ส่องนโยบายเด่น กู้เศรษฐกิจ-แก้ปัญหาปากท้อง 3 พรรคใหญ่ “เพื่อไทย-ภูมิใจไทย-พรรคประชาชน” เลือกตั้ง 2569

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว หนี้ครัวเรือนสะสมต่อเนื่อง และรายได้ของประชาชนที่ไล่ไม่ทันค่าครองชีพ ปัญหา “ปากท้อง” จึงเป็นโจทย์ใหญ่และนโยบายสำคัญที่ทุกพรรคการเมืองมุ่งผลักดันนำเสนอ โดยแต่ละพรรคมีจุดเน้นและแนวทางการแก้ปัญหาปากท้องที่ต่างกันไป

ซึ่งในการเลือกตั้ง 2569 นี้ ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ณ เวลา 22.00 น. ออกมาแล้วว่า พรรคที่ได้คะแนน 3 อันดับแรก คือ พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีโอกาสจับมือกันจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศ และนโยบายของพรรคเหล่านี้จะถูกผลักดัน ซึ่งมีนโยบายใดที่แต่ละพรรคเน้นนำเสนอบ้าง ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ไล่เรียง

พรรคเพื่อไทย

ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยชูภาพเศรษฐกิจที่ต้องหมุนให้เกิดการใช้จ่ายและดึงคนเข้าสู่ระบบ ด้วยนโยบาย "สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน" รางวัลละ 1 ล้านบาท รวมวันละ 9 รางวัล แบ่งเป็นการสุ่มจากเลขใบเสร็จ 5 รางวัล และจากเลขประจำตัวประชาชนอีก 4 รางวัล จากประชาชนที่ 4 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มเกษตรกร 2. กลุ่มอาสาสมัคร เช่น อสม. อสส. กู้ภัย ทหารผ่านศึก ชรบ. เป็นต้น 3. ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และ 4. ประชาชนผู้ยื่นแบบภาษี

...

พรรคเพื่อไทยชี้ว่า นโยบายดังกล่าวไม่ได้มุ่งสร้างแรงจูงใจในการลุ้นโชคเพียงอย่างเดียว หากแต่ตั้งเป้าผลักดันให้การซื้อขายเข้าสู่ระบบภาษี เพิ่มรายได้รัฐ และต่อยอดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลในระยะยาว

ควบคู่กันนั้น ยังได้เสนอการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างผ่าน นโยบายคนไทยไร้จน เพื่อดูแลผู้มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน และ นโยบายล้างหนี้เสียประชาชน สำหรับหนี้ไม่มีหลักประกัน วงเงินไม่เกิน 200,000 บาท ที่ค้างชำระเกิน 1 ปี โดยเปิดทางให้ปิดหนี้ด้วยการชำระเพียง 10% ของยอดหนี้ทั้งหมด เพื่อลดภาระหนี้สะสม และคืนโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนฐานล่าง

พรรคภูมิใจไทย

ด้านพรรคภูมิใจไทย นำเสนอกรอบใหญ่คือ “จีดีพีโต 3% พลัส” ผลักดันให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) โตขึ้น 3% ผ่านแนวทาง 10 ข้อ ซึ่งที่โดดเด่น คือ สานต่อ นโยบายคนละครึ่ง พลัส กระตุ้นกำลังซื้อโดยตรง ลดรายจ่ายผู้ซื้อและเพิ่มรายได้ผู้ขาย

พร้อมต่อยอด บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พลัส ด้วยการทบทวนสิทธิและจัดทำบัตรคนจนใหม่ทั้งหมด เพื่อให้การช่วยเหลือตรงเป้ามากขึ้น รวมถึง นโยบายปิดหนี้ไว ไปต่อได้ พลัส ดึงหนี้คนตัวเล็กเข้าบริษัทบริหารสินทรัพย์ของรัฐ หากมีวินัยใช้หนี้ล้าง จะมีการลดต้น ลดดอก ปลดล็อกเครดิตบูโร เป็นต้น ขณะเดียวกันก็มีนโยบายลดค่าครองชีพ เช่น คุมราคาค่าไฟที่หน่วยละ 3

ในด้านของ SMEs มีนโยบาย เมดอินไทยแลนด์ SMEs พลัส เสริมสภาพคล่อง ลดต้นทุน โดยการออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ มีกลไกค้ำประกันสินเชื่อใหม่ที่ใหญ่กว่า บยส., เปิดตลาดใหม่, ติดปีก SMEs สู่ระบบออนไลน์ เป็นต้น

พรรคประชาชน

พรรคประชาชน ชูนโยบายเด่นคือ “หวยใบเสร็จ” ที่มุ่งหวังกระตุ้นเศรษฐกิจตลอดปี สนับสนุน SMEs แข่งขันกับบริษัทใหญ่ได้ จูงใจผู้บริโภคอุดหนุน SMEs มากขึ้น โดยผู้ซื้อสะสมยอดซื้อสินค้าจากร้าน SMEs (สะสมได้หลายร้าน) ครบทุก ๆ 500 บาท จะได้รับหวย 1 ใบ ขณะที่ร้านค้า สะสมยอดขายทุก ๆ 5,000 บาทก็ได้รับหวยเช่นกัน พร้อมออกสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อดึงร้านค้าเข้าสู่ระบบ เช่น ขยายเพดาน VAT จาก 1.8 ล้านบาท/ปี เป็น 3.6 ล้านบาท/ปี

ขณะเดียวกันยังผลักดันสวัสดิการถ้วนหน้าและค่าจ้างที่เป็นธรรม เสนอเพิ่มเบี้ยเลี้ยงเด็ก เป็น 1,200 บาทต่อเดือน (ปีแรก 600 บาท สำหรับเด็ก 0-6 ปี และหญิงตั้งครรภ์แบบถ้วนหน้า) ควบคู่กับ บำนาญผู้สูงอายุ 1,500 บาทต่อเดือน ภายใน 4 ปี เพื่อสร้างหลักประกันรายได้ตลอดช่วงชีวิต

ด้านแรงงาน พรรคเสนอปรับสูตรคำนวณค่าจ้างขั้นต่ำ เพิ่มทันที 4% คิดเป็น 350-420 บาทต่อวัน เพื่อให้รายได้สอดคล้องกับค่าครองชีพจริง