ส่อง 10 เขตน่าจับตาทั่วประเทศ ในการเลือกตั้ง 2569 ศึกสายเลือด-ช้างชนช้าง ผู้สมัครชิงเดือดสูสี สส.เก่าย้ายพรรคหวังรักษาเก้าอี้ 

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต หรือ สส.เขต จำนวน 400 เขตทั่วประเทศ พบว่า หลายเขตพบว่ามีความน่าสนใจ ทั้งกรณีผู้สมัครชื่อดัง “ช้างชนช้าง” ตระกูลการเมืองใหญ่ต่างส่งผู้สมัครชิงชัย หรือในบางพื้นที่เป็น “ศึกสายเลือด” ผู้สมัครนามสกุลเดียวกันชิงเก้าอี้ สส. ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รวบรวม 10 เขตที่น่าสนใจ ดังนี้ 

ผู้สมัครคนดังเพียบ-บ้านใหญ่ชนบ้านใหญ่

  • กรุงเทพ เขต 4 (คลองเตย วัฒนา)

พื้นที่นี้ในการเลือกตั้งปี 2566 นายภัณฑิล น่วมเจิม อดีตพรรคก้าวไกล (สังกัดประชาชนในปัจจุบัน) เอาชนะไปอย่างถล่มทลาย โดยได้แรงหนุนกระแสส้มที่กวาด สส.กทม.ไปกว่า 32 จาก 33 เขต ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ต้องจับดูว่าจะยังครองใจประชาชนเขต 4 ได้อยู่หรือไม่

ขณะที่พรรคอื่นๆ มีผู้สมัครชื่อดังโผล่มาเพียบ ทั้งนายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ ลูกชายของนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อุดมศึกษาฯ ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ครั้งนี้ลงสมัครในนามของพรรคภูมิใจไทย ขณะที่ประชาธิปัตย์ส่งนายพงศกร ขวัญเมือง อดีตโฆษก กทม. ลูกชายของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่าฯ กทม.ซึ่งเป็นคนหนุ่มที่มีฐานเสียงจำนวนไม่น้อย 

ชื่อที่ฮือฮาอีกคนคือ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นักตรวจสอบทางการเมือง มือยื่นร้องเรียนชื่อดัง ที่ลงสมัครในนามของพรรคพลังประชารัฐ ด้านพรรคเพื่อไทย ส่งผู้สมัครหน้าใหม่ซึ่งเป็นนักการเมืองคนรุ่นใหม่ อย่างบุณยกร ดำรงรัตน์ เข้ามาชิงชัย

...

  • สงขลา เขต 2 นครหาดใหญ่ (ต.หาดใหญ่, ต.คลองอู่ตะเภา)

ถือเป็นหนึ่งในเขตที่เรียกเสียงฮือฮาและได้รับความสนใจไม่เพียงแต่เพียงคนในพื้นที่และรวมถึงคนนอกพื้นที่ด้วย เนื่องจากหาดใหญ่เป็นอำเภอที่มีความสำคัญ และเพิ่งผ่านพ้นน้ำท่วมครั้งใหญ่ รวมถึงผู้สมัครที่เปิดตัวในครั้งนี้ ต่างเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง

เจ้าของพื้นที่เดิมคือนายศาสตรา ศรีปาน อดีตพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ในครั้งนี้ลงสมัครในเสื้อพรรคภูมิใจไทย โดยในการเลือกตั้งปี 2566 เอาชนะผู้สมัครจากพรรคก้าวไกลไปเพียงหลักร้อยคะแนนเท่านั้น ซึ่งในครั้งนี้พรรคส้มรุ่นถัดมาอย่างพรรคประชาชน ส่ง นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.โรงพยาบาลสะบ้าย้อย และอดีตประธานชมรมแพทย์ชนบท ที่มีชื่อเสียงจากการวิจารณ์การบริหารจัดการโควิด-19 ของนายอนุทิน สมัยดำรงตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข รวมถึงวิจารณ์นโยบายกัญชาของพรรคภูมิใจไทย จนเกิดเป็นดราม่าถูกโยกย้ายและสอบสวนวินัย ซึ่งล่าสุด ก.อ.พ.สธ.มีมติให้ออกจากราชการ ซึ่งหากถูกให้ออกจากราชการจริงจะส่งผลให้ นพ.สุภัทร ขาดคุณสมบัติทันที

ขณะที่สายแข็งอีกคน คือนายจูรี นุ่มแก้ว ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ อดีตเน็ตไอดอลและดาวติ๊กต๊อกที่ผันตัวเข้าสู่การเมือง และมีฐานผู้สนับสนุนจำนวนมาก ซึ่งในการเลือกตั้งปี 2566 ได้ลงสมัครในนามชาติพัฒนากล้า และมีคะแนนมาเป็นอันดับ 3 ไม่ทิ้งห่างอันดับ 1-2 มากนัก ซึ่งในครั้งนี้ลงในนามพรรคประชาธิปัตย์และมีตำแหน่งเป็นถึงรองหัวหน้าพรรค อาจมีโอกาสชนะได้ในครั้งนี้

  • เชียงราย เขต 7 (อ.แม่ฟ้าหลวง, เวียงแก่น, และขุนตาล) 

พื้นที่นี้แต่เดิมเป็นของนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน อดีตรองประธานสภาฯ และ สส.พรรคเพื่อไทย ที่ถูกศาล รธน.วินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งและตัดสิทธิ์การเมือง 10 ปีเมื่อ ส.ค.68 ที่ผ่านมา จากกรณีโยกงบสภาลงพื้นที่ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ และนายสง่า พรมเมือง จากพรรคเพื่อไทย เอาชนะนายสุทัศน์ ยาละ จากพรรคประชาชนไปอย่างขาดลอย

ในการเลือกตั้ง 2569 นี้ พรรคเพื่อไทย ส่งนายสง่า พรมเมือง ลงต่อเพื่อรักษาพื้นที่ ขณะที่พรรคภูมิใจไทยส่งนายเสกสรรค์ เชื้อเมืองพาน น้องชายของนายพิเชษฐ์ และเป็นผู้ที่มีฐานเสียงเก่าหนาแน่น ขณะที่ตัวเต็งอีกคนคือนายสุธีระพงษ์ วันไชยธนวงศ์ บ้านใหญ่เชียงราย อดีตประธานสภา อบจ. และรองนายก อบจ.และเป็นน้องชายของ นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย คนปัจจุบัน ซึ่งมีฐานเสียงท้องถิ่นสนับสนุน จึงประเมินว่าจะเป็นการแข่งขันกันระหว่าง 3 พรรคนี้ ยากที่พรรคอื่นจะสอดแทรกขึ้นมาได้

ศึกสายเลือด

  • ร้อยเอ็ด เขต 8 (อ.จตุรพักตรพิมาน, อ.ศรีสมเด็จ) 

ศึกสายเลือด ตระกูล “สินธุไพร” ระหว่างเจ้าของพื้นที่เดิมคือ น.ส.ชญาภา สินธุไพร ลงสมัครในพรรคเพื่อไทยเช่นเดิม เจอกับ นายธนชัย สินธุไพร จากพรรคภูมิใจไทย ลูกชายของนางจุรีพร สินธุไพร ซึ่งมีศักดิ์เป็นอาของ น.ส.ชญาภา ผู้ที่แยกตัวจากแนวทางตระกูลย้ายไปซบพลังประชารัฐในการเลือกตั้งปี 2562 และลงสมัครในนามพรรคไทยสร้างไทยในปี 2566 ก่อนย้ายมาค่ายน้ำเงินในครั้งนี้

อย่างไรก็ดีมีการประเมินว่า ฐานคะแนนของ สส.คนเก่า ค่อนข้างชัดเจน แต่ลักษณะพื้นที่ที่เป็นเขตผสมหลายอำเภอ ทำให้การแข่งขันยังเปิดกว้าง เขตนี้จึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเขตที่ต้องจับตา 

...

  • นครนายก เขต 2 (อ.บ้านนา อ.องครักษ์)

เป็นศึกสายเลือดในตระกูล “กิตติธเนศวร” เมื่อนายเกรียงไกร กิตติธเนศวร หลานชายที่เพิ่งย้ายจากเพื่อไทยมาซบพรรคภูมิใจไทย ลงชิงชัยกับ นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ลุงแท้ๆ ที่ย้ายจากภูมิใจไทยไปสังกัดพรรคกล้าธรรม ทำให้สนามนี้เป็นการพิสูจน์บารมีของตระกูลกิตติธเนศวร ในสองขั้วพรรคการเมือง

นายเกรียงไกร อดีต สส.เก่า ครั้งที่แล้วแม้เปลี่ยนขั้วแต่ยังคงเป็นที่น่าจับตามอง เพราะมีผลงานในพื้นที่พอสมควร ส่วนคู่แข่งอย่างนายวุฒิชัย ก็เป็นผู้มีประสบการณ์ เคยเป็นอดีต สส.ในพื้นที่จังหวัดนครนายกมาหลายสมัยในนามพรรคไทยรักไทย, พรรคพลังประชาชน, พรรคเพื่อไทย ก่อนที่จะย้ายไปภูมิใจไทยและกล้าธรรมตามลำดับ ทำให้ในพื้นที่เขต 2 นี้ค่อนข้างจะมีความสูสีกันมาก

บ้านใหญ่ทวงคืน

  • สมุทรปราการ เขต 1 อ.เมือง

เจ้าของพื้นที่ในการเลือกตั้งปี 2566 คือ น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ อดีตพรรคก้าวไกล ที่ครั้งนี้ลงสมัครต่อในนามของพรรคประชาชน ชนกับบ้านใหญ่เมืองปากน้ำตระกูล "อัศวเหม" อย่าง นายอัครวัฒน์ อัศวเหม ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ตระกูลอัศวเหม ที่ส่วนใหญ่เคยลงสมัครในนามพรรคพลังประชารัฐ ได้เข้าร่วมกับพรรคเพื่อไทย และส่งผู้สมัครลงแข่งขันครบทั้ง 8 เขต ทวงคืนเก้าอี้ สส. จากพรรคประชาชน ซึ่งชนะครบทุกเขตในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา

  • ชลบุรี เขต 1 (อ.เมืองชลบุรี)

พื้นที่นี้ ในการเลือกตั้งปี 2566 นายวรท ศิริรักษ์ ผู้สมัครจากอดีตพรรคก้าวไกล เฉือนเอาชนะผู้สมัครอันดับ 2 จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ไปไม่กี่พันคะแนน และลงสมัครเพื่อรักษาแชมป์ในครั้งนี้ โดยเขตนี้ถูกมองว่าในการเลือกตั้งครั้งก่อน คะแนนของ “บ้านใหม่” พรรครวมไทยสร้างชาติ ภายใต้การนำของ “เสี่ยเฮ้ง” นายสุชาติ ชมกลิ่น อดีต รมว.แรงงาน ตัดกับคะแนนของ “บ้านใหญ่” ตระกูลคุณปลื้ม ที่สังกัดพรรคเพื่อไทยในปีนั้น ทำให้ถูกสีส้มปาดเอาชนะ

...

แต่มาในการเลือกตั้ง 2569 ทั้งกลุ่มของนายสุชาติ และตระกูลคุณปลื้ม ได้ร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย และนายสุชาติ ได้ลงสมัครชิงตำแหน่ง สส.เขตนี้ด้วยตัวเอง จึงอาจรวมคะแนนเสียงแซงพรรคส้มเข้าวินก็เป็นได้

คนเก่าย้ายพรรค

  • ขอนแก่น เขต 9 (อ.แวงใหญ่, อ.แวงน้อย และ อ.พล) 

พื้นที่นี้แต่เดิมเป็นของบ้านใหญ่ขอนแก่น ตระกูล “อรรณนพพร” ที่ลงสมัครในนามของพรรคเพื่อไทย โดยมี สส.เดิม คือ “ข้าวฟ่าง” สรัสนันท์ อรรณนพพร ที่ชนะไปได้อย่างขาดลอย แต่ในครั้งนี้ตระกูลอรรณนพพรได้ย้ายไปซบพรรคภูมิใจไทย และเธอยังได้ไปร่วมงานในงานประชุมใหญ่วิสามัญพรรคภูมิใจไทย เรียกได้ว่าเป็นการจากลาที่ไม่สวยงามมากนัก

ในครั้งนี้เพื่อไทย ได้ส่งนายณัฐพล กลุ่มเหรียญทอง อดีต ส.อบจ.ลงชิงตำแหน่ง ซึ่งการแข่งขันเป็นไปอย่างดุเดือด ขนาดที่พรรคเพื่อไทย ได้จัดเวทีปราศรัยใหญ่ในพื้นที่ อ.พล โดยมีแกนนำพรรคอย่างนายสุทิน คลังแสง และนายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ ร่วมปราศรัยเดือด ปลุกประชาชนสั่งสอน สส.ย้ายพรรค

ทั้งนี้หากดูผลการเลือกตั้งในปี 2566 พรรคเพื่อไทยมาเป็นอันดับ 1 ทิ้งห่างพรรคก้าวไกล ที่ตามมาในอันดับ 2 หลายหมื่นคะแนน แต่ในครั้งนี้จะเป็นการวัดความนิยมระหว่าง “บ้านใหญ่” และตัว สส.เก่า และพรรคเพื่อไทยเจ้าของพื้นที่ ว่าประชาชนจะเลือกใครมากกว่า และหากตัดคะแนนกัน ก็มีโอกาสที่พรรคประชาชน ซึ่งในครั้งนี้ส่ง นางสาวกมลชนก สุพรรณฝ่าย อาจารย์มหาวิทยาลัยขอนแก่นลงสมัคร จะเบียดเข้าวินแทนที่ได้

  • กาญจนบุรี เขต 5 (อ.ทองผาภูมิ อ.สังขละบุรี อ.ศรีสวัสดิ์ (บางส่วน))

...

พื้นที่นี้ในปี 2566 ผู้ชนะเลือกตั้งคือนายพนม โพธิ์แก้ว จากพรรคเพื่อไทย ซึ่งครั้งนี้ลงสมัครรักษาตำแหน่งสมัยที่ 2 ด้านภูมิใจไทยส่ง นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อดีต สส.กาญจนบุรี เขต 4 พรรคเพื่อไทย ที่กลายเป็น “งูเห่า” ยกมือโหวตนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเป็นนายกฯ ก่อนจะได้รับตำแหน่ง รมช.มหาดไทย ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้โยกมาลงสมัครในเขต 5 แทน อย่างไรก็ดีกาญจนบุรีถือเป็นพื้นที่ที่พรรคเพื่อไทยเอาชนะไปได้เกือบยกจังหวัดในการเลือกตั้งครั้งก่อน จึงต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด

  • อุบลราชธานี เขต 7 ( อ.ศรีเมืองใหม่ อ.โขงเจียม, อ.สิรินธร (ยกเว้น ต.โนนก่อ) และ อ.พิบูลมังสาหาร (เฉพาะ ต.ระเว และ ต.ทรายมูล)) 

พื้นที่นี้ในปี 2566 ผู้ชนะเลือกตั้งคือ น.ส.สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ ลูกสาวของ “กุ่ย” ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ สส.เจ้าของพื้นที่หลายสมัย แต่ในการเลือกตั้ง 2569 นี้ นายชูวิทย์ ผู้เป็นพ่อ ย้ายเข้าไปร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมในตำแหน่งที่ปรึกษานายธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ ขณะที่ลูกสาว น.ส.สุดารัตน์ ย้ายไปร่วมกับพรรคภูมิใจไทย และลงสมัครรับเลือกตั้ง เพื่อรักษาตำแหน่งแชมป์

ด้านพรรคเพื่อไทยส่งนายเชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์ ลูกชายนายอดิศักดิ์ โภคกุลกานนท์ สส.อุบลราชธานีสังกัดพรรคเพื่อไทยหลายสมัย ก่อนย้ายมาสังกัดพรรคพลังประชารัฐในปี 2562 ซึ่งในการเลือกตั้ง 2566 นายเชิดศักดิ์ลงชิงเก้าอี้เขตนี้ในนามของพรรคภูมิใจไทย จึงอาจกล่าวได้ว่าผู้สมัครทั้ง 2 คน สลับพรรคต้นสังกัดกันในการเลือกตั้งครั้งนี้