สาวร้องพระล่วงละเมิด "สำนักพุทธ" เผยพระปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา หลังลงพื้นที่ตรวจสอบ ไม่พบมุมอับสายตา
โดยสาวผู้เสียหายเปิดใจอ้างถูกพระวัดดัง จ.นครปฐม ทำอนาจาร กระซิบข้างหูระหว่างทำพิธี “หน้าอกสวย มีคนเคยขอดูไหม” ร้องตรวจสอบข้อเท็จจริง สำนักพุทธฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบ เผย วัดไม่มีมุมอับสายตา-พระปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
วงการสงฆ์สั่นสะเทือนอีกครั้ง หลังผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งชื่อ “เอมมิกา ครูเอมมี่” ออกมาโพสต์เล่าเรื่องราวของหญิงสาวรายหนึ่งที่อ้างว่าตกเป็นเหยื่อการล่วงละเมิดทางเพศ ภายหลังเดินทางไปเสริมสิริมงคลที่วัดชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม ทำให้เรื่องราวดังกล่าวได้รับความสนใจจากสื่อออนไลน์เป็นจำนวนมาก
ภายในคลิปดังกล่าว หญิงสาวเล่าว่า วันเกิดเหตุมีการประกอบพิธีเจิมเสน่ห์ โดยให้ผู้เข้าร่วมทำพิธีครั้งละ3 คน และตนเป็นคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ เมื่อเข้าไปภายในกุฏิ พระได้บอกให้ปลดกระดุมเสื้อ ซึ่งตนทำตามโดยเข้าใจว่าเป็นส่วนหนึ่งของพิธี เนื่องจากผู้ที่เข้าพิธีก่อนหน้านี้ก็ถูกสั่งให้ทำเช่นเดียวกัน
...
ต่อมา พระภิกษุขอให้ช่วยหยิบสิ่งของบางอย่าง แต่ในช่วงเวลาเพียงชั่วครู่กลับเกิดเหตุไม่คาดคิด เมื่อพระรายดังกล่าวได้กระทำการล่วงละเมิดทางเพศ โดยมีการสัมผัสร่างกาย และใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม ทำให้หญิงสาวตกใจและรีบเดินออกจากกุฏิทันที
วันนี้ (27 ม.ค. 69) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สอบถามหญิงสาวผู้เสียหายเพิ่มเติมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 68 โดยตนไปกับเพื่อนอีก 2 คน แต่เพื่อนไม่ได้เข้าร่วมทำพิธีด้วย ในระหว่างที่ตนทำพิธี พระสงฆ์รูปดังกล่าวก็นำเหล็กมาเจิมหน้าผาก ลิ้น และหน้าอกช่วงบริเวณไหปลาร้า เพื่อความเป็นสิริมงคล และนำแผ่นทองมาปิดที่หน้า หลังจากนั้นพระก็จับคอเสื้อตนให้แหวกกว้างๆ ก่อนนำมือสอดเข้าไปด้านข้างหน้าอก แต่ตอนนั้นตนเข้าใจว่าเขาแก่แล้ว อาจจะมือไม่มีแรง และอาจจะไม่ได้ตั้งใจ จากนั้นตอนนั้นเขาเจิมพร้อมยื่นหน้ามาใกล้ๆ มือเขาก็เลื่อนมาตรงกลางหน้าอก ส่วนมืออีกข้างก็ดันเสื้อชั้นในตนลง แล้วบี้ไปที่หัว... พร้อมกับพูดว่า หัว...สวยจัง เคยมีคนขอ-ูดไหม ตนตกใจมากจึงรีบดึงเสื้อขึ้น ซึ่งตอนนั้นตนทำอะไรไม่ถูก
หญิงสาวเผยเพิ่มเติมว่า เคยไปเสริมสิริมงคลที่วัดแห่งนี้ 3-4 ครั้งแล้ว แต่ไม่เคยเจอพระอาจารย์คนนี้ ซึ่งตนไม่ได้มีเป้าหมายว่าจะต้องทำพิธีกับใคร เนื่องจากตนศรัทธาในตัววัดมากกว่าคน แต่ที่ผ่านมาพระท่านอื่นก็ไม่เคยทำแบบนี้ บวกกับตนศรัทธาวัดนี้มากๆ จนเปรียบเหมือนว่าวัดนี้เป็นที่พึ่งทางใจ ยอมรับว่าตอนนั้นไม่ได้ท้วงติงโดยทันที เนื่องจากตกใจมาก และตนคิดว่าหากโวยวายในตอนนั้น ก็กลัวว่าจะไม่มีใครเชื่อ
ส่วนสาเหตุที่ออกมาเปิดโปงในครั้งนี้ หญิงสาวยืนยันว่า ตนไม่ได้ต้องการโจมตีวัดแต่อย่างใด เนื่องจากตนยังศรัทธาวัดเหมือนเดิม เพียงแต่อยู่ที่ตัวบุคคล พระที่ดีมีเยอะแยะมากมาย เพียงแต่วันนั้นตนกลับไปเจอพระที่ไม่ดีเท่านั้นเอง ทั้งนี้ เราไม่ได้รับงานใครมาเพื่อโจมตีวัด และอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบ ส่วนการดำเนินคดี อยู่ระหว่างปรึกษากันอยู่
...
"สำนักพุทธ" เผยเบื้องต้นหลวงพ่อปฏิเสธ
จากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ได้มีผู้คนจำนวนมากออกมาแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง โดยเสียงส่วนใหญ่มองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ใช้งานบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการเล่าเรื่องจากฝ่ายเดียว เนื่องจากยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง
...
ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ ได้สอบถามไปยังแหล่งข่าวจากสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.นครปฐม เพื่อสอบถามว่าได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวแล้วหรือไม่
แหล่งข่าวจากสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.นครปฐม เปิดเผยว่า เบื้องต้นในวันนี้ (27 ม.ค. 69) เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. โดยทางเจ้าอาวาสแจ้งว่า เมื่อวานนี้ (26ม.ค. 69) คณะสงฆ์ได้ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
...
ทั้งนี้ พระสงฆ์ที่ถูกกล่าวหาเป็นเพียงพระลูกวัด และจากการสอบถามเบื้องต้น พระสงฆ์รูปดังกล่าวให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขณะที่การลงพื้นที่ตรวจสอบซ้ำในวันนี้ พระสงฆ์ที่ถูกกล่าวหายังคงให้การปฏิเสธเช่นเดิม
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ภายในวัดและบริเวณกุฏิ โดยจากการตรวจสอบไม่พบจุดหรือมุมอับสายตาภายในพื้นที่ดังกล่าวแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงานพระพุทธศาสนายังไม่ได้มีการสอบถามไปยังผู้เสียหาย เนื่องจากยังไม่มีผู้เสียหายเข้ามาร้องเรียนโดยตรง
ต่อมา ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ สอบถามไปยังพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงของพฤติการณ์ดังกล่าวที่กำลังถูกพูดถึง
หลวงพี่น้ำฝน เปิดเผยว่า ยังไม่สามารถแสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ดังกล่าวได้ในขณะนี้ เนื่องจากจำเป็นต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ทั้งในฝั่งพระสงฆ์และฝั่งผู้เสียหาย ทั้งนี้ ยังไม่มีผู้ใดเข้ามาร้องเรียนหรือแจ้งเหตุเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวกับทางตนแต่อย่างใด
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่พระสงฆ์ผู้ถูกกล่าวหายังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และยังไม่มีการร้องเรียนอย่างเป็นทางการจากผู้เสียหายโดยตรง ทั้งนี้ สังคมยังคงเฝ้าติดตามความคืบหน้าของการตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายต่อไป