เครนหล่นทับรถไฟสีคิ้ว ต้นเหตุเกิดซ้ำซาก “นายกวิศวกรรมสถาน” ชี้เทียบเหมือนถล่มถนนพระราม 2 จุดเสี่ยงเครนเลื่อนระหว่างรถไฟวิ่ง
ช่วงเช้าวันนี้ (14 ม.ค. 69) เกิดอุบัติเหตุเครนโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ล้มทับขบวนรถไฟจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าจังหวัดอุบลราชธานี บริเวณทางรถไฟบ้านถนนคต ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ทำให้ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยรถด่วน 21 ต้นทาง กทม. ปลายทาง อุบลราชธานี รวมผู้ประสบภัย จำนวน 86 ราย เสียชีวิต : 22 ราย บาดเจ็บรุนแรง : 8 ราย ซึ่งเกิดเหตุระหว่างที่รถไฟวิ่งผ่าน เครนที่ทำการก่อสร้างอยู่ด้านบนถล่มลงมา และมีการตั้งข้อสังเกตว่าคล้ายเหตุเครนถล่มบนถนนพระราม 2 ที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้
ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐ ออนไลน์ สอบถามไปยัง รองศาสตราจารย์ เอนก ศิริพานิชกร นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ วิเคราะห์เหตุที่เกิดขึ้นว่า เครนที่ถล่มเป็นอุปกรณ์ที่เป็นคานเลื่อน โดยการทำงานคานจะเลื่อนไปเรื่อย ๆ เมื่อมีการก่อสร้างทางยกระดับเสร็จแล้ว ซึ่งการถล่มของเครนมีต้นเหตุหลักเหมือนกันกว่า 90 %
...
คานเลื่อนต้องเหมาะสม เช่น เคยใช้เลื่อนอยู่ 40 เมตรในการก่อสร้าง แต่พอเปลี่ยนมาเลื่อนที่ 30 เมตร ก็มีความเสี่ยงจะเกิดอันตราย เนื่องจากระยะยืดเดิมจะยาวกว่า ดังนั้น จึงต้องมีการคำนวณออกแบบที่เหมาะสม ในการป้องกันจะต้องมีการติดตั้งตัวเซนเซอร์ ที่ชี้วัดว่าตัวเครนที่ทำงานมีการยื่นออกไปที่บิดเบี้ยวจากแบบที่วางไว้หรือไม่ หรือตัวเครนยื่นออกไปจนมีความเสี่ยงถล่ม
เครนที่ถล่มทับรถไฟที่สีคิ้ว มีลักษณะเดียวกับที่ถล่มตอนก่อสร้างรถไฟฟ้า และการก่อสร้างบนถนนพระราม 2 ซึ่งเครนที่ถล่มเมื่อหยุดนิ่งจะมีความอันตรายน้อยกว่าตอนที่เลื่อน
เหตุที่เกิดล่าสุดที่สีคิ้ว อุบัติเหตุเครนถล่มลงมาระหว่างกำลังเลื่อน ซึ่งจังหวะพอดีกับที่รถไฟมา ทำให้เครนถล่มลงมาทับรถไฟ จนมีผู้เสียชีวิต
ที่ถือเป็นความเสี่ยงอย่างมากคือ ลักษณะการตั้งของเครน ที่ทำงานอยู่ขณะที่ด้านล่างรถไฟก็วิ่งไปด้วย ถือว่ามีความเสี่ยงมาก ทั้งที่จริงควรให้เครนเลื่อนทำงานในระหว่างที่ไม่มีรถไฟวิ่ง มีความปลอดภัยมากกว่า การที่มีการก่อสร้างทางอยู่ด้านบนแล้วปล่อยให้รถไฟด้านล่างวิ่งไปด้วย
“ถ้าวิเคราะห์ถึงหลักวิศวะ การที่มีรถไฟวิ่งด้านล่าง จะมีผลทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนกับตัวเครน เนื่องจากตรงเครนมีเสาที่ตั้งแยก ถือว่ามีความทนทาน และไม่ส่งผลต่อแรงสั่นสะเทือน แต่เครนเลื่อนถล่มลงมาเนื่องจากการเลื่อนที่เป็นต้นเหตุทำให้โครงด้านบนถล่มลงมาเป็นหลัก”
สำหรับการป้องกันต้องมีอุปกรณ์ที่ชี้วัดว่าตัวคานเลื่อนไม่ได้เลื่อนไปอย่างผิดแบบ ขณะเดียวกันต้องมีการประสานระหว่างผู้เดินรถและผู้ก่อสร้าง ว่าระหว่างที่มีรถผ่านต้องระมัดระวัง หรือหยุดการเลื่อนเครน
ตัวอย่างเครนเลื่อน เช่น ในพื้นที่ถนนพระราม 2 ก็จะวางเครนไว้บนพื้นที่ก่อสร้าง ซึ่งมีการบังคับให้มีการก่อสร้างเวลากลางคืนตั้งแต่สี่ทุ่มถึงตีห้า
ถ้าเทียบเหตุการณ์เครนเลื่อนถล่มบนถนนพระราม 2 กับการถล่มทับรถไฟที่สีคิ้ว จะมีความเหมือนกัน เพราะเครนมีลักษณะการถล่มในระหว่างเลื่อน