เบื้องลึก “ห้องดอกแก้ว” สัปเหร่อดังถูกร้องล่วงละเมิดทางเพศ ลวงทำพิธี พิสูจน์หลุมฝังศพเด็ก ปมปริศนานำสู่การร้องทุกข์ บุกตรวจสอบ และขุดโครงกระดูกพิสูจน์ความจริง


สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 12 ก.พ. 69 ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา มือปราบสัมภเวสี พาผู้เสียหายเป็นหญิงสาว 2 ราย เข้าพบ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เพื่อร้องขอให้ตรวจสอบและดำเนินคดีกับ ลุงสนม สัปเหร่อ หรือ หมอถอนคุณไสย ชื่อดังในพื้นที่ จ.อ่างทอง หลังถูกหลอกให้ทำพิธีสะเดาะเคราะห์แก้คุณไสยและกระทำอนาจาร


โดยสัปเหร่อคนดังกล่าวมีพฤติกรรมต้องสงสัย ผู้เสียหายหลายรายออกมาเปิดเผยว่า เมื่อหลังจากเสร็จพิธี สัปเหร่อคนดังกล่าวมักจะลวนลามโดยการกอดหอม หรือเอ่ยปากขอให้ถอดเสื้อผ้า และลวนลามบริเวณอวัยวะเพศ โดยอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งในพิธี

...



ขณะเดียวกัน ยังพบว่าสัปเหร่อคนดังกล่าวมีการเก็บศพเด็กจากการทำพิธีไว้ในห้องแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า “ห้องดอกแก้ว” ซึ่งเป็นห้องที่ใช้ผ่าศพเด็กตายทั้งกลมซึ่งเป็นห้องที่มีเตียงนอนสกปรกและเต็มไปด้วยของขลัง รวมถึงยังมีการฝังร่างของเด็กทุกคนที่ถูกทำพิธีไว้ภายในห้องแห่งนี้


เมื่อเรื่องราวดังกล่าวถูกเล่าขานในสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้หลายฝ่ายต่างตั้งข้อสังเกตถึงพฤติกรรมสัปเหร่อดังกล่าวว่าเป็นการประกอบพิธีจริงๆ หรือเพียงแค่อยากกระทำอนาจารต่อลูกศิษย์ รวมถึงเรื่องการฝังศพเด็กก็ถูกตั้งข้อสังเกตว่าการกระทำดังกล่าวผิดกฎหมายฐานซ่อนเร้นหรือทำลายศพหรือไม่


ท่ามกลางกระแสสังคมที่ตั้งคำถามอย่างหนัก ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ ได้ไล่เรียงข้อมูลจากคำร้องเรียนของผู้เสียหายหลายราย เพื่อต่อภาพพฤติกรรมของสัปเหร่อรายนี้อย่างเป็นลำดับ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการชักชวนทำพิธี ไปจนถึงเหตุการณ์ที่ผู้เสียหายระบุว่าเข้าข่ายล่วงละเมิด และปมปริศนา “ห้องดอกแก้ว” ที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นสถานที่เก็บและฝังศพทารก เรื่องราวที่ถูกร้อยเรียงออกมาสะท้อนข้อสงสัยสำคัญว่า พิธีกรรมที่อ้างความศักดิ์สิทธิ์นั้น เป็นความเชื่อตามโบราณจริง หรือเป็นเพียงฉากบังหน้าเท่านั้น



พฤติกรรมหื่นกาม ลวนลามผู้ประกอบพิธี

...


คำบอกเล่าของผู้เสียหายหลายท่านพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าหลังจากเสร็จสิ้นพิธี สัปเหร่อคนดังกล่าวจะมีพฤติกรรมที่ต่างออกไปจากเดิม ซึ่งจะเดินเข้ามาลวนลาม กระทำอนาจาร


ผู้เสียหายท่านที่หนึ่ง เผยว่า ได้เข้ามาทำพิธีให้กับน้องสาว เนื่องจากน้องสาวตนประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิต และได้รับคำแนะนำมาจากพระรูปหนึ่งให้เข้ามาทำพิธีกับสัปเหร่อคนดังกล่าว อ้างว่าต้องผ่าศพแม่และเด็กออกจากกัน มิเช่นนั้นวิญญาณจะเฮี้ยน แต่เมื่อหลังเสร็จสิ้นพิธี สัปเหร่อคนดังกล่าวกลับเดินเข้ามากอดและหอมตน อ้างว่าเอ็นดูเหมือนลูกหลาน


...

ขณะที่ผู้เสียหายท่านที่สอง เผยว่า ตนเองสูญเสียลูกหลังจากเพิ่งคลอดได้เพียงไม่กี่วัน และไม่รู้ว่าต้องจัดการกับร่างลูกอย่างไร จึงหาข้อมูลในยูทูป และพบช่องของสัปเหร่อคนดังกล่าว จึงตัดสินใจเดินทางมาทำพิธีสะเดาะเคราะห์


โดยจุดเลวร้ายที่สุดคือการทำพิธี “อาบน้ำมนต์” เนื่องจากพอตนได้เริ่มพิธี สัปเหร่อคนดังกล่าวได้มีการกระตุกผ้าถุงของตน และนำมีดที่อ้างว่าเป็น “มีดหมอ” มาขูดบริเวณขาอ่อนและอวัยวะเพศ เพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้าย ตนพยายามขัดขืนแต่ไม่สำเร็จ สัปเหร่อคนดังกล่าวยังไม่หยุด และพยายามใช้มือลูบคลำบริเวณอวัยวะเพศ และเมื่อเสร็จสิ้นพิธี สัปเหร่อคนดังกล่าวยังพยายามเกลี้ยกล่อมให้ตนนอนค้างคืน อ้างว่าต้องทำพิธีอาบน้ำมนต์ต่อเนื่องอีก 6 รอบ จึงพยายามเบี่ยงเบนจนสามารถหนีออกมาได้


ด้านผู้เสียหายคนที่สาม เผยว่า ตนได้พาเพื่อนที่ป่วยไปทำพิธีอาบน้ำมนต์เมื่อ 3 ปีก่อน สัปเหร่อคนดังกล่าวมีพฤติกรรมลวนลามอย่างเปิดเผย เรียกผู้หญิงทุกคนว่า “อ้วน” และพยายามแต๊ะอั๋ง ในขณะทำพิธีอาบน้ำมนต์ โดยบังคับให้ผู้ทำพิธียกขาพาดกับขาของตน และใช้ลูกแก้วคลึงตามร่างกาย จนถึงบริเวณอวัยวะเพศ เมื่อถึงคิวของตน พยายามบ่ายเบี่ยง และบอกว่ามีประจำเดือน และปฏิเสธที่จะดื่มน้ำมนต์โดยใช้วิธีอมไว้แล้วบ้วนแทน เพื่อไม่ให้โดนวางยา แต่ทางสัปเหร่อกลับขู่ว่าหากทำพิธีไม่ครบ 7 รอบจะกลายเป็นบ้า ตนจึงตอบโต้ไปว่า “เป็นบ้าดีกว่าต้องมาเปลืองตัว”

...


“ห้องดอกแก้ว” สุสานเด็กตายทั้งกลม


ขณะเดียวกัน ผู้เสียหายต่างร้องเรียนว่าร่างลูกของตนถูกสัปเหร่อดังกล่าวนำไปฝังไว้ใน “ห้องดอกแก้ว” ซึ่งเป็นห้องที่ใช้ผ่าศพเด็กตายทั้งกลมซึ่งเป็นห้องที่มีเตียงนอนสกปรกและเต็มไปด้วยของขลัง เปรียบเสมือน “สุสานเด็กตายทั้งกลม”


เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้วันนี้ (17 ก.พ. 69) “หมอปลา” พร้อมทีมทนายความและกลุ่มผู้เสียหาย เดินทางไปยังวัดในพื้นที่ ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ซึ่งถูกระบุว่าเป็นจุดฝังศพทารกจากกรณีหญิงเสียชีวิตพร้อมเด็กในครรภ์ โดยได้เข้าพบเจ้าอาวาสเพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์ของการเดินทาง และอธิบายข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้รับทราบ


ในพื้นที่ดังกล่าว ได้พบกับนางสำเริง (สงวนนามสกุล) อายุ 77 ปี ภรรยาของสัปเหร่อ ซึ่งให้ข้อมูลว่า ตนและสามีไม่เคยมีเจตนาเก็บร่างทารกไว้ หากญาติประสงค์จะนำกลับไปประกอบพิธี ก็พร้อมยินยอมให้ดำเนินการ ไม่ได้คิดยึดร่างไว้แต่อย่างใด


หมอปลาได้ทำหน้าที่ประสานงานเรื่องการนำโครงกระดูกทารกที่ขุดพบในวันนี้เข้าสู่กระบวนการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อยืนยันว่าเป็นร่างของลูกหลานตามที่ญาติกล่าวอ้างหรือไม่ ส่วนประเด็นการรื้อถอนสุสาน ได้มีการพูดคุยเบื้องต้นกับองค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งกำหนดกรอบเวลา 15 วันในการดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ภรรยาของสัปเหร่อยังไม่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว ทำให้ต้องมีการหารือร่วมกันอีกครั้งระหว่าง อบต. และเจ้าอาวาสในวันถัดไป


เบื้องต้นวันนี้ 17 ก.พ. 69 หมอปลา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ วัดสิงห์ จ.อ่างทอง เพื่อตรวจบริเวณที่มีการอ้างว่านำศพเด็กไปฝัง ซึ่งเบื้องต้นยังต้องรอการเข้ามาแจ้งความของเจ้าทุกข์ กรณีการนำศพมาฝังอย่างไม่ถูกต้อง และต้องรอพิสูจน์ข้อเท็จจริงหลังจากนี้ว่า พฤติกรรมดังกล่าวจะมีข้อเท็จจริงต่อจากนี้อย่างไร