ้อกับหน่วยงานรัฐในพื้นที่