พิรุธ "คิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด" บัตรเลือกตั้ง เมื่อการออกเสียง(อาจ)ไม่ลับ ท่ามกลางข้อสงสัยของประชาชน ที่อาจผิดรัฐธรรมนูญ เรื่องการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าตัวอย่างบัตรเลือกตั้งที่ กกต.เผยแพร่ก่อนหน้านี้ไม่มีจุดพิรุธดังกล่าว

กลายเป็นกระแสสนั่นโซเชียล เมื่อมีการตั้งข้อสังเกตถึงบาร์โค้ด ที่อยู่ด้านล่างบัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ เมื่อมีการทดลองอ่านบาร์โค้ด พบว่าตัวเลข 8 หลักตรงกับเลขต้นขั้วที่ผู้ใช้สิทธิต้องเซ็นก่อนรับบัตรเลือกตั้งไปลงคะแนน เช่นเดียวกับคิวอาร์โค้ด ที่อยู่ด้านล่างของบัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต ซึ่งหลายคนก็ตั้งข้อสังเกตว่า อาจผิดรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 85 “การออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ”

โดยล่าสุด นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ออกมาโพสต์บนเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีดังกล่าวว่า [ กรณีบาร์โค้ด พิสูจน์ง่ายมาก ถ้าเป็นเลขเฉพาะที่เชื่อมไปถึงต้นขั้วของบัตรแต่ละใบได้ กกต. ก็ทำผิดกฎหมาย ]

...


กรณี Barcode หรือ QR Code ที่บัตรเลือกตั้งทั้งบัตรสีเขียว (เลือก สส.เขต) และบัตรสีชมพู (เลือก สส.บัญชีรายชื่อ) เป็นเรื่องใหญ่ที่ กกต. จะเงียบไม่ได้นะครับ

ถ้าเป็นรหัสซ้ำ ที่บัตรทุกใบเป็นรหัสเดียวกัน เพื่อเป็นการยืนยันว่าเป็นบัตรเลือกตั้งจริง ถ้าเป็นแบบนี้ไม่เป็นปัญหาครับ

แต่ถ้ารหัส Barcode หรือ QR Code เป็นรหัสเฉพาะ (Unique Running Code) ที่ตรงกับต้นขั้วของบัตร ก็จะทำให้รู้ทันทีว่าผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งแต่ละคนโหวตเลือกอะไร

ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น ก็เท่ากับว่า กกต. ทำผิดกฎหมายทั้ง มาตรา 85 ของรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่าการเลือกตั้งต้องเป็นความลับ และมาตรา 96 ของ พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส. ม.96 ที่ห้ามทำเครื่องหมายที่บัตรเลือกตั้ง

ย้ำชัดๆ นะครับ ถ้าบัตรแต่ละใบมีรหัสเฉพาะที่ไม่ซ้ำ และรหัสนั้นตรงกับต้นขั้ว ที่มีลายเซ็นของผู้มาใช้สิทธิ์ ถ้าเป็นแบบนี้ก็จะระบุถึงตัวผู้ใช้สิทธิ์ได้แล้วครับว่าแต่ละคนโหวตอะไร

กกต. อย่าเงียบครับ เพียงแค่เอาบัตรพร้อมต้นขั้วของบัตรที่อยู่ในหีบ บัตรที่เหลือ และบัตรที่ยังไม่ได้ใช้ มาสแกนบาร์โค้ดให้สื่อมวลชนดู แค่นี้ก็รู้แล้วครับว่า กกต. ทำผิดกฎหมายหรือไม่


บัตรเลือกตั้งต้นทุนราคาสูง



นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า บัตรเลือกตั้งที่ กกต. ใช้ มีต้นทุนไม่น้อย ข่าวว่า บัตรชมพู 1.40 บาท บัตรเขียว 1.20 บาท และ บัตรเหลือง 1.00บาท ให้โรงพิมพ์ 3 โรงช่วยกันพิมพ์ ประมาณอย่างละ 56 ล้านใบ

...

ราคาแพงขนาดนี้ต้องมีอะไรดี ซึ่งมีของดีที่ชาวบ้านธรรมดาไม่รู้จริง

ในการพิมพ์สูงมาก เช่น ต้องมีการออกแบบลวดลาย มีลายน้ำพิเศษที่ต้องใช้แสง Ultra violet ส่องจึงจะเห็น มีตัวหนังสือขนาดจิ๋ว Micro Text ซ่อนอยู่ที่ต้องใช้แว่นขยายส่องจึงเห็น ทั้งหมดนี้ คือ รหัสลับที่สร้างเพื่อความปลอดภัยจากการปลอมแปลงบัตร

สอดคล้องระเบียบการเลือกตั้ง สส. ข้อ 129 ที่ระบุว่า “คณะกรรมการอาจกำหนดให้มีรหัส หรือ เครื่องหมาย หรือ ข้อความอื่นใดเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษในบัตรเลือกตั้งโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าเพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง”

ย้ำ ! ว่า เพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตร

ย้ำ ! ไม่ใช่เพื่อตรวจสอบย้อนหลัง (tracking) ว่า บัตรใบนี้ มาจากเล่มไหน เลขที่เท่าไร เป็นคนเลือกตั้งลำดับที่เท่าไร ตรงกับลายเซ็นในต้นขั้วบัตร ที่ย้อนไปเทียบกับลายเซ็นในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง(ส.ส.1/3) ที่มีการบันทึกลำดับที่ซึ่งตรงกับลำดับที่ซึ่งบันทึกในบัตร


...

พูดง่าย ๆ ถ้าบัตรที่เรากาแต่ละใบ มีรหัสตรวจสอบย้อนหลังไปถึง เล่มที่ เลขที่ได้ จบ ! รู้ว่า ใครเลือกใครทันที

บัตรชมพู มี bar code เห็นว่าสแกนปั๊บ ขึ้นเลขของเลขที่บัตร

“เลขที่บัตร” ถูก generate จากสูตร ที่ย้อนกลับไปยัง “เล่มที่” ได้

เล่มที่แจกมีการควบคุมว่า ใช้ในหน่วยเลือกตั้งใด ที่ไปตรวจบัญชีรายชื่อ แบบ ส.ส. 1/3 ก็จะรู้ได้ว่าเป็นใคร

มาตรา 85 ของรัฐธรรมนูญ ระบุให้การเลือกตั้ง สส. ให้ใช้วิธีการออกเสียงโดยตรงและ “ลับ”

งานจะงอกหรือไม่ หรือจะเป็นอีกเรื่องที่ได้ย้ายที่นอน