“สำนักพุทธ” ยันครูบาชัยวัฒน์ เข้าข่ายปาราชิก เจ้าคณะเคยเตือนพฤติกรรมเรี่ยไรไม่เหมาะสม เผยมีผู้เสียหายเข้าร้องเรียนฉ้อโกง เข้าข่าย “วัดเถื่อน” ชี้เดิมมีเจ้าอาวาส ก่อนถูกขับไล่ออกจากวัด จับตาพรุ่งนี้ชี้แจงทุกประเด็น

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ เข้าตรวจสอบสถานปฏิบัติธรรมป่าชนะใจ จ.สระบุรี เมื่อวันที่ 18 ก.พ.69ที่ผ่านมา ซึ่งมีการร้องเรียนจากชาวบ้านถึงพฤติกรรมในการรุกล้ำพื้นที่ ส.ป.ก. และมีการใช้ประโยชน์ผิดประเภท รวมถึงมีการเรี่ยไรเพื่อให้ผู้มีจิตศรัทธาทำบุญในจำนวนมาก


“ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์” ได้เกาะติดประเด็นนี้ตั้งแต่วันแรกที่เจ้าหน้าที่ตรวจค้น ได้สอบถามข้อมูลจาก กฤศกร สนิทศักดิ์ดี ผู้ตรวจราชการ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปิดข้อมูลว่า ตอนนี้ทางคณะสงฆ์ที่เป็นต้นสังกัดพระที่อยู่ใน สถานปฏิบัติธรรมป่าชนะใจ จ.สระบุรี ได้เรียกกลับต้นสังกัดทั้งหมด โดยมีต้นสังกัดอยู่ที่ เลย 1 รูป ,อุบลราชธานี 6 รูป , นครราชสีมา 1 รูป , สระบุรี 4 รูป ขณะที่เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานปฏิบัติธรรมไม่รับพระองค์นี้ให้อยู่ในสังกัด และที่ผ่านมาเจ้าคณะจังหวัดและเจ้าคณะอำเภอ เคยเตือนครูบาชัยวัฒน์ มาแล้วว่าอย่าไปแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เพราะเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ มีโทษถึงปาราชิก แต่ท่านก็ไม่ฟัง

...

ตอนนี้มีคนที่เคยอยู่ในวัด และเป็นแอดมินเพจของทางวัด ออกมาให้ข้อมูลถึงแผนการหาเงินของวัด ส่วนประเด็นเรื่องที่ ส.ป.ก. ที่ทางวัดอ้างว่ามีชาวบ้านมอบให้ก็เป็นเพียงข้ออ้างว่า ซื้อมาจากชาวบ้าน ซึ่งถ้าชาวบ้านคนนั้นขายก็มีความผิด เพราะในทางกฎหมาย ที่ ส.ป.ก. ห้ามไม่ให้มีการซื้อขาย โดยเฉพาะพื้นที่บนยอดเขา ถือเป็นพื้นที่ป่า ที่ ส.ป.ก. ยังไม่มีการจัดสรร


เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่า พฤติกรรมดังกล่าวของ ครูบาชัยวัฒน์ เข้าข่ายปาราชิกหรือไม่ “กฤศกร” ให้คำตอบว่า ปกติถ้าเป็นการปาราชิก ไม่ต้องรอให้คดีที่มีการร้องเรียนสิ้นสุด เพียงพระไปลักทรัพย์ก็เข้าข่ายปาราชิก เพราะพฤติกรรมการเข้าไปครอบครองพื้นที่เขา และตัดต้นไม้ก็เข้าข่ายลักทรัพย์ ที่ผ่านมาเจ้าคณะได้เตือนท่านแล้วไม่ฟัง

ต้นเหตุของการตรวจสอบ ที่ร่วมกับหลายหน่วยงานพบว่า มีพฤติกรรมจะทำคล้ายรีสอร์ท โดยมีบ้านพักล้อมรอบอยู่บนเขา และมีพระอยู่ตรงกลาง ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่เข้าไปตรวจสอบ สุดท้ายโครงการจะทำจนแล้วเสร็จ ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่ก็รวบรวมข้อมูลไว้แล้วในประเด็นฉ้อโกงประชาชน โดยตอนนี้เริ่มมีผู้เสียหายเข้ามาร้องเรียนกว่า 10 ราย


เปิดพฤติกรรมขับไล่เจ้าอาวาสเดิม


18 ก.พ. 69 ที่ผ่านมาในการเข้าตรวจสอบ สถานปฏิบัติธรรมป่าชนะใจ จ.สระบุรี แม้เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ ไม่พบครูบาชัยวัฒน์ แต่ตัวแทนของทางวัดได้ให้ข้อมูลว่า จุดเริ่มต้นเริ่มจากโรงนมเก่าที่ชาวบ้านมาทำกิน ก่อนมอบให้เป็นสถานที่ของสงฆ์ โดยพื้นที่เริ่มต้นคือ ที่ดิน ส.ป.ก.13 ไร่ จนต่อมาผู้ศรัทธาช่วยกันขยายพื้นที่ดังเช่นปัจจุบัน

กฤศกร สนิทศักดิ์ดี ผู้ตรวจราชการ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้ข้อมูลว่า เดิมพื้นที่ตั้งของสถานปฏิบัติธรรมแห่งนี้ มีชาวบ้านมอบให้พระรูปหนึ่ง ที่จำวัดอยู่ก่อนครูบาชัยวัฒน์ จะเดินทางเข้ามา แต่หลังจากนั้นกลับถูกครูบาชัยวัฒน์ ที่บวชได้ 2 พรรษา ขับไล่ออกจากวัดโดยใช้อิทธิพล ตอนนี้พระรูปนี้ทางสำนักพุทธได้กันไว้เป็นพยาน

...


สำหรับใบอนุโมทนาบัตร ที่คนมาทำบุญ มีการตรวจสอบแล้วว่า จะไม่สามารถนำไปยกเว้นภาษีได้ทุกการทำบุญ เพราะวัดยังไม่ถูกจดทะเบียนอย่างถูกต้อง ซึ่งตามจริงจะเรียกว่าวัด หรือสถานปฏิบัติธรรมไม่ได้ เพราะยังไม่มีการขึ้นทะเบียนจึงถือว่าเป็น “วัดเถื่อน” ใบอนุโมทนาบัตรที่ออกมา ก็เข้าข่ายการฉ้อโกงทั้งหมด

ด้านสถานปฏิบัติธรรมป่าชนะใจ จ.สระบุรี ประกาศเตรียมชี้แจงพรุ่งนี้ 21 ก.พ.69 โดย “ครูบาชัยวัฒน์” จะเป็นผู้ให้ข้อมูล ซึ่งทีมข่าวจะได้ติดตามเพื่อนำเสนอข้อเท็จจริงต่อไป