วัดป่าชนะใจ พร้อมให้ตรวจสอบรุกที่ ส.ป.ก. “ครูบาชัยวัฒน์” ป่วยกะทันหัน ทีมข่าวตรวจสอบพื้นที่ป่า ไม่พบเครื่องจักรหนัก และลูกศิษย์วัดในพื้นที่ หลัง ส.ป.ก.ติดป้ายห้ามรุกล้ำ ได้ถอนออกนอกพื้นที่ ด้านพระนอกพื้นที่ ได้ดำเนินการเอกสารย้ายมาสังกัดไว้ในวัดใกล้เคียง รอสำนักพุทธฯ อนุมัติ


จากกรณีที่เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ เข้าตรวจสอบสถานปฏิบัติธรรมป่าชนะใจ จ.สระบุรี เมื่อวันที่ 18 ก.พ.69 ที่ผ่านมา ซึ่งมีการร้องเรียนจากชาวบ้านถึงพฤติกรรมในการรุกล้ำพื้นที่ ส.ป.ก. มีการใช้ประโยชน์ผิดประเภท รวมถึงมีการเรี่ยไรเพื่อให้ผู้มีจิตศรัทธาทำบุญในจำนวนมาก และมีการถกเถียงในสังคมวงกว้าง ทำให้ “ครูบาชัยวัฒน์” ในฐานะผู้ที่ดูแลพื้นที่นัดสื่อมวลชนแถลงวันนี้ 21 ก.พ.69 เวลา 14.00 น. ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ ที่ติดตามเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น จึงได้ลงพื้นที่เพื่อรอการแถลง แต่เมื่อถึงเวลาลูกศิษย์จึงได้แจ้งว่า ครูบาชัยวัฒน์ ได้อาพาธกะทันหัน เมื่อเช้าที่ผ่านมา ด้วยมีโรคประจำตัวเป็นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ ประกอบกับการเดินทางไกล และพักผ่อนไม่เพียงพอ จึงมีอาการป่วยกะทันหันและได้เข้ารับการตรวจรักษา (แอดมิด) ณ โรงพยาบาล จึงมอบหมายให้ทนายและพระเลขา เป็นผู้แถลงแทน

...

โดยทนายของทางวัด กล่าวว่า เพื่อลดความเข้าใจผิดในสังคม หากเจ้าหน้าที่รัฐมีข้อมูลกรณีการรุกล้ำที่ดิน ส.ป.ก. ก็พร้อมจะต่อสู้คดี แต่เบื้องต้นทางมูลนิธิฯ ไม่ได้มีเจตนาบุกรุกพื้นที่ ส.ป.ก. และอาจมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน ในกระบวนการใช้ประโยชน์ของ ส.ป.ก.

ส่วนการยื่นขอใช้อยู่ในขั้นตอนพิจารณา ดังนั้นไม่ใช่การบุกรุกโดยพลการ เราพร้อมให้ตรวจสอบ และถ้าต่อไปมีข้อมูลการได้รับอนุญาตจะเรียนแจ้งสื่อมวลชนอีกครั้ง แต่ในเรื่องคดี ต้องมีการพิสูจน์กันในชั้นศาล


ท่านครูบา แม้ท่านจะพรรษาน้อย แต่ถือเป็นบรรพชิตที่ต้องเคารพ ซึ่งปัจจุบันพระที่ดีมีน้อย เส้นทางเงินเราจดเป็นมูลนิธิเรื่องการใช้เงินสามารถตอบได้ทุกคำถาม

แต่เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงชื่อที่ใช้ในการจดทะเบียนมูลนิธิฯ ทางทนายตอบว่า ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้จดทะเบียนที่ชัดเจน ที่ผ่านมามีความพยายามในการยื่นเรื่องเพื่อตั้งเป็นสำนักสงฆ์ ซึ่งในเรื่องที่ดิน ต้องมีการพิสูจน์ ว่าเป็นที่ทับซ้อน ถ้าพิสูจน์แล้วผิดจะต้องคืน และปรับสภาพป่าคืนชุมชน ขณะเดียวกันถ้าผิดจริง ต้องพิสูจน์ว่าวัดมีเจตนาหรือไม่

ด้านพระเลขา กล่าวว่า อาตมาเป็นตัวแทนสำนักสงฆ์ ด้วยความที่ยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นวัดถูกต้อง ทำให้ยังออกใบอนุโมทนาบัตรไม่ได้ จึงได้แต่โพสต์ในโซเชียล เพื่อขอบคุณผู้ที่ทำบุญ


เมื่อสอบถามว่า ทำไมพื้นที่สถานปฏิบัติธรรมถึงขยายออกไปเกิน 13 ไร่ ที่มีการอ้างว่าเป็นเนื้อที่เริ่มต้นที่ชาวบ้านมอบให้ เพราะพื้นที่ใช้ประโยชน์ไม่เพียงพอ และหลังจากนั้นชาวบ้านศรัทธามอบให้

ส่วนกรณีที่พระลูกวัดจะต้องไปรายงานตัวกับต้นสังกัดใน จ.อุบลราชธานี และ จ.เลย เบื้องต้นพระทั้งหมดได้ยื่นเรื่องย้ายมาในวัดพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งตอนนี้เอกสารต่างๆ ดำเนินการเรียบร้อย รอเพียงสำนักพุทธฯ รับรอง

หลังจากการแถลงข่าว ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ ได้สำรวจในพื้นที่ พบว่าพื้นที่ที่มีการอ้างว่ามีการรุกล้ำกว่า 2 พันไร่ ทางหน่วยงาน ส.ป.ก. พื้นที่ได้ติดป้ายห้ามใช้ประโยชน์ และไม่มีการเข้าไปในพื้นที่ของทางวัด แต่สิ่งปลูกสร้างบางส่วนยังอยู่ภายในพื้นที่


...