แกะรอยจากกระดูก นาทีอุ้มฆ่าหนุ่มผู้จัดการ หมกบ้านร้างลพบุรี “หมอ” ชี้ไขพฤติกรรมแก๊งก่อเหตุ กุญแจสำคัญก่อนอำพราง


ความคืบหน้าวันนี้ (4 มี.ค.69) คดีอุ้มฆ่าผู้จัดการหนุ่ม ทิ้งบ้านล้าง จ.ลพบุรี ตำรวจขอศาลออกหมายจับในฐานความผิดร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นและกักขังหน่วงเหนี่ยวไปแล้ว รวม 8 คน จับกุมได้แล้ว 7 คน หลบหนีอีก 1 คน เบื้องต้นพบว่าทีมอุ้มชุดแรก 6 คน ได้อุ้มนายรุทธ์ ไปตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา ไปยังบ้านเช่า อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ก่อนหมดหน้าที่ 

กลุ่มนี้อ้างว่าเจอนายภูเมธ เพียงคนเดียว จากนั้นมีทีมอุ้มอีก 1 ชุด เข้ามารับช่วงต่อ ซึ่งยังไม่ทราบจำนวนที่ชัดเจน แต่มีนายภูเมธ อยู่ในชุดที่ 2

คาดว่าชุดที่ 2 มีการสังหารนายรุทธ์ที่ จ.สมุทรปราการ ในวันที่ 19 ก.พ. ตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้เข้าเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน รวมทั้งคราบเลือดที่บ้านเช่าดังกล่าวแล้ว แต่จุดนี้ไม่พบร่องรอยการเผา จึงอยู่ระหว่างขยายผลต่อว่าทีมอุ้มชุดที่ 2 ได้นำร่างนายรุทธ์ออกจาก จ.สมุทรปราการ ไปยังจุดไหนต่อ แต่จากข้อมูลพบว่าได้มีการนำร่างนายรุทธ์ใส่รถ เดินทางไปยัง จ.นครสวรรค์ ต่อ จ.เพชรบูรณ์ ก่อนที่จะมาพบร่างนายรุทธ์ ถูกเผาไหม้เกรียมอยู่ที่บ้านร้าง อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี โดยที่เกิดเหตุยังพบผ้าปิดตา ผ้าปิดปาก มืออยู่ในลักษณะไพล่หลัง รวมทั้งยังมีผ้าห่อศพ

...


แก๊งอุ้มนี้มีการทำงานกันอย่างมืออาชีพ มีการโทรนัดเหยื่อไปที่บ่อตกกุ้ง แล้วนายบุญญพัฒน์ ขี่รถชนท้าย เพื่อให้เหยื่อลงมาเจรจาค่าเสียหาย โดยเข้าไปเจรจากันที่ลานจอดรถของบ่อตกกุ้ง ทีมอุ้มได้นั่งอยู่ในรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีเทา ดำ กัน5คน จากนั้นได้ลงมาจากรถ3คน ลากเหยื่อจากรถส่วนตัวไปขึ้นรถคันดังกล่าวที่เปิดประตูและสตาร์ทรถรอ โดยมีนายบุญญพัฒน์ คอยดูลาดเลา

จากนั้นได้ขับรถกันออกไป โดยมีรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์สีขาวอีกคันตามปิดขบวน แล้วได้ขับรถไปส่งเหยื่อที่บ้านเช่าที่อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ซึ่งมีว่าที่ร้อยตรีภูเมธ รอต้องรับอยู่เพียงคนเดียว จากนั้นทุกคนหมดหน้าที่ต่างแยกย้ายกันไป ว่าที่ร้อยตรีภูเมธ ทำการเค้นสอบและทำร้ายร่างกายเหยื่อจนเสียชีวิต แล้วนำศพขึ้นรถโตโยต้า วิช สีบรอนซ์เทา ขับออกไปมุ่งหน้าอ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นบ้านแฟนสาว ระหว่างทางได้แวะซื้อจอบ พลั่ว ที่ร้านขายอุปกรณ์การเกษตร เพื่อจะเอาไปขุดดินฝังศพเหยื่อ แต่คิดว่ายุ่งยาก จึงนำไปเผายังที่พบศพอ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี จากนั้นได้นำจอบและพลั่วไปว้าที่บ้านแฟนที่อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน แล้วได้ขับรถไปทางจ.หนองคาย และได้หนีออกไปทางชายแดนประเทศลาว



ต้นเหตุอุ้มฆ่าผู้จัดการหนุ่ม


คดีอุ้มฆ่าผู้จัดการหนุ่ม ถือเป็นคดีร้ายแรง ที่มีการทำเป็นบวนการ "ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์” สอบถามอไปยัง รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) ถึงพฤติกรรมในการก่อเหตุของคนร้าย และหลักฐานที่น่าสงสัยจากศพผู้ตายว่า ตอนนี้มีภาพจากกล้องวงจรปิดของผู้ที่ก่อเหตุชัดเจน เมื่อตำรวจแกะรอยตามหา จนพบศพหนุ่มผู้จัดการถูกฆ่าเผาอยู่ในบ้านร้าง จ.ลพบุรี ซึ่งศพที่ถูกเผาอำพราง การชันสูตรจะได้แค่ตรวจระบุว่าเป็นบุคคลที่เสียชีวิตใช่หรือไม่

...


กรณีศพที่ถูกเผาอำพราง กระดูกผู้ตายจะคงสภาพที่พอจะนำมาใช้ในการตรวจดีเอ็นเอได้ และต้องมีการตรวจในสถานที่เกิดเหตุว่ามีสภาพแวดล้อมอะไรบ้าง เพราะในหลายกรณีที่มีการเผาอำพรางศพ หากมีการทำร้ายร่างกายโดยใช้อาวุธโดยการตี หรือแทงด้วยมีด แล้วมีความรุนแรงจนทำให้กระดูกแตก หรือกระดูกหัก พวกนี้ แม้มีการเผาอำพรางก็ยังมีร่องรอย ที่สื่อถึงพฤติการกระทำผิดได้

ชิ้นส่วนกระดูกที่สำคัญคือ บริเวณศีรษะ ทรวงอก กรณีการถูกฆาตกรรมลักษณะนี้ กระดูกจะเป็นกุญแจสำคัญในการไขพฤติกรรมของคนร้าย ที่กระทำต่อผู้เสียชีวิต ซึ่งคำให้การของคนร้ายบางครั้งก็อาจมีผลต่อคดี แต่ถ้ามีการตรวจหาด้านนิติเวชในการสอบสวน จะช่วยให้ทำคดีให้รอบด้าน

...


“ถ้ามีการตรวจแล้วพบคราบเม่าในหลอดลมไปจนถึงขั้วปอด นั่นแสดงว่าผู้ตาย ระหว่างที่ถูกเผายังไม่เสียชีวิต แต่ถ้าไม่มีคราบเขม่า นั่นแสดงว่าผู้ตายเสียชีวิตแล้ว ก่อนนำร่างมาเผาอำพราง”

กรณีพฤติกรรมการอุ้มฆ่า ถือเป็นเหตุฆาตกรรม ที่ไม่เกิดขึ้นนานพอสมควร แต่เมื่อเกิดเหตุเหล่านี้ขึ้นอีก ก็น่าสนใจว่า คนร้ายเริ่มที่จะมีการทำพฤติกรรมแบบสมัยก่อน และถือเป็นคดีที่ร้ายแรงอย่างมาก




...