ส่องโมเดล “หวยใบเสร็จไต้หวัน” รางวัลใหญ่กว่า 10 ล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจ ดึงคนเข้าระบบภาษี ต้นแบบนโยบายพรรคประชาชน - เพื่อไทย เหมือนและแตกต่างกันอย่างไร?
“ลอตเตอรี่ใบเสร็จ” หรือ “หวยใบเสร็จ” ของไต้หวัน กลายมาเป็นโครงการที่หลายพรรคการเมืองของไทย นำประยุกต์ดัดแปลงเป็นนโยบายเศรษฐกิจ นำเสนอแก่ประชาชน อย่าง “พรรคประชาชน” ผ่านนโยบายหวยใบเสร็จ ที่ทางพรรคนำเสนอมาตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2562 และนำเสนอต่อเนื่องในการเลือกตั้ง 2569 และล่าสุดอย่าง “พรรคเพื่อไทย” ที่เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย สร้างเศรษฐีเงินล้านทุกวัน วันละ 9 คน
ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จึงขอไปทำความรู้จัก “หวยใบเสร็จ” ต้นตำรับจากไต้หวัน ว่ามีรายละเอียด ความเป็นมา และประสบความสำเร็จอย่างไรบ้าง
ที่มา “หวยใบเสร็จไต้หวัน”
โครงการ “ลอตเตอรีใบเสร็จไต้หวัน” หรือ “ถ่งอีฟาเพี่ยว”(統一發票) เริ่มต้นเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2494 หรือเมื่อเกือบ 75 ปีก่อน จากแนวคิดของนายเจิน เซียนฉุน ผู้อำนวยการฝ่ายการคลังของรัฐบาลไต้หวัน วัตถุประสงค์เพื่อดึงร้านค้าเข้าสู่ระบบจดทะเบียนถูกต้อง ลดการหลีกเลี่ยง-เพิ่มรายได้จากการจัดเก็บภาษีเข้ารัฐ นอกจากนี้ยังเป็นการกระตุ้นการอุปโภคบริโภคของประชาชนอีกด้วย
ในปีนั้นรัฐบาลสามารถจัดเก็บภาษีได้ถึง 51 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (ราว 50 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าซึ่งเก็บได้ที่ 29 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ หรือถือว่าเพิ่มขึ้นกว่า 75%
...
เงื่อนไข “หวยใบเสร็จ”
ร้านค้าหรือธุรกิจที่มีรายได้ต่อเดือนเกิน 2 แสนดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (ราว 2 แสนบาท) จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และออกใบเสร็จแบบ Uniform Invoice ทุกครั้งที่มีการขายสินค้าหรือบริการ
ในใบเสร็จดังกล่าวจะมีการกำกับวันที่ออกใบเสร็จอย่างชัดเจน และจะมี “เลขหวย” ระบุอยู่ในรูปแบบตัวอักษรภาษาอังกฤษ 2 ตัว ตามด้วยเลขอารบิก 8 ตัว เช่น AB-12345678 โดยหมายเลขที่จะออกรางวัลคือเลข 8 หลักนี้เอง ซึ่งจะเป็นการสุ่ม ผู้ซื้อไม่สามารถเลือกเลขได้
ปัจจุบันมีทั้งใบเสร็จรูปแบบกระดาษ และใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ (Cloud Invoice) ให้ร้านค้าสแกนเก็บใบเสร็จในแอปพลิเคชัน ซึ่งใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์จะมีรางวัลพิเศษเพิ่มเติมในแต่ละงวดด้วย โดยไม่มีเพดานกำหนดว่า 1 คนสามารถลุ้นหวยได้กี่ใบ แต่ขณะเดียวกันมีระบบตรวจจับป้องกันการ "ซอยใบเสร็จ" จงใจแบ่งซื้อของ ขณะที่ใครที่ไม่ต้องการลุ้นรางวัลเองก็สามารถหย่อนลงตู้บริจาคของหน่วยงานต่างๆ ได้
เงินรางวัลและการออกรางวัล
การออกรางวัล จะออกทุกวันที่ 25 ของเดือนที่เป็นเลขคี่ (มกราคม, มีนาคม, พฤษภาคม, กรกฎาคม, กันยายน, พฤศจิกายน) โดยครอบคลุมใบเสร็จที่ออกภายใน 2 เดือนก่อนหน้า และคนที่ถูกรางวัลต้องไปขึ้นเงินภายในวันที่ 6 ของเดือนถัดไปและนับไปอีก 3 เดือน ไม่เช่นนั้นถือว่าสละสิทธิ์
เช่น การออกรางวัลวันที่ 25 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ออกรางวัลครอบคลุมใบเสร็จของเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2568 และคนที่ถูกรางวัลต้องไปขึ้นเงินภายในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ - 5 พฤษภาคม 2569
รางวัลแบ่งออกเป็น 8 ระดับ ดังนี้
1. รางวัลพิเศษ หรือ Special Prize (ถูก 8 ตัวตรงของรางวัลพิเศษ) เงินรางวัล 10 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (ราว 10 ล้านบาท)
2. รางวัลใหญ่ หรือ Grand Prize (ถูก 8 ตัวตรงของรางวัลใหญ่) เงินรางวัล 2 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (ราว 2 ล้านบาท)
3. รางวัลที่ 1 (ถูก 8 ตัวตรงของรางวัลที่ 1 ) เงินรางวัล 2 แสนดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (ราว 2 แสนบาท)
4. รางวัลที่ 2 (ถูก 7 ตัวท้ายของรางวัลที่ 1) เงินรางวัล 4 หมื่นดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (ราว 4 หมื่นบาท)
5. รางวัลที่ 3 (ถูก 6 ตัวท้ายของรางวัลที่ 1) เงินรางวัล 1 หมื่นดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (ราว 1 หมื่นบาท)
6. รางวัลที่ 4 (ถูก 5 ตัวท้ายของรางวัลที่ 1) เงินรางวัล 4 พันดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (ราว 4 พันบาท)
7. รางวัลที่ 5 (ถูก 4 ตัวท้ายของรางวัลที่ 1) เงินรางวัล 1 พันดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (ราว 1 พันบาท)
8. รางวัลที่ 6 (ถูก 3 ตัวท้ายของรางวัลที่ 1) เงินรางวัล 200 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (ราว 200 บาท)
ทั้งนี้รัฐบาลไต้หวัน ไม่ได้กำหนดเพดานของเงินรางวัลในแต่ละรอบ และจ่ายตามจำนวนผู้ที่ถูกรางวัลจริงสะท้อนให้เห็นว่าภาษีที่จัดเก็บได้เพิ่มมากขึ้นจากโครงการนี้ คุ้มค่ากับเงินรางวัลที่รัฐบาลต้องจ่ายไปในแต่ละงวด
อย่างไรก็ดีผู้ที่ถูกรางวัลมูลค่า 5,000 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ขึ้นไป จะต้องถูกหักภาษี 20% และค่าอากรแสตมป์อีก 0.4% เช่น ในกรณีรางวัลพิเศษ 10,000,000 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ หลังภาษีจะเหลือราว 7,960,000 ดอลลาร์ไต้หวัน เป็นต้น ขณะที่รางวัลเล็กๆ มูลค่าไม่เกิน 1,000 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ สามารถนำไปขึ้นรางวัลตามร้านสะดวกซื้อได้เลย หรือหากเก็บเป็บในเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ผ่านแอปฯ และผูกบัญชีธนาคารไว้ เงินรางวัลก็จะโอนเข้าบัญชีโดยตรง ฃ
...
เทียบหวยใบเสร็จ “สีส้ม-สีแดง”
สำหรับโครงการ “หวยลอตเตอรี่” ถูกนำมาประยุกต์ให้เข้ากับบริบทของประเทศไทย และเป็นส่วนหนึ่งในนโยบายที่พรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทย นำเสนอในการเลือกตั้ง 2569 ซึ่งมีความแตกต่างกันในรายละเอียดระหว่างทั้ง 2 พรรค และแตกต่างจากของไต้หวันพอสมควร
“หวยใบเสร็จ” พรรคประชาชน
เป้าหมาย
- กระตุ้นเศรษฐกิจตลอดปี, สนับสนุน SMEs แข่งขันกับบริษัทใหญ่ได้ ดึงเข้าระบบภาษี จูงใจผู้บริโภคอุดหนุน SMEs มากขึ้น
ผู้บริโภค
- สะสมยอดซื้อจากร้าน SMEs (สะสมได้หลายร้าน) ครบทุกๆ 500 บาท โดยซื้อผ่านแอปฯ เป๋าตังหรือแอปฯ ธนาคารที่เข้าร่วม จะได้รับหวยใบเสร็จ (เลข 3 ตัว) 1 ใบ โดยเลือกเลขเองได้ระหว่าง 000-999
- ลุ้นรางวัลได้ทุกครึ่งเดือน (สูงสุด 20 ใบ/เดือน ในเฟสแรก)
- เติมเงินคนละครึ่ง 1,000 บาทต่อคน 12 ล้านคน พร้อมหวยใบเสร็จ SMEs ที่จะจูงใจผู้บริโภคสนับสนุนร้านค้ารายย่อย SMEs ครั้งแรก
...
ผู้ประกอบการ
- ร้านค้าที่ร่วมโครงการ ได้รับหวยใบเสร็จ 1 ใบ เมื่อมียอดขายสะสมทุกๆ 5,000 บาท (สูงสุด 20 ใบ/เดือน)ฃ
- เข้าร่วมโครงการได้ ทั้ง SMEs ประเภทบุคคลธรรมดา และ นิติบุคคล
- จูงใจร้านค้าเข้าระบบภาษี โดย SMEs ที่เข้าร่วมโครงการจะได้สิทธิประโยชน์ คือ
- ขยายเพดาน VAT จาก 1.8 ล้านบาท/ปี เป็น 3.6 ล้านบาท/ปี
- เพิ่มอัตราค่าใช้จ่ายเหมาในการคำนวณภาษีรายได้บุคคลธรรมดา เดิมอัตรา 60% เป็นสูงสุด 90% (สำหรับรายได้ไม่เกิน 5.4 ล้านบาท/ปี)
- เลือกจ่าย VAT อัตราเหมา 2.1% แทน 7% ได้ และยื่นรายไตรมาสแทนรายเดือน เพื่อลดภาระงานเอกสาร - SMEs ในโครงการสามารถใช้ข้อมูลยอดขายจริงมายื่นขอ สินเชื่อในระบบ ได้ทันที พร้อมเพิ่มการค้ำประกันจาก บสย. เพื่อสร้างความมั่นใจให้สถาบันการเงินในการปล่อยกู้
- ได้สิทธิคืน VAT สูงสุด 50,000 บาท/ราย ในรูปแบบ "คูปอง Transformation" เอาไปใช้ปรับปรุงประสิทธิภาพธุรกิจ เช่น ใช้ซอฟต์แวร์ ทำบัญชี ขอมาตรฐาน ISO หรือหาตลาดส่งออก
งบประมาณ-เงินรางวัล
- ออกรางวัลเดือนละ 2 งวด ใช้เลขเดียวกับสลากกินแบ่งรัฐบาล ใช้งบประมาณงวดละ 500 ล้านบาท รวมทั้งปี 12,000 ล้านบาท
- เงินรางวัล 500 ล้านบาท หารด้วยจำนวนคนถูกรางวัล เช่น มีคนถูกรางวัล 100,000 คน จะได้รับเงินคนละ 5,000 บาท
...
"สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน" พรรคเพื่อไทย
ลุ้นเป็นเศรษฐีเงินล้านได้ทุกวัน วันละ 9 รางวัล รางวัลละ 1 ล้านบาท โดย 5 ใน 9 รางวัล มาจากการสุ่มรางวัลจากเลขใบเสร็จ และอีก 4 รางวัลสุ่มจากเลขบัตรประชาชน 4 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มเกษตรกร 2.กลุ่มอาสาสมัคร เช่น อสม. อสส. กู้ภัย ทหารผ่านศึก ชรบ. เป็นต้น 3. ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และ 4. ประชาชนผู้ยื่นแบบภาษี
เป้าหมาย
- หาเงินเข้ารัฐสร้างระบบสวัสดิการยั่งยืน, ทำฐานข้อมูล Big Data จูงใจ SME ร้านค้า ประชาชนเข้าระบบภาษีและฐานข้อมูลรัฐ เพื่อนำไปต่อยอดนโยบายอื่นๆ
ผู้บริโภค
- ประชาชนทั่วไปซื้อสินค้าและบริการ เพียงขอใบเสร็จรับเงินหรือ e-Receipt จากร้านค้า ก็มีสิทธิ์ลุ้นรางวัล โดยใบเสร็จไม่จำกัดมูลค่าขั้นต่ำ ไม่จำกัดจำนวน
ผู้ประกอบการ
- ใบเสร็จใช้ได้ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้า ถึงร้านค้ารถเข็น ร้านอาหารริมทาง
งบประมาณ-เงินรางวัล
- เงินล้านจากการสุ่มจากใบเสร็จ 5 คน 5 ล้านบาท/วัน
- ใช้งบประมาณรวม 3,285 ล้านบาท/ปี (รวมทั้งการสุ่มจากใบเสร็จ และจากเลขบัตรประชาชน)
ที่มา : พรรคประชาชน, อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์, พรรคเพื่อไทย, thaibiztaiwan, law.moj.gov.tw