จับตาอิหร่าน ปิด 2 ช่องแคบ เส้นเลือดใหญ่ขนส่งไปยุโรป กระทบการส่งออกน้ำมันและสินค้าไทย พร้อมเตรียมรับมือ สงครามไร้รูปแบบ กระทบความมั่นคงทั่วโลก

การโจมตีของอิหร่าน ภายใต้ปฏิบัติการของอิสราเอล ที่ร่วมมือกับสหรัฐอเมริกา ทำให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี วัย 86 ปี เสียชีวิตเมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (28 ก.พ.69) ทำให้ตอนนี้ทั่วโลกต่างจับตาผลกระทบ โดยเฉพาะสงครามไร้รูปแบบที่จะกระทบไปยังเครือข่ายของชาติมหาอำนาจ แต่ในอีกทางหนึ่ง ก็ต้องจับตา การปิด 2 ช่องคือ ช่องแคบฮอร์มุซ และ ช่องแคบบับ อัล-มันเดบ ที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ในการขนส่งน้ำมันและสินค้าไปยังยุโรป ซึ่งจะมีผลต่อสินค้าส่งออกของไทย

ดร.ศราวุฒิ อารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า การที่ผู้นำอิหร่านเสียชีวิตไปยิ่งสร้างความขับแค้นให้กับประชาชนอิหร่าน และเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้คนที่นับถือศาสนาชีอะฮ์ ในตะวันออกกลางเข้ามาร่วมกับการต่อต้านสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล

นั่นหมายความว่า สงครามที่ไม่เป็นรูปแบบและไม่เป็นทางการกำลังจะเริ่มเกิดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งการก่อเหตุต่างๆ จะมุ่งเป้าไปที่ผลประโยชน์ของอเมริกาและอิสราเอลทั่วโลก

แต่ที่น่าสนใจคือ การปิด 2 ช่องแคบ ที่เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าสำคัญ ที่จะกระทบเศรษฐกิจทั่วโลก สำหรับการกดดันของอิหร่านในการปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นทางออกทางมหาสมุทรทางเดียวของบริเวณส่วนใหญ่ของประเทศที่ส่งปิโตรเลียมออกในอ่าวเปอร์เซีย และเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญ ในการขนส่งสินค้าไปยังยุโรป

...


โดยตอนนี้อิหร่านมีการสั่งการไม่ให้ เรือขนส่งน้ำมันต่างๆ ข้ามไปได้ แม้ตอนนี้ยังไม่มีประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ อย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าอีกไม่นานจะถูกปิดลง และหลังจากนี้จะมีการปะทะระหว่างกลุ่มคนที่ต้องการเปิดช่องแคบนี้กับกลุ่มอิหร่าน ที่ไม่ต้องการเปิดช่องแคบ ซึ่งจะกลายเป็นอีกสมรภูมิสำคัญในการโจมตี

ซึ่งการปิดช่องแคบฮอร์มุซ มีผลกระทบคือ การขนส่งน้ำมันมาจากอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ของน้ำมันที่จำหน่ายทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันทั่วโลกมีราคาสูงขึ้น และอาจเกิดภาวะน้ำมันขาดตลาด แต่ช่องแคบฮอร์มุซ เป็นช่องแคบสำคัญ และไม่เคยถูกปิดมาก่อน ยกเว้นในช่วงสั้นๆ ในสงครามอิรัก ซึ่งสงครามในรอบนี้อาจเป็นครั้งแรกที่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ในระยะยาว


ช่องแคบบับ อัล-มันเดบ อีกเส้นเลือดสำคัญการขนส่งไปยุโรป

 

นอกจากนี้ ยังมีช่องแคบบับ อัล-มันเดบ ที่เป็นจุดที่สำคัญ ซึ่งกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านดูแลอยู่ โดยกลุ่มนี้ประกาศออกมาแล้วว่าจะร่วมกับอิหร่านในการต่อต้านสหรัฐและอิสราเอล โดยช่องแคบบับ อัล-มันเดบ เป็นเส้นทางสำคัญ ในการขนส่งสินค้าไปยังคลองสุเอซ เข้าไปพื้นที่ยุโรป ถือเป็นช่องทางสำคัญในด้านการค้าระหว่างเอเชียกับยุโรป

ดังนั้นถ้าอิหร่านและกลุ่มสนับสนุนอิหร่าน ดำเนินการปิดทั้งสองช่องแคบ จะมีผลกระทบต่อการขนส่งสินค้า และเศรษฐกิจของโลก ที่ส่งผลมายังประเทศไทย รวมถึงการส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย

ส่วนผลกระทบที่จะมีต่อไทย จะเห็นได้ชัดว่าการที่อิสราเอลและสหรัฐโจมตีอิหร่าน ไม่ได้ต้องการเจรจาเรื่องหัวรบนิวเคลียร์กับอิหร่าน แต่สิ่งที่ต้องการคือ การเข้าไปเปลี่ยนระบอบการปกครองอิหร่าน ดังนั้นสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลต้องพยายามผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองในอิหร่านเร็วที่สุด แต่จะเป็นอย่างนั้นหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง


เพราะอิหร่าน ยังมีศักยภาพในการตอบโต้คืน โดยจะเห็นได้จากการโจมตีฐานทัพอเมริกาในพื้นที่ต่างๆ ในตะวันออกกลาง ขณะเดียวกันอิหร่าน ก็ประกาศการยกระดับโจมตีพื้นที่ผลประโยชน์ของอเมริกาและอิสราเอล ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า นั่นหมายความว่าสงครามขณะนี้จะยืดเยื้อ และมีผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจ ความมั่นคงทั่วโลก

สำหรับประเทศไทยที่มีผลประโยชน์อยู่ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะแรงงานในอิสราเอล รวมถึงนักธุรกิจที่ลงทุนในตะวันออกกลางและนักเรียนนักศึกษาต่างๆ ที่ไปเรียนอาจจะมีผลกระทบในระยะยาว ดังนั้นทางการไทยควรเตรียมพร้อมรับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ที่กำลังจะเกิดขึ้น รวมถึงการมองหาแหล่งน้ำมันอื่นๆ นอกจากตะวันออกกลาง และต้องเฝ้าระวังในเรื่องความมั่นคง