บวช 2 พรรษา เรี่ยไรเงินบุญได้กว่าพันไร่ วัดป่าชนะใจ “บิ๊กเต่า” ป.ป.ท. บุกตรวจไร้เงาเจ้าอาวาส ยันแผนที่ชัดรุกพื้นที่ป่า ปมสงสัยซื้อกุฏิถวายวัดหลักแสน ใบอนุโมทนาบัตรหลายใบลดหย่อนภาษีไม่ได้

วันนี้ (18 ก.พ. 69) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) ภายใต้การอำนวยการของนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. และพันตำรวจโท สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. จากกองอำนวยการต่อต้านการทุจริต และ ป.ป.ท. เขต 1 ร่วมกับพลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.พลตำรวจตรี เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. พลตำรวจตรีประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. บูรณาการการทำงานร่วมกับ กรมป่าไม้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสระบุรี และสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระบุรี ร่วมลงพื้นที่เข้าตรวจสอบสถานะพื้นที่ครอบครองของวัดป่ารักษาใจ หมู่บ้านอริยะ วัดป่าชนะใจ พุทธสถานรักษาใจนานาชาติ และผาชนะใจ ณ ตำบลหนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก คาบเกี่ยวอำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี

...


ในการเข้าค้น พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. นำหมายค้นเข้าตรวจสอบสถานปฏิบัติธรรมป่าชนะใจ หลังได้รับแจ้งว่ามีการใช้พื้นที่ สปก. โดยเบื้องต้นพบว่ามีการเรี่ยไรเงินทำบุญผ่านสื่อออนไลน์ เพื่อนำมาก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ ซึ่งก่อนหน้านี้มีการแจ้งความ แต่คดีไม่คืบหน้า ซึ่งในการเข้าตรวจสอบพบว่าเจ้าอาวาสที่บวชได้ 2 พรรษาไม่อยู่ และได้ส่งทนายมาให้ข้อมูลแทน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบว่ามีการครอบครองที่ดินกว่าพันไร่


สำนักพุทธสืบประวัติเอาผิดทางวินัย


กฤศกร สนิทศักดิ์ดี ผู้ตรวจราชการ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้ข้อมูลว่า ครูบาชัยวัฒน์ ผู้ดูแลสถานที่แห่งนี้ เริ่มบวชเมื่อปี 2566 โดยต้นสังกัดอยู่ที่ จ.เลย จากนั้นก็เดินทางมาอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ขณะที่เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี ก็ไม่ได้อนุญาตรับเข้าสังกัด โดยจุดเริ่มต้นของท่านเริ่มได้รับที่ดินเริ่มต้น 13 ไร่ ก่อนต่อมาจะมีการรับบริจาค ทำให้ตอนนี้มีกว่าพันไร่

พื้นที่นี้ไม่มีการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง และพระที่จำวัดอยู่ทั้ง 12 รูป ไม่ได้มีสังกัดอยู่ใน จ.สระบุรี ตอนนี้มีการเรียกพระทั้งหมดกลับไปยังพื้นที่เดิม ซึ่งถ้าหากไม่กลับไปยังวัดต้นสังกัดก็อาจถึงขั้นต้องสึก

วันนี้ได้มีการสำรวจกุฏิเจ้าอาวาส และพื้นที่ที่มีการรายงานว่ารุกล้ำพื้นที่ป่า ซึ่งมีการใช้เครื่องจักรหนักก่อสร้างและทำถนน ซึ่งผิดกฎหมายการใช้พื้นที่เดิม ขณะเดียวกันพบว่าใบอนุโมทนาบัตรบางส่วน ไม่สามารถนำไปยกเว้นภาษีได้ เนื่องจากยังไม่มีการจดทะเบียนถูกต้อง


เรี่ยไรเงินซื้อกุฏิถวายวัดหลังละแสน

...


สืบเนื่องจาก สำนักงาน ป.ป.ท. ได้รับการแจ้งเบาะแสจากประชาชนในพื้นที่ว่า มีวัดป่า หรือสำนักสงฆ์ นำโดย ครูบาชัยวัฒน์ (ประวัติ บวชเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2566 ต้นสังกัดวัดศรีสุธาวาส (วัดเลยหลง) อำเภอเมือง จังหวัดเลย) แสดงตนเป็นผู้นำคณะสงฆ์และแม่ชี เข้ามาบุกรุกยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าบริเวณดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการแจ้งความร้องทุกข์แล้ว แต่คดีไม่มีความคืบหน้า และปัจจุบันยังมีการบุกรุก,ปรับพื้นที่และสร้างสิ่งปลูกสร้างอยู่ตลอดเวลา


จากการตรวจสอบพบพฤติการณ์ พบว่า วัดป่ารักษาใจ ได้มีการเชิญชวนทำบุญ เรี่ยไรเงินในการปรับพื้นที่ก่อสร้างถนน และขุดล้อมต้นไม้จากที่สาธารณประโยชน์ เช่น บริเวณริมถนนสาธารณะ ไปตกแต่งพื้นที่ภายในวัด นำเครื่องจักรหนักเข้ามาในพื้นที่ ขุดปรับแต่งพื้นที่ให้ราบเหมาะแก่การก่อสร้าง ดันต้นไม้ทำถนนขึ้นไปในแนวป่า และทำการปรับพื้นที่ โดยการชักชวนผ่านช่องทาง เฟซบุ๊ก TikTok YouTube เชิญชวนให้มาซื้อกุฏิถวายวัด หรือซื้อเพื่ออยู่ปฏิบัติธรรม หลังละ 500,000 บาท ทำถนนทางเข้าพุทธสถานวัดป่ารักษาใจนานาชาติ 10 กิโลเมตร มูลค่า 3.3 ล้านบาท และในการดำเนินการกิจการต่างๆ ภายในวัด ซึ่งส่วนมากเกี่ยวข้องกับการสร้างสิ่งก่อสร้างและปรับพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร หรือ สปก. ที่สำนักงานปฏิรูปที่ดินยังไม่ได้อนุญาตให้แก่ผู้ใด

...


สำหรับปฏิบัติการเข้าตรวจสอบสถานะพื้นที่ในครั้งนี้ พบว่า จุดที่ 1 วัดป่ารักษาใจ อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม พื้นที่ 13 ไร่ ปรากฏชื่อผู้ได้รับอนุญาตเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ตามเอกสาร ส.ป.ก. 4 – 01 แต่ผู้ได้รับอนุญาตตามเอกสาร ไม่ได้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ต่อมาวัดป่ารักษาใจเข้ามาในพื้นที่ ในช่วงปี 2566 พบการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติมจากผู้เคยได้รับอนุญาตเดิม จุดที่ 2 ถึง 4 (หมู่บ้านอริยะ วัดป่าชนะใจ พุทธสถานรักษาใจนานาชาติ และผาชนะใจ) อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินฯ ยังไม่ ได้อนุญาตให้ผู้ใดเข้าทำประโยชน์ ผู้บุกรุกยึดถือครอบครองมีพฤติกรรมก่อสร้าง แผ้วถางป่า นำเครื่องจักรหนักปรับพื้นที่ในบริเวณเนินเขาสูง โดยไม่ได้รับอนุญาต

...


ทั้งนี้ สถานะพื้นที่ตามกฎหมาย เป็นผู้บุกรุกที่ดิน สปก. ตาม พ.ร.ก. ส.ป.ก. พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มีความผิดตาม ม.54 แห่ง พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2484 สถานะของวัดป่ายังไม่ได้รับอนุญาตให้เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย คณะทำงานเรียกว่าเป็นที่พักสงฆ์ ที่ไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจากเจ้าคณะปกครอง ดำเนินการก่อสร้าง โดยไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ. อนุมัติอนุญาต ก่อสร้างฯ


ภาพ : ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์