ดัน "โสภณ ซารัมย์" นั่งประธานสภาฯ เกมยาวภูมิใจไทย ชิงได้เปรียบการเมือง นักวิชาการ มองโมเดลบ้านใหญ่บุรีรัมย์ ต่อกรพรรคร่วม-ฝ่ายค้านฝีปากกล้า
หลังการเลือกตั้ง 69 ภูมิใจไทย กวาดที่นั่งเหนือพรรคอันดับ 2 อย่างพรรคประชาชน ทำให้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และเตรียมจะเปิดประชุมสภาฯ เพื่อเลือกประธานสภาฯ ภายในอาทิตย์หน้า และลำดับถัดมาจะเป็นการเลือกนายกฯ ที่จะดันชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล นั่งนายกฯ อีกสมัยถ้าประเมินรายชื่อที่คาดว่าพรรคภูมิใจไทย จะดันนั่งเก้าอี้ประธานสภาฯ คือ โสภณ ซารัมย์ นักการเมืองมือเก๋า จากค่ายบุรีรัมย์
โดย รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช วิเคราะห์ว่า พรรคภูมิใจไทย ต้องการวางให้ โสภณ ซารัมย์ ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะเป็นผลดีต่อพรรคภูมิใจไทยทั้งในเชิงยุทธศาสตร์และการคุมเกมการเมืองในสภานายโสภณ ถือเป็นบุคคลที่มีความใกล้ชิดกับ เนวิน ชิดชอบ ซึ่งถูกมองว่าเป็น “ครูใหญ่” ของพรรคภูมิใจไทย ดังนั้นในเชิงยุทธศาสตร์ การกำหนดและขับเคลื่อนทิศทางทางการเมืองของพรรคจึงทำได้ไม่ยาก
...
ขณะเดียวกัน นายโสภณยังเป็น สส.หลายสมัย และเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในหลายกระทรวง ประสบการณ์ทางการเมืองดังกล่าวจึงเป็นข้อได้เปรียบของพรรคภูมิใจไทย และมีส่วนช่วยให้สามารถคุมเกมในสภาได้ในระยะยาวในประเด็นการเลือกนายกรัฐมนตรี ด้วยเสียงของพรรคภูมิใจไทย มีจำนวนมากอยู่แล้ว จึงไม่น่าเป็นประเด็นที่ต้องกังวลมากนักหากในสมการสุดท้ายไม่มีพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล ย่อมหมายความว่าพรรคเพื่อไทยจะมีอำนาจต่อรองภายในรัฐบาลสูงมาก ดังนั้น การที่พรรคภูมิใจไทยมีตัวแทนดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรจึงเป็นกลไกสำคัญในการถ่วงดุลอำนาจทางการเมือง
จุดเด่น-จุดด้อย "โสภณ ซารัมย์"
รศ.ดร.ยุทธพร มองจุดเด่นของนายโสภณคือ ประสบการณ์ทางการเมืองที่ยาวนาน เคยเป็น สส.หลายสมัย และเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายกระทรวง จึงถือเป็นหนึ่งในแกนนำสำคัญของพรรคภูมิใจไทย อีกทั้งยังอยู่กับพรรคมาตั้งแต่ช่วงก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับพรรค และไม่ได้เป็นนักการเมืองจาก “มุ้งการเมือง” หรือผู้ที่พึ่งย้ายเข้ามาใหม่ ความใกล้ชิดกับเนวินในฐานะสายตรงจึงทำให้พรรคภูมิใจไทยไว้วางใจได้
ส่วนจุดด้อยนั้น ยังคงเป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์เรื่อง “บุรีรัมย์คอนเน็กชัน” และความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเนวิน ซึ่งเป็นประเด็นที่ไม่ว่าโสภณจะดำรงตำแหน่งประธานสภาหรือไม่ ก็ต้องเผชิญคำวิจารณ์ลักษณะนี้อยู่แล้ว
ตัวเลือกตำแหน่งประธานสภามีอยู่หลัก ๆ สองคน คือ โสภณ และ ภราดร ปริศนานันทกุล แต่ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรจำเป็นต้องอาศัยบารมีทางการเมืองและการยอมรับจากสมาชิกสภา
แม้ภราดรจะเคยทำหน้าที่รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สองมาก่อน แต่เมื่อพิจารณาจากอายุและประสบการณ์ทางการเมือง อาจยังไม่ใช่จังหวะเวลาของเขา อย่างไรก็ตาม ภราดรมีแนวโน้มจะได้รับตำแหน่งทางการเมืองอื่น เช่น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอีกสมัยหนึ่ง และในอนาคตก็มีโอกาสเติบโตไปสู่ตำแหน่งประธานสภาหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่าง ๆ ได้
ยุทธพรอธิบายว่า การเลือกประธานสภาของภูมิใจไทยมีสองแนวทาง คือหนึ่ง เลือกบุคคลที่มีประสบการณ์สูง มีบารมีทางการเมือง เป็นที่รู้จักและคุ้นเคยกับ สส.ในสภาสอง เลือกนักการเมืองรุ่นใหม่ที่มีภาพลักษณ์ทันสมัย แต่ยังขาดประสบการณ์
ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน พรรคภูมิใจไทยจึงมีแนวโน้มเลือกแนวทางแรก เนื่องจากต้องคำนึงถึงการคุมเกมการเมืองในระยะยาว โดยเฉพาะในบริบทที่รัฐบาลมีพรรคขนาดเล็กจำนวนมาก ซึ่งอาจมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองตลอดเวลา จึงจำเป็นต้องมีบุคคลที่มีประสบการณ์สูงในการบริหารจัดการสภา
นอกจากนี้ ยังต้องเผชิญกับฝ่ายค้านที่มีทั้งนักการเมืองมือเก่า เช่น พรรคประชาธิปัตย์ และบุคคลอย่าง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รวมถึงฝ่ายค้านยุคปัจจุบันอย่างพรรคประชาชน และพรรคกล้าธรรม หากไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาล
...
โมเดล “ชัย ชิดชอบ”
การผลักดันโสภณขึ้นเป็นประธานสภา มีลักษณะคล้ายกับโมเดลของ นายชัย ชิดชอบ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญทางการเมืองของจังหวัดบุรีรัมย์ ในแง่นี้ โสภณจึงถูกมองว่าอยู่ในเครือข่ายทางการเมืองเดียวกับตระกูลชิดชอบ สำหรับตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ยุทธพรระบุว่า ตามธรรมเนียมทางการเมืองมักแบ่งให้กับพรรคร่วมรัฐบาล โดยคาดว่า รองประธานสภาคนหนึ่งจะมาจากพรรคเพื่อไทย ส่วนอีกตำแหน่งหนึ่งขึ้นอยู่กับสมการการจัดตั้งรัฐบาล หากพรรคกล้าธรรมยอมรับเงื่อนไขต่าง ๆ และภูมิใจไทยยอมรับให้เข้าร่วมรัฐบาล ก็มีความเป็นไปได้ว่าพรรคกล้าธรรมจะได้รับตำแหน่งรองประธานสภาด้วย
แต่หากพรรคกล้าธรรมไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาล อาจเกิดสูตรที่พรรคภูมิใจไทยได้ตำแหน่งรองประธานสภาคนที่หนึ่ง ขณะที่พรรคเพื่อไทยได้รองประธานสภาคนที่สองขณะที่อีกสมการหนึ่ง หากพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล โครงสร้างอาจเป็น ประธานสภาจากพรรคภูมิใจไทย รองประธานสภาคนที่หนึ่งจากพรรคเพื่อไทย และรองประธานสภาคนที่สองจากพรรคกล้าธรรม
ท้ายที่สุดสมการการเมืองไม่น่าจะพลิกไปจากที่คาดการณ์มากนัก โดยมีแนวโน้มว่า อนุทิน ชาญวีรกูล จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี และพรรคภูมิใจไทยจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล
...