สำรวจอานุภาพร้าย “ระเบิดสุญญากาศ” ร้อนระเหยคร่าชีวิต ไร้ร่องรอยพริบตา อาวุธหนักความร้อนสูง3,500 องศา โจมตีปาเลสไตน์ ระเหยกลายเป็นไอหลายพันคน
รายงานสืบสวนของสำนักข่าวอัลจาซีรา ระบุว่า อิสราเอลใช้ “ระเบิดสุญญากาศ” ที่สร้างความร้อนสูงถึง3,500 องศาเซลเซียสในการโจมตีกาซา ส่งผลให้ชาวปาเลสไตน์หลายพันคนระเหยกลายเป็นไอ และเคยมีการใช้ในยูเครน โดยการโจมตีของรัสเซีย
การสืบสวนชุด “The Rest of the Story” ของสำนักข่าวอัลจาซีราเปิดเผยข้อมูลจากทีมป้องกันพลเรือนในกาซาว่า นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นในเดือนตุลาคม 2023 มีชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย 2,842 คน ถูกบันทึกว่า “ระเหยหายไป” จากจุดโจมตี หลังการตรวจสอบจำนวนผู้อาศัยในอาคารก่อนถูกถล่มเทียบกับจำนวนร่างที่กู้คืนได้ ความคลาดเคลื่อนดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตถึงลักษณะอาวุธที่อาจก่อให้เกิดการทำลายล้างรุนแรงผิดปกติ
ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารและพยานในพื้นที่ระบุว่า ปรากฏการณ์นี้อาจเชื่อมโยงกับการใช้อาวุธเทอร์โมบาริก หรือที่เรียกว่า “ระเบิดสุญญากาศ” หรือ “ระเบิดแอโรซอล” ซึ่งทำงานแบบสองจังหวะ โดยกระจายละอองเชื้อเพลิงในอากาศก่อนจุดระเบิด ก่อให้เกิดลูกไฟขนาดใหญ่พร้อมคลื่นแรงดันรุนแรงในพื้นที่ปิด
แรงระเบิดลักษณะนี้สามารถสร้างอุณหภูมิสูงกว่า 3,000-3,500 องศาเซลเซียส สูงกว่าระเบิดทั่วไปหลายเท่า เมื่อรวมกับแรงอัดอากาศที่เกิดขึ้นฉับพลัน ส่งผลให้เนื้อเยื่อมนุษย์และสิ่งปลูกสร้างภายในรัศมีการระเบิดถูกทำลายอย่างรุนแรง รายงานชี้ว่า ในบางพื้นที่เกิดเหตุ แทบไม่พบร่องรอยศพที่สมบูรณ์ เหลือเพียงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ขนาดเล็กที่ยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตอยู่ในจุดดังกล่าว
...
เปิดโครงสร้าง “ระเบิดสุญญากาศ” ทำงานอย่างไร
“ระเบิดสุญญากาศ” หรือที่เรียกว่าอาวุธเทอร์โมบาริก (thermobaric) หรืออาวุธแอโรซอล (aerosol weapons) ทำงานด้วยการระเบิดสองขั้นตอน ได้แก่
1. กระจายกลุ่มเชื้อเพลิงหรืออนุภาคละเอียดออกไปในอากาศ
2. จากนั้นจุดระเบิด ทำให้เกิดลูกไฟขนาดใหญ่ และแรงดูดคล้ายสุญญากาศ ดึงอากาศโดยรอบเข้าสู่ศูนย์กลางการระเบิด
ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า การระเบิดลักษณะนี้สามารถสร้างอุณหภูมิสูงถึง 3,500 องศาเซลเซียส ร้อนกว่าวัตถุระเบิดทั่วไปอย่างมาก โดยมักมีการเติมโลหะอย่างอะลูมิเนียม แมกนีเซียม และไทเทเนียม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านความร้อนและแรงดัน
ด้าน วาซิลี ฟาติกาโรฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหาร อธิบายว่า อาวุธเทอร์โมบาริกแตกต่างจากระเบิดทั่วไป เพราะมันกระจายกลุ่มเชื้อเพลิงออกมาก่อนจุดระเบิด เมื่อระเบิดจะเกิดทั้งลูกไฟและแรงดูดคล้ายสุญญากาศ ทำลายสสารในรัศมีอย่างสิ้นซาก
หนึ่งในสารประกอบที่ถูกกล่าวถึงคือ “ไตรโทนัล” (tritonal) ซึ่งเป็นส่วนผสมของ TNT กับผงอะลูมิเนียม ใช้ในระเบิดที่ผลิตในสหรัฐฯ เช่น MK-84 ซึ่งสามารถสร้างความร้อนระดับทำลายเนื้อเยื่อมนุษย์อย่างสมบูรณ์
ด้าน ดร.มูนีร์ อัล-บูร์ช อธิบายผลกระทบทางชีวภาพว่า ร่างกายมนุษย์ประกอบด้วยน้ำราว 80% และมีจุดเดือดที่ 100 องศาเซลเซียส เมื่อเผชิญพลังงานความร้อนมากกว่า 3,000 องศา ร่วมกับแรงดันและปฏิกิริยาออกซิเดชันรุนแรง ของเหลวในร่างกายจะเดือดทันที เนื้อเยื่อระเหยและกลายเป็นเถ้าถ่านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในทางเคมี
อ้างผลิตในอเมริกา
รายงานยังระบุถึงอาวุธที่ผลิตในสหรัฐอเมริกาและถูกอ้างว่าใช้ในกาซา ซึ่งมีคุณสมบัติสร้างแรงดันและความร้อนสูง ได้แก่ MK-84 ‘Hammer’
ระเบิดแบบไม่ได้นำวิถี น้ำหนักราว 900 กิโลกรัม บรรจุสารไตรโทนัล (TNT ผสมผงอะลูมิเนียม) สามารถสร้างอุณหภูมิสูงถึง 3,500 องศาเซลเซียส ความร้อนระดับนี้เพียงพอที่จะเผาไหม้เนื้อเยื่อมนุษย์จนไม่เหลือร่องรอย
...
BLU-109 บังเกอร์บัสเตอร์
มีปลอกเหล็กหนาและชนวนหน่วงเวลา ทำให้ระเบิดฝังตัวลงไปก่อนจุดชนวนด้วยวัตถุระเบิด PBXN-109ส่งผลให้เกิดลูกไฟขนาดใหญ่ภายในอาคารหรือพื้นที่ปิด เผาผลาญทุกสิ่งภายใน
GBU-39 ระเบิดร่อนนำวิถีความแม่นยำสูง ใช้วัตถุระเบิด AFX-757 ถูกออกแบบให้โครงสร้างอาคารภายนอกยังคงอยู่ แต่ทำลายสิ่งที่อยู่ภายในผ่านคลื่นแรงดันที่ทำลายอวัยวะภายใน และคลื่นความร้อนที่เผาไหม้เนื้อเยื่ออ่อน
ด้านโฆษกหน่วยป้องกันพลเรือนในกาซา บาซัล (Basal) ยืนยันว่า พบชิ้นส่วนปีกของ GBU-39 ในจุดที่ร่างผู้เสียชีวิตหายไปหลังการโจมตี
แม้ในเดือนมกราคม 2024 ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) จะมีคำสั่งให้อิสราเอลดำเนินมาตรการป้องกันการกระทำที่อาจเข้าข่ายการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และต่อมาศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) จะออกหมายจับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แต่สถานการณ์ในกาซากลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ความสูญเสียยังดำเนินต่อไป ท่ามกลางคำถามสำคัญต่อประสิทธิภาพของกลไกยุติธรรมระหว่างประเทศที่ยังไม่อาจยับยั้งวงจรความรุนแรงนี้ได้
เกิดขึ้นครั้งแรกตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
...
อาวุธเทอร์โมบาริก มีพัฒนาการย้อนไปถึงช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่สอง โดยกองทัพเยอรมนี เป็นหนึ่งในผู้เริ่มทดลองใช้อาวุธลักษณะนี้ในสนามรบ แต่เทคโนโลยีดังกล่าวยังไม่ถูกพัฒนาอย่างเป็นระบบจนกระทั่งทศวรรษ 1960 เมื่อสหรัฐอเมริกานำระเบิดเชื้อเพลิงอากาศไปใช้ในสงครามเวียดนาม
ต่อมา สหรัฐฯ ใช้อาวุธประเภทนี้ในอัฟกานิสถาน ปี 2001 เพื่อโจมตีกองกำลังอัลกออิดะห์ที่หลบซ่อนอยู่ในถ้ำบริเวณเทือกเขาโตรา โบรา และอีกครั้งในปี 2017 ในปฏิบัติการต่อต้านกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส)
ด้านรัสเซีย มีรายงานว่าใช้อาวุธเทอร์โมบาริกในสงครามเชชเนียเมื่อปี 1999 ซึ่งถูกองค์กรสิทธิมนุษยชนอย่างฮิวแมนไรต์วอตช์ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง
...
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าอาวุธเทอร์โมบาริกที่ผลิตโดยรัสเซียถูกนำไปใช้ในสงครามกลางเมืองซีเรีย โดยกองกำลังของรัฐบาลบาชาร์ อัล-อัสซาด ท่ามกลางเสียงประณามจากนานาชาติ