สแกนอำนาจ 3 ศาล ฝ่ายการเมือง-ภาคประชาชน เดินหน้าฟ้องเอาผิด กกต.ปมบัตรเลือกตั้ง 2569 มีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด เข้าข่ายเลือกตั้งไม่ลับ อาจถึงขั้นเลือกตั้งโมฆะ-สั่งจำคุก กกต.

วันนี้ (24 ก.พ.) ถือว่าเป็นเวลามากกว่า 2 สัปดาห์ นับตั้งแต่การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) 8 ก.พ.2569 ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์วิกฤตศรัทธา ต่อการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่หยุดหย่อน

ทั้งการที่เว็บไซต์ กกต.ไม่แสดงผลการนับคะแนน 100%, ถูกตั้งข้อสงสัย “บัตรเขย่ง” จำนวนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต และ สส.บัญชีรายชื่อไม่เท่ากัน ทั้งที่ทุกคนต่างได้รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ, ปัญหาการนับคะแนนรายหน่วยไม่ตรงกัน จำนวนในใบขีดคะแนนไม่ตรงกับใบรายงานที่ติดบนบอร์ด การประท้วงล้อมหีบบัตรเลือกตั้ง เรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่

แต่ที่กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่สุด คือการปรากฏ “บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้ง ที่คาดกันว่า สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปถึงตัวผู้ลงคะแนนได้ อาจเข้าข่ายเลือกตั้งไม่ลับ ขัดรัฐธรรมนูญ จนทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้กลายเป็นโมฆะได้ 

กรณีนี้ นำมาสู่การที่ฝ่ายการเมือง นักวิชาการ และภาคประชาชน เดินหน้ายื่นเรื่องร้องเรียน-ฟ้องร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อศาลต่างๆ ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง และศาลอาญา เพื่อเอาผิด กกต. ปัจจุบัน มีการยื่นเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง 2569 อะไรบ้าง อยู่ในศาลใด และการวินิจฉัยของศาลจะมีผลผูกพันอย่างไรบ้าง

...

ศาลรัฐธรรมนูญ

มีอำนาจในการวินิจฉัย ตรวจสอบกรณีที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งคดีที่มีผู้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนใหญ่คือประเด็น “บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด” ซึ่งตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าใครเป็นคนกา อาจเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 85 ที่กำหนดให้การเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยตรงและลับ ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าไม่ลับ จะทำให้การเลือกตั้ง “เป็นโมฆะทั้งประเทศ”

ในอดีตศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะมาแล้ว 2 ครั้ง คือการเลือกตั้งปี 2549 และ 2557 ซึ่งกรณีที่มักถูกยกมาเทียบเคียงกับการเลือกตั้งในปี 2569 คือการเลือกตั้ง 2 เม.ย. 2549 ซึ่งมีการหันคูหาออก ทำให้คนที่สังเกตการณ์ภายนอกเห็นการลงคะแนนได้ ขณะเดียวกันก็มีประเด็นว่าจัดเลือกตั้งกระชั้นชิดเกินไปเพียง 37 วัน จนจำนวนบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนนพุ่งสูง มีข้อครหาเรื่องการจ้างพรรคเล็กลงสมัคร

คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 9/2549 วินิจฉัยว่า การจัดรูปแบบคูหาเลือกตั้งหันออก ขัดหลักการ “เลือกตั้งโดยลับ” และการกำหนดวันเลือกตั้งกระชั้นชิดเกินไป ทำให้เกิดความเที่ยงธรรม และเอื้อประโยชน์แก่พรรคการเมืองบางพรรค

ในการเลือกตั้ง 2569 มีหลายฝ่ายการเมือง และภาคประชาชนยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยปมบาร์โค้ด ขัดหลักเลือกตั้งโดยลับหรือไม่ เช่น

  • วันที่ 13 ก.พ. “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” นายภัทรพงศ์ ศุภักษร ยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปมคิวอาร์โค้ด และบัตรเขย่ง โดย 16 ก.พ.ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งหนังสือตอบกลับแจ้งว่าได้ทำหนังสือให้ กกต.ตรวจสอบปมคิวอาร์โค้ด โดยทนายอั๋น ถามกลับละเลยปมบัตรเขย่ง เป็นการส่งซิกเพราะมีที่มาเหมือนกันหรือไม่
  • วันที่ 13 ก.พ. นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ฝ่ายกฎหมายกำลังรวบรวมข้อเท็จจริงและหลักฐาน ว่าบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งเข้าข่ายขัดหลักการเลือกตั้งโดยลับหรือไม่ อย่างไรจะมีการร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งเรื่องศาลรัฐธรรมนูญต่อไป
  • วันที่ 16 ก.พ. นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ แคนดิเดตนายกฯ และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคทางเลือกใหม่ ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 85 ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่
  • วันที่ 17 ก.พ. น.ส.นันทนา นันทวโรภาส กลุ่ม สว.พันธุ์ใหม่ รับหนังสือจากทนายอั๋น บุรีรัมย์ ที่ขอให้ สว. 20 คน เข้าชื่อเพื่อส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ จากปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ล่าสุด 24 ก.พ. น.ส.นันทนา เผยความคืบหน้าว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างยกร่างคำร้องเพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ คาดแล้วเสร็จ 26 ก.พ.นี้ ก่อนให้ สว. ร่วมลงชื่อคำร้องต่อไป

...

ศาลปกครอง

ในกรณีนี้ ศาลปกครอง มีอำนาจในการวินิจฉัยว่าการทำหน้าที่ของ กกต. “ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่” และสามารถสั่ง “คุ้มครองชั่วคราว” เพื่อให้ กกต.ระงับการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.ไว้ได้ และหากศาลพิพากษาแล้วว่าการมีบาร์โค้ดไม่ชอบด้วยกฎหมาย อาจสั่งให้มีจัดการเลือกตั้งใหม่โดยใช้บัตรที่ไม่มีบาร์โค้ด หรืออาจสั่งทำลายบัตรเลือกตั้งที่มีปัญหาเพื่อคุ้มครองความลับประชาชน โดยฝ่ายการเมือง และภาคประชาชน ที่ยื่นต่อศาลปกครอง อาทิ

  • วันที่ 14 ก.พ. “ทนายชา” นายธนู รุ่งโรจน์เรืองฉาย ยื่นต่อศาลปกครอง พร้อมเรียกร้องให้ 
    1. จัดเลือกตั้งใหม่ โดยพิมพ์บัตรไม่ให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ และเผาทำลายบัตรเลือกตั้งเดิม 
    2.ขอให้ระงับการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งจนกว่าศาลจะพิพากษา 
    ต่อมาศาลปกครองกลางรับเป็นคดีดำ หมายเลข 304/2559
  • วันที่ 15 ก.พ. นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง ร้องเอาผิด กกต.และเลขาฯ กกต. พร้อมเรียกร้อง 
    1.สั่งให้บัตรเลือกตั้งเป็นบัตรเสียไม่นับเป็นคะแนนและเผาทำลายบัตร 
    2.ลงโทษ กกต.ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ด้วยโทษจำคุกและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และให้ชดใช้ค่าเสียหายในการจัดเลือกตั้งใหม่
  • วันที่ 16 ก.พ. ตัวแทนนิสิตนักศึกษา 9 มหาวิทยาลัย และนายนรเศรษฐ์ นาหนองตูมทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ยื่นศาลปกครอง ให้วินิจฉัยว่าคำสั่ง กกต.ให้ออกแบบและใช้บัตรเลือกตั้ง 2569 ที่มีบาร์โค้ด ที่สามารถสืบย้อนไปถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เข้าข่ายขัดหลักการเลือกตั้งโดยลับตามรัฐธรรมนูญ ถือเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และการนำบัตรเลือกตั้งดังกล่าวไปใช้ย่อมทำให้การเลือกตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมายเช่นกัน 

    โดยได้ขอให้ศาลปกครองสั่ง กกต. ระงับการประกาศรับรองผลเลือกตั้ง สส.ไว้ก่อนเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีคำพิพากษา

...

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง

เป็นการฟ้องทางอาญา ต่อ กกต.ซึ่งมีโทษปรับและจำคุก โดยส่วนใหญ่เป็นการฟ้องในความผิด ม.157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นคดีอาญาแผ่นดินที่ยอมความไม่ได้ และมีอายุความ 15 ปี 

ในการเลือกตั้งโมฆะปี 2549 เคยมีการยื่นฟ้องเอาผิด กกต.ว่าจัดเลือกตั้งโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม โดยมีจำเลย 3 คน คือ พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภประธาน กกต., นายปริญญา นาคฉัตรีย์ และนายวีระชัย แนวบุญเนียร ซึ่งศาลพิพากษาจำคุก กกต.ทั้ง 3 คนเป็นเวลา 2 ปี และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี ขณะที่การเลือกตั้ง 2569 ฝ่ายการเมือง และภาคประชาชน ที่ยื่นฟ้อง อาทิ

  • วันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา ร.อ.ยงยุทธ เสาแก้วสถิต ทนายความ ยื่นฟ้อง นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. กับพวก และ เลขาฯ กกต. รวม 8 คน ผิด ม.157 ประกอบมาตรา 83 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต, พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2569 มาตรา 69, พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 149 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 

    กล่าวหาว่าทั้ง 8 คน มีเจตนาทุจริตร่วมกันสั่งพิมพ์บัตรเลือกตั้งใส่คิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ด โดยมีเจตนาใช้ตรวจสอบเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง แสดงถึงความไม่สุจริตและไม่โปร่งใส ทั้งยังเพิ่มค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนในการพิมพ์บัตรเลือกตั้งโดยไม่จำเป็นด้วย ทำให้โจทก์รวมถึงประชาชนชาวไทยทั่วประเทศที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันดังกล่าวไม่เป็นความลับ ล่าสุดศาลรับคำฟ้องไว้และนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้องในวันที่ 17 มี.ค.เวลา 09.30 น.

  • พรรคประชาชน กำลังทำคำฟ้องและรวบรวมหลักฐานเพื่อยื่นเอาผิดมาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ในกรณีการจัดการเลือกตั้ง และบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ซึ่งในวันที่ 22 ก.พ.ที่มีการเลือกตั้งใหม่บางหน่วย ก็ได้ลงพื้นที่เก็บหลักฐานและพบว่าบัตรเปลี่ยนแปลงไป โดยไม่มีเลขรหัสระบุที่ต้นขั้วแล้ว ซึ่งก็จะนำไปประกอบคำฟ้องต่อไป

...