สรุปปม หนุ่มเส้นเลือดสมองแตก ตร.นึกว่าเมาขับรถชนใส่กุญแจมือ จนหมดสติอาการหนัก


เมื่อ 4 มี.ค. 69 เพจสายไหมต้องรอด มีผู้เสียหายมาร้องขอความช่วยเหลือ ภรรยาร้องสายไหมต้องรอด เพื่อขอความเป็นธรรม กรณีสามีป่วยหนักเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบ ขณะขับรถ อาการกำเริบโดยไม่รู้ตัวมาก่อนว่าป่วย จึงพยายามขับรถเข้าปั๊มน้ำมันเพื่อขอความช่วยเหลือ โดยพุ่งชนรถมอเตอร์ไซค์ ที่จอดอยู่ในปั๊มได้รับความเสียหาย

เมื่อตำรวจมาถึง แทนที่จะรีบช่วยเหลือกลับยืนดูเฉย ๆ ไม่ได้ช่วยเหลือ คิดว่าผู้ป่วยเมา! ซ้ำยังวิทยุเรียกสายตรวจมาจับคนป่วยใส่กุญแจมือโยนขึ้นท้ายกระบะ จับตัวไปโรงพัก ก่อนรู้ว่าผู้ป่วยอาการวิกฤตไม่ได้เมาอย่างที่เข้าใจ จึงนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ไม่ทันการณ์ พอไปถึงโรงพยาบาล ผู้ป่วยหมดสติไปแล้ว หมอแจ้งว่ามาช้าไปเส้นเลือดในสมองแตกแล้ว ขณะนี้นอนไม่รู้สึกตัวอยู่ที่โรงพยาบาล หมอแจ้งให้ญาติทำใจ

ครอบครัวสุดช้ำ เมื่อไปดูคลิปวิดีโอ ที่พลเมืองดีถ่ายไว้ได้ พบว่าขณะที่ตำรวจไปถึงตัวผู้ป่วยในปั๊มน้ำมัน ผู้ป่วยหันมาเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงพยายามทำสัญญาณมือ SOS ซึ่งเป็นสัญญาณมือขอความช่วยเหลือสากล กรณีที่ตัวเองพูดไม่ได้ แต่ตำรวจกลับไม่เข้าใจสัญญาณมือ จึงไม่ได้เข้าช่วยเหลือ!

...


ไทม์ไลน์หนุ่มเส้นเลือดสมองแตก


1. จุดเริ่มต้น: เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 03.00 น. นายธีระมิตร อายุ 42 ปี อาชีพขับรถส่งผลไม้ กำลังขับรถจากตลาดไทไปต่างจังหวัด ระหว่างทางเกิดอาการป่วยกะทันหัน แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด จึงพยายามประคองรถเข้าปั๊มน้ำมันใน อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อขอความช่วยเหลือ

2. อุบัติเหตุ: เนื่องจากอาการป่วยทำให้ควบคุมรถไม่ได้ รถจึงไปเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ในปั๊ม นายธีระมิตร ลงจากรถมาในสภาพเดินเซ ล้มลง และพยายามทำสัญญาณมือ SOS เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ชาวบ้านและกู้ภัยที่เห็นเหตุการณ์เข้าใจว่า "เมา" จึงแจ้งตำรวจ

3. การจับกุม: เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเดินทางมาถึงเวลาประมาณ 03.50 น. และประเมินว่าผู้ขับขี่มีอาการมึนเมาอย่างหนัก จึงทำการใส่กุญแจมือ และคุมตัวขึ้นรถกระบะตราโล่ไปที่ สภ.บางปะหัน โดยไม่มีการตรวจวัดแอลกอฮอล์หรือประเมินอาการป่วยในที่เกิดเหตุ

4. อาการวิกฤต: เมื่อถึงโรงพัก ผู้ป่วยมีอาการหนักขึ้นจนเริ่มหมดสติและมีอาการ "ฉี่ราด" จนกระทั่งเวลาประมาณ 05.00 น. เจ้าหน้าที่จึงเริ่มเห็นความผิดปกติและนำตัวส่งโรงพยาบาลบางปะหัน


ผลกระทบและสถานะปัจจุบัน


...

• อาการป่วย: แพทย์วินิจฉัยว่า เส้นเลือดในสมองแตก (Stroke) และต้องผ่าตัดด่วน ปัจจุบันอาการยังวิกฤต (โคม่า) โอกาสรอด 50/50 และเนื้อสมองบางส่วนได้รับความเสียหายถาวรจากการส่งรักษาล่าช้า

• การร้องเรียน: ภรรยาของผู้ป่วยเข้าร้องเรียนกับ เพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอความเป็นธรรม โดยระบุว่าตำรวจละเลยการสังเกตอาการ ทั้งที่ผู้ป่วยพยายามส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือและมีอาการทางกายที่ชัดเจน (หน้าเบี้ยวครึ่งซีก)


การชี้แจงจากฝั่งตำรวจ

• ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา: ชี้แจงว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามยุทธวิธี เนื่องจากเหตุการณ์เบื้องต้นคืออุบัติเหตุและผู้ขับขี่มีลักษณะคล้ายคนเมา พูดจาไม่รู้เรื่อง จึงต้องควบคุมตัวเพื่อความปลอดภัย

• การตั้งกรรมการสอบ: ล่าสุด (5 มี.ค. 2569) ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่ามีการปฏิบัติหน้าที่บกพร่องหรือไม่ และยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวผู้เสียหาย

กรณีนี้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคมเกี่ยวกับ "การคัดกรองผู้ป่วย" ของเจ้าหน้าที่ และเป็นบทเรียนสำคัญในการแยกแยะระหว่างอาการ "เมาเหล้า" กับอาการ "สมองขาดเลือด" ซึ่งมีลักษณะภายนอกคล้ายคลึงกันมาก

...