ร้าวลึกชายแดนใต้ วิเคราะห์แรงจูงใจ “ระเบิด-เผาปั๊ม 11 จุด” นักวิชาการ มองกลุ่มผู้ก่อเหตุต้องการแสดงศักยภาพ หรือปมขัดแย้งผลประโยชน์ในพื้นที่ ชี้นโยบายแก้ปัญหาความไม่สงบ 3 จังหวัดชายแดน หายไปจากนโยบายการเมืองระดับชาติ
กรณีคนร้ายลอบวางระเบิดเผาปั๊มน้ำมัน 11 จุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อกลางดึกวันที่ 10 มกราคม 2569 ทำให้ล่าสุดมีการประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ท่ามกลางความหวาดวิตกของชาวบ้านในพื้นที่ และความชัดเจนในการหาผู้ก่อเหตุถึงเป้าประสงค์ยังคงเป็นปริศนา
ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ สอบถามไปยัง รองศาสตราจารย์ เอกรินทร์ ต่วนศิริ คณะรัฐศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี วิเคราะห์ว่า หากประเมินจากข้อมูลพบว่าสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับการก่อเหตุคือ ไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้งอบต. ในพื้นที่ และปั๊มน้ำมันที่เกิดเหตุต้องมาวิเคราะห์ว่าใครเป็นเจ้าของ ซึ่งพบว่าปั๊มน้ำมันทั้ง 11 จุด ที่อยู่ในสามจังหวัดผู้ที่เป็นเจ้าของคือ บุคคลในพื้นที่ จึงบ่งชี้ได้ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเด็นศาสนา หรือโจมตีพื้นที่ทางศาสนา
...
เหตุที่เกิดขึ้นอาจเกี่ยวข้องกับการแสดงศักยภาพของกลุ่มที่เห็นต่างจากรัฐ ขณะเดียวกันการก่อเหตุก็บ่งชี้ได้ว่าไม่ได้มุ่งในการที่จะทำร้ายชีวิตคน แต่อาจมีความเกี่ยวข้องกับในเรื่องธุรกิจหรือไม่ เนื่องจากปั๊มน้ำมันดังกล่าวเป็นแบรนด์เดียวกันทั้งหมด และไม่ได้เป็นสถานที่ราชการ รวมถึงไม่ได้มีเป้าหมายในการทำร้ายชีวิต พลเรือนหรือเจ้าหน้าที่รัฐ
อีกประเด็นสำคัญคือ ไม่ว่าจะเกิดเหตุในพื้นที่ราชการหรือเอกชนสะท้อนให้เห็นถึงความมั่นคงในพื้นที่บกพร่องในการทำหน้าที่ และประสิทธิภาพในการควบคุมเหตุ
เบื้องต้นต้องรอการสืบสวนของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งอาจเป็นคนนอกที่ไม่ใช่ผู้ก่อความไม่สงบก็ได้ แต่ก็อาจเป็นผู้ก่อความไม่สงบที่อาจมีเป้าหมายร่วมกันในเชิงการดำเนินการ แต่น่าสนใจว่าการก่อเหตุถึง 11จุด เบื้องหลังผู้ก่อเหตุต้องเป็นคนที่มีเครือข่ายค่อนข้างมาก ซึ่งถ้าเป็นบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่กลุ่มขบวนการ ก็อาจแสดงความขัดแย้งของผู้มีอิทธิพล และมีเส้นสายในพื้นที่เนื่องจากการก่อเหตุลักษณะนี้ไม่สามารถทำได้ง่าย
ตอนนี้พื้นที่จังหวัดนราธิวาสได้มีประกาศเคอร์ฟิวแล้ว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในพื้นที่ ยิ่งตอนนี้นักท่องเที่ยวมาเลเซียก็อาจจะต้องหยุดไม่ได้มาในพื้นที่ ยิ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจในพื้นที่เนื่องจากก่อนหน้านี้มีสถานการณ์น้ำท่วมแล้วยังไม่มีเหตุร้ายที่เกิดขึ้นกับปั๊มทั้ง 11 อีก
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่รัฐควรจะเร่งสืบสวนสอบสวนในพื้นที่ให้เร็วที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งถ้าช้าไปจะยิ่งก่อให้เกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัยสำหรับประชาชนในพื้นที่ เช่นเมื่อคืนผมนั่งทำงานที่ปัตตานีแล้วได้ยินเสียงระเบิดในใจก็รู้สึกหวั่นไหวและรู้สึกไม่ปลอดภัย
สำหรับคนในพื้นที่อยากให้รัฐบาลเร่งดำเนินการเข้มงวดด้านประสิทธิภาพให้กับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ในการป้องกันการก่อเหตุร้ายทั้งที่จริงเรามีประสิทธิภาพและงบประมาณลงมาจำนวนมาก แต่เกิดเหตุร้ายหน่วยงานรัฐจะไม่สามารถปัดความรับผิดชอบได้ ดังนั้นรัฐบาลรักษาการควรมีแนวทางที่ชัดเจนและออกมาตรการในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้กับคนในพื้นที่
แต่ถ้าผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มคนเห็นต่างจากรัฐก็อาจจะต้องเร่งดำเนินการเจรจาในการพูดคุยแลกเปลี่ยนให้เร็วที่สุดและโดยสถานการณ์อย่างนี้โชคดีที่เมื่อวานไม่มีเด็กบาดเจ็บซึ่งนี่ปี 2569 ถ้ารัฐบาลรักษาการหรือรัฐบาลใหม่ไม่มีมาตรการที่ทำให้ประชาชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มั่นใจหรือเปิดการเจรจาพูดคุยกับบุคคลที่เห็นต่าง ก็อาจจะเกิดเหตุความไม่สงบอีกยาว
...
สุดท้ายสิ่งที่อยากฝากเนื่องจากใกล้วันเลือกตั้งใหญ่ซึ่งเกี่ยวโยงกับอำนาจรัฐในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้แต่ยังไม่เห็นพรรคการเมืองใดที่จริงจังเกี่ยวกับนโยบายการแก้ปัญหาพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ฉันอยากให้พรรคการเมืองต่างมีนโยบายที่ชัดเจนเพื่อให้เกิดการแก้ไข