เปิดงบดุล "สเปกเตอร์ ซี" โยงไอโอพรรคส้ม พบปี 67 ฟื้นทำกำไร ดำเนินการมา 6 ปี ส่อง 3 รายชื่อกรรมการหลักบริษัท ด้านแกนนำพรรคประชาชน แจงไม่มีไอโอ แต่เป็นการสร้างหลักความมั่นคงให้คนทำงาน
หลังการออกมาแฉของอดีต สส.พรรคประชาชน ถึงเบื้องหลังการปั่นกระแสในโลกโซเชียลของพรรคส้ม ว่ามีไอโอ อยู่เบื้องหลัง และนำมาสู่การชี้แจงของตัวแทนพรรคประชาชน ที่ชี้แจงว่าบริษัทดังกล่าวจัดตั้งขึ้น หลังมีการยุบพรรค เพื่อป้องกันปัญหาที่พรรคจะถูกยุบพรรค และเพื่อให้พนักงานที่ทำงานมีความมั่นคง ขณะเดียวกันยืนยันว่า ไม่มีไอโอ แต่เป็นบริษัทเอกชน ที่รับงานของพรรค และรับจ้างทำสื่อให้กับลูกค้าภายนอก รวมถึงให้พนักงานในบริษัท ถือหุ้นด้วย
ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ ได้ทำการตรวจสอบข้อมูลผ่าน คอร์พัส X : แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจของคุณ ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในระบบกระทรวงพาณิชย์พบว่า
บริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัดหรือ SPECTRE C CO., LTD.
ประเภทนิติบุคคล : บริษัทจำกัด เลขทะเบียนนิติบุคคล วันที่จดทะเบียน: 14 มกราคม 2563
...
จำนวนปีที่ดำเนินกิจการ: 6 ปี 1 เดือน
สถานะกิจการ : ยังดำเนินกิจการอยู่ ทุนจดทะเบียนล่าสุด : 1,430,000
ที่ตั้ง : แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ จังหวัดกรุงเทพมหานคร
ขนาดธุรกิจ: กิจการขนาดเล็ก ประเภทธุรกิจ 1. การจัดพิมพ์จำหน่ายหรือเผยแพร่งานอื่นๆ ผ่านทางออนไลน์ 2. การจัดพิมพ์จำหน่ายหรือเผยแพร่งานอื่นๆ ผ่านทางออนไลน์
ลักษณะธุรกิจ (ล่าสุด) การบริการตัดต่อภาพและเสียงกิจกรรมทางกฎหมายและบัญชี (2567) การบริการตัดต่อภาพและเสียง กิจกรรมทางกฎหมายและบัญชี อำนาจกรรมการ กรรมการสองคนลงลายมือชื่อร่วมกัน และประทับตราสำคัญของบริษัท
รายชื่อกรรมการ
ลำดับ | ชื่อ-สกุล |
1 | นาย พุฒิพงศ์ พงศ์เอนกกุล |
2 | นาย ศุภชัย เสียงจันทร์ |
3 | นางสาว กัลยกร ศรีวารีรัตน์ |
...
งบกระแสเงินสด รอบบัญชี 31/12/2567 กำไรขาดทุนสุทธิ 5,480,054.00
วิเคราะห์งบการเงิน
ในกรณีนี้ บริษัทมีค่าอัตราส่วนทุนหมุนเวียนเท่ากับ 10.48 เท่าในปี 2567 และ 1.11 เท่าในปี 2566 ซึ่งแสดงให้เห็นแนวโน้มทางด้านสภาพคล่องของบริษัทที่ ดีขึ้น
...
เนื่องจากการที่สินค้าคงเหลือจัดเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนที่มีสภาพคล่องในระดับที่น้อยมาก ดังนั้น การพิจารณาความสามารถของบริษัทในการจ่ายหนี้สินระยะสั้นโดยไม่นำค่าสินค้าคงเหลือมาคิด จะทำให้เห็นค่าที่ชัดเจนกว่า ซึ่งคือ การดูจาก อัตราส่วนทุนหมุนเวียนเร็ว
ในปี 2567 และปี 2566 พบว่าบริษัทมีอัตราส่วนทุนหมุนเวียนเร็วเท่ากับ 10.48 เท่าและ 1.11 เท่า ตามลำดับ ดังจะเห็นได้ว่าบริษัทมีสภาพคล่องจากสินทรัพย์สภาพคล่องสูงในระดับที่ ดีขึ้น
เมื่อพิจารณางบปี 2567 จะเห็นได้ว่าบริษัทมีสินทรัพย์หมุนเวียนและสินทรัพย์สภาพคล่องสูงมากกว่ายอดหนี้สินหมุนเวียน นั่นคือมีเพียงพอในการเปลี่ยนสภาพเป็นเงินสดได้อย่างเร็วเพื่อจ่ายชำระหนี้ระยะสั้นเมื่อถึงเวลาเรียกเก็บ
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้านี้เป็นการวัดประสิทธิภาพในการดำเนินงานของบริษัทในด้านการบริหารว่าเงินลงทุนในลูกหนี้ได้ถูกใช้หมุนเวียนก่อให้เกิดรายได้มากน้อยเพียงใด ถ้าอัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้ามีค่าตัวเลขที่ต่ำ อาจจะชี้ให้เห็นถึงปัญหาในการเก็บหนี้และการยืดระยะเวลาเก็บหนี้มากเกินไป แต่ในทางกลับกัน อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้าที่มีค่าสูง อาจแสดงได้ถึงนโยบายที่เข้มงวดในการเก็บหนี้ กรณีของบริษัทนี้พบว่ามีการเพิ่มขึ้นของอัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้าจาก 10.77 เท่าในปี2566 เป็น 17.96 เท่าในปี 2567 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทได้มีการพัฒนาทางด้านการบริหารการเก็บหนี้
...
พิจารณาได้จากระยะเวลาถัวเฉลี่ยในการเก็บหนี้จากลูกหนี้ ซึ่งลดลงจาก 34 วันในปี 2566 เหลือเป็น 21วันในปี 2567 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงระบบการจัดเก็บหนี้ที่ดีขึ้น ทั้งนี้โดยปกตินักวิเคราะห์มักจะเปรียบเทียบระยะเวลาถัวเฉลี่ยในการเก็บหนี้กับระยะเวลาในการให้สินเชื่อที่กำหนดไว้ตามนโยบายสินเชื่อของกิจการ ซึ่งถ้าช้ากว่าที่กำหนดไว้ในการให้สินเชื่อ แสดงว่าการบริหารสินเชื่อของบริษัทและการบริหารลูกหนี้ไม่เป็นไปตามนโยบายที่ตั้งไว้ อาจก่อให้เกิดปัญหาได้
อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อสินทรัพย์รวม
จากการวิเคราะห์ เราพบว่าโครงสร้างการจัดหาเงินทุน ประกอบด้วย หนี้สิน 0.10 เท่า และส่วนของผู้ถือหุ้น 0.90 เท่า ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทมีการจัดหาเงินทุนที่นำมาลงทุนในสินทรัพย์ ส่วนน้อยมาจากหนี้สิน ซึ่งในสภาวะเช่นนี้ เจ้าหนี้จะมีความเสี่ยงต่ำกว่าผู้ถือหุ้น และเมื่อมองที่ตัวบริษัท จัดได้ว่าบริษัทมีความเสี่ยงในระดับต่ำ
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทนี้คำนวณได้เท่ากับ 0.11 เท่า ซึ่งเป็นการพิจารณาสัดส่วนของหนี้สินทั้งหมดเมื่อเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้น ในกรณีบริษัทนี้พบว่า โครงสร้างเงินทุนของบริษัทมาจากส่วนของผู้ถือหุ้นมากกว่าหนี้สิน
อัตราส่วนแสดงความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย
อัตราส่วนนี้แสดงถึงความสามารถในการจ่ายภาระหนี้สินระยะยาวของบริษัท นั่นคือ ถ้าบริษัทมีการจ่ายดอกเบี้ยที่ดี บริษัทก็อาจได้รับการต่ออายุสินเชื่อเมื่อครบกำหนด อัตราส่วนนี้ยิ่งสูงก็ยิ่งแสดงถึงความเสี่ยงทางการเงินที่ต่ำ อัตราส่วนที่เหมาะสมควรมีค่าอย่างน้อยเท่ากับ 1 เท่า
บริษัทมีค่าอัตราส่วนแสดงความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ยในปี 2567 มากกว่า 1 เท่า ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทมีความสามารถเพียงพอในการจ่ายภาระหนี้สินระยะยาว โดยมีค่าเท่ากับ 35,037.78 เท่าในปี2567 และ -286.76 เท่าในปี 2566 ซึ่งแสดงให้เห็นแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น
อัตราส่วนกำไรสุทธิ อัตราส่วนแสดงความสามารถในการทำกำไร เป็นการวัดประสิทธิภาพในการดำเนินงานของบริษัทในการก่อให้เกิดรายได้
ในกรณีนี้พบว่าบริษัทมีค่า อัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 11.65 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2567 และ -6.15 เปอร์เซ็นต์ในปี2566 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงผลการดำเนินงานด้านการทำกำไรที่ดีขึ้น
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ แสดงความสามารถในการทำกำไรจากการลงทุนในสินทรัพย์ ซึ่งบริษัทมักต้องการให้ผลตอบแทนออกมาในมูลค่าเปอร์เซ็นต์ที่สูง
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ของบริษัทในปี 2566 และ 2567 พบว่ามีค่าเพิ่มขึ้นจาก -30.66 เปอร์เซ็นต์ เป็น 63.94 เปอร์เซ็นต์ แสดงถึงความสามารถในการทำกำไรที่สูงขึ้น