ทนายอนันต์ชัย ร้อง “บิ๊กเต่า” สอบพระชัยวัฒน์ พร้อมเส้นเงินมูลนิธิ พร้อมเอาผิดบุคคล 7 กลุ่มโยงรุกพื้นที่ ส.ป.ก.

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงาน ปปท. พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว กรมป่าไม้ ส.ป.ก. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ร่วมกันลงพื้นที่เข้าตรวจสอบการครอบครองที่ ส.ป.ก. ของสำนักปฏิบัติธรรมชนะใจ ของพระชัยวัฒน์ อคฺคชโย หรือครูบาชัยวัฒน์ ซึ่งบวชได้เพียงสองพรรษา พบว่าได้มีการบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินของ ส.ป.ก. มีการตัดต้นไม้ ทำลายป่าไม้ มีการปลูกสร้างสถานปฏิบัติธรรม มีการเชิญชวน ซื้อกุฏิเพื่อปฏิบัติธรรม หลังละ 500,000 บาท และสร้างกุฏิพระสงฆ์ มีการถมที่ทำถนน เป็นจำนวนกว่า 100 ไร่ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 2,000 ไร่ ซึ่งต่อมาในวันที่ 19 มีนาคม 2566 พระราชวชิรสุธี เจ้าอาวาสวัดศรีสุทธาวาส อารามหลวง เจ้าคณะจังหวัดเลย (ธรรมยุต) ซึ่งเป็นวัดต้นสังกัดของพระชัยวัฒน์ มีคำสั่งให้ต้นสังกัด ภายใน 7 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569

...


ต่อมา พระชัยวัฒน์ ได้สัมภาษณ์สื่อ โดยเฉพาะรายการโหนกระแส ว่าได้ทำในนาม มูลนิธิครูบาชัยวัฒน์เพื่อสันติสุข ทั้งการก่อสร้าง การเรี่ยไร การดำเนินการใด ๆ ก็ทำในนามมูลนิธิดังกล่าว


นายอนันต์ชัย ไชยเดช หรือ ทนายอนันต์ชัย ได้นำข้อมูลเข้ามาร้องเรียนกับ พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว ซึ่งทางมูลนิธิทนายกองทัพธรรม จึงได้ตรวจสอบการจดทะเบียนจัดตั้ง มูลนิธิครูบาชัยวัฒน์เพื่อสันติสุข จึงทราบว่า จดทะเบียนเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2567 มีกรรมการทั้งหมด 8 คน ได้แก่ พระจิรายุเดช ธรรมวาณิชย์ เป็นประธานกรรมการ มีพลเรือตรี วิษณุสรรค์ ศรีแก่นจันทร์ เป็นรองประธานกรรมการและเลขาธิการฯ

จากคำให้สัมภาษณ์ ของพระชัยวัฒน์ แสดงว่า การที่มีผู้บุกรุก เข้าไป ในที่ดิน ส.ป.ก. ดังกล่าว ประมาณ 2,000 ไร่ นอกจากพระชัยวัฒน์แล้ว ก็ยังมีมูลนิธิครูบาชัยวัฒน์ เพื่อสันติสุข ซึ่งดำเนินการโดยคณะกรรมการจำนวน 8 คน จากนั้น มูลนิธิทนายกองทัพธรรม จึงได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษกับ พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อให้ดำเนินคดีกับ ครูบาชัยวัฒน์ คณะกรรมการมูลนิธิครูบาชัยวัฒน์เพื่อสันติสุขทุกคนที่เกี่ยวข้อง

มูลนิธิทนายกองทัพธรรมเห็นว่า จากการเสนอข่าวของสื่อมวลชน พบว่า มีการปักเสาไฟฟ้าเข้ามาในพื้นที่ มีการวางเสาไฟฟ้าโดยเอกชน มีการถมที่ ตัดไม้ทำลายป่า โดยเฉพาะต้นกระถินป่า ซึ่งเป็นต้นไม้ ที่ในอดีตกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับทหาร ได้นำเมล็ดมาโปรยโดยการนำขึ้นเครื่องบินโดยเมล็ดไปทั่วบริเวณที่ดังกล่าว และยังมีการปลูกไม้อีกนานาชนิด มีการก่อสร้างสถานปฏิบัติธรรม กุฏิสงฆ์ ปลูกต้นไม้ไผ่สไตล์ญี่ปุ่น เป็นจำนวนมาก การกระทำดังกล่าวไม่น่าที่จะทำเพียงลำพังคนเดียว มูลนิธิทนายกองทัพธรรมจึงมาร้องทุกข์กล่าวโทษ ให้ดำเนินการสอบสวน บุคคลที่เกี่ยวข้องถ้าพบการกระทำความผิด ก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ซึ่งบุคคลดังกล่าวได้แก่


1. พระชัยวัฒน์ อคฺคชโย หรือครูบาชัยวัฒน์

2. มูลนิธิครูบาชัยวัฒน์เพื่อสันติสุข คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องทุกคน

3. เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

4. ผู้รับเหมาติดตั้งไฟฟ้าเอกชน

5. เจ้าหน้าที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดสระบุรี ที่เกี่ยวข้อง

6. ผู้รับเหมาก่อสร้าง ที่ดำเนินการก่อสร้างอาคารและถนน ตัดต้นไม้ในพื้นที่

7. บุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง

ในส่วนของพระจิรายุเดช ธรรมวาณิชย์ ประธานคณะกรรมการมูลนิธิครูบาชัยวัฒน์เพื่อสันติสุข กำลังตรวจสอบว่าสังกัดวัดใด มูลนิธิทนายกองทัพธรรม จะยื่นเรื่องขอสอบอธิกรณ์ เช่นเดียวกับพระชัยวัฒน์ ที่มูลนิธิได้ยื่นสอบอธิกรณ์ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 โดยยื่นหนังสือขอให้ตั้งสอบอธิกรณ์ พระชัยวัฒน์ ที่ถือเอาที่ดินของรัฐเป็นของตน มีการตัดต้นไม้ซึ่งเป็นของรัฐ โดยเฉพาะต้นกระถินป่า เป็นจำนวนมาก เป็นการบุกรุกที่ป่า ที่ ส.ป.ก. อันเข้าข่ายความผิดทางพระวินัย คุรุกาบัติฐานอทินนาทาน ทุติยปาราชิก และความผิดตามพระวินัยฐานอื่น ๆ

...





...