เสี้ยววินาทีเครนถล่มพระราม 2 เปิดปมจุดอ่อนอุปกรณ์เก่า-ขาดการบำรุงรักษา 2 ชีวิตสังเวช ผู้เชี่ยวชาญ มองจุดอ่อนการบำรุงรักษาเครน ชี้เกิดมาก่อนหน้านี้แล้วปี 67 แนะตั้งบทลงโทษบริษัทก่อสร้าง
ช่วงเช้าวันที่ 15 ม.ค. 69 เกิดเหตุเครนก่อสร้างทางยกระดับถนนพระราม 2 ถล่มลงมาบริเวณเกาะกลางถนน ขาออกกรุงเทพฯ ก่อนขึ้นสะพานท่าจีน ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ทับรถยนต์ 2 คัน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ราย บาดเจ็บ 5 คน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้มีการปิดกั้นพื้นที่แล้ว พร้อมแจ้งให้ผู้ใช้ถนนหลีกเลี่ยงเส้นทาง เนื่องจากการจราจรค่อนข้างติดขัด
ถนนพระราม 2 เป็นเส้นทางหลักที่มีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่หลายจุดต่อเนื่อง ส่งผลให้ที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างหลายครั้ง สร้างความแตกตื่นให้กับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่และผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นวงกว้าง โดยจุดเกิดเหตุคานปูน (Segment) และเครน (Launching Gantry Crane) ถล่ม เป็นชิ้นส่วน และอุปกรณ์ที่ใช้ก่อสร้างทางยกระดับ โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 สายทางยกระดับบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ตอน 7 กม.30+300
...
ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ สอบถามไปยังผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งโพสต์เล่าเหตุการณ์ผ่านเฟซบุ๊กReal Champ (Zerovasab) ถึงวินาทีเครนถล่มว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถมาตามปกติ กระทั่งเวลาประมาณ 09.10 น. เครนเกิดถล่มลงมาอย่างกะทันหันทั้งสองฝั่งของถนน โดยฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบน้อยกว่าฝั่งขาออกจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ภาคใต้ ส่งผลให้มีรถยนต์ถูกทับจำนวน 2 คัน ทั้งนี้ เหตุการณ์เกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าแต่อย่างใด จุดดังกล่าวเป็นบริเวณที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างสะพานเชื่อม
ยอมรับว่ายังคงรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมองว่าตนเองโชคดีที่ไม่ได้รับอันตราย โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เกิดเหตุเป็นช่วงที่ปริมาณรถบางตาลงแล้ว ทั้งที่โดยปกติใช้ถนนเส้นดังกล่าวเป็นประจำ หลังจากนี้ตั้งใจจะหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว และพยายามไม่ขับรถในเลนขวา เนื่องจากกังวลว่าจะเกิดอันตรายซ้ำ พร้อมฝากเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนให้เพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่
เหตุเครนถล่มครั้งนี้สะท้อนถึงปัญหาด้านมาตรการความปลอดภัยในพื้นที่ก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะการใช้งานอุปกรณ์หนักใกล้เส้นทางสาธารณะ ก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุลักษณะใกล้เคียงกันมาแล้วหลายครั้ง ส่งผลให้สังคมตั้งคำถามถึงการควบคุม ตรวจสอบ และบังคับใช้มาตรฐานด้านวิศวกรรมอย่างเคร่งครัด รวมถึงความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำและลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในอนาคต
รองศาสตราจารย์เอนก ศิริพานิชกร นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้ข้อมูลกับทางทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ ว่า เหตุการณ์ครั้งนี้มีลักษณะคล้ายกับกรณีเครนถล่มบริเวณพระราม 2 เมื่อปี 67 เนื่องจากเป็นลอนเชอร์รุ่นเดียวกัน คาดว่าสาเหตุอาจมาจากลอนเชอร์เกิดการเสียเสถียรภาพ จากการนำมาใช้งานซ้ำเป็นเวลานาน
ปกติลอนเชอร์ หรือเครนสามารถใช้งานซ้ำได้ แต่จำเป็นต้องมีการบำรุงรักษาและทดสอบความพร้อมก่อนใช้งานทุกครั้ง ขณะที่เหตุการณ์ในวันนี้พบว่ามีการใช้ลอนเชอร์ในการขนย้ายปูนถึงประมาณ 13ท่อน ถือว่าอยู่ในระดับเกือบเต็มขีดจำกัดของน้ำหนักที่ลอนเชอร์สามารถรองรับได้
...
ทั้งนี้ เห็นว่าควรมีการออกกฎหมายกำหนดให้มีการขึ้นทะเบียนลอนเชอร์อย่างชัดเจน แม้ประเทศไทยจะมีมาตรฐานในการเลือกใช้อุปกรณ์ดังกล่าวอยู่แล้ว แต่ยังจำเป็นต้องบังคับใช้ให้เข้มงวดมากขึ้น รวมถึงควรมีบทลงโทษกับผู้รับเหมา เนื่องจากเหตุลักษณะนี้ยังเกิดขึ้นซ้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมแนะนำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่ก่อสร้าง หรือบริเวณที่มีการใช้งานลอนเชอร์ เพื่อลดความเสี่ยงต่ออันตราย
...
เหตุการณ์เครนถล่มครั้งนี้ยังคงต้องรอการตรวจสอบอย่างละเอียดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และกำหนดแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้รถใช้ถนนในระยะยาว
...