“รองเทศกิจ” โวย “สุขุมวิท โมเดล” ไล่จับเซ็กส์ทอย แต่ควรเน้นจับบุหรี่ไฟฟ้า-ยาเสพติด ชี้โลกยุคใหม่ควรแก้กฎหมายขายถูกต้อง เลิกปากว่าตาขยิบ แถมกระตุ้นเศรษฐกิจ

ข้อมูลจากเฟซบุ๊กส่วนตัว ดร.วรชล ถาวรพงษ์ รองผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ กรุงเทพฯ สุขุมวิท โมเดล ระบุว่า “เลิกปากว่าตาขยิบ! ไทยผลิต Sex Toy ส่งออกเบอร์ต้นของโลก แต่คนไทยใช้เอง = ผิดกฎหมาย?”

แปลกมั้ย? บ้านเราคือตัวตึงเรื่องการผลิตอุปกรณ์ “นวด” ส่งออกไปทั่วโลก (น้ำยางพาราไทยมันดีเว่อร์!)ฝรั่งใช้ของ Made in Thailand กันนัว แต่คนไทยจะหามาใช้บ้างกลับโดนหาว่าเป็น “ของลามก” ต้องแอบซื้อเหมือนสินค้าผิดกฎหมาย


ทั้งที่มันคือไอเทมดูแลสุขภาพจิต และช่วยลดปัญหาล่วงละเมิดทางเพศได้ด้วย เม็ดเงินมันมหาศาลขนาดไหน?

ตลาดโลกปี 2021 ใหญ่ถึง 1.3 ล้านล้านบาท และคาดว่าปี 2030 จะพุ่งไปถึง 2 ล้านล้านบาท! ถ้ายอมรับความจริงแล้วดัน “Made in Thailand” ด้วยยางพาราไทยเกรดพรีเมียม เราจะเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ยางพาราได้มหาศาล เงินไหลเข้าประเทศ ไม่ต้องรอพึ่งแต่การท่องเที่ยวอย่างเดียว! แล้วดูพี่น้อง Sex Creator บน OnlyFans ปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 120 ล้านคน และผู้ผลิตวิดีโอประมาณ 1 ล้านคน มีรายได้กว่าแสนล้านบาท

...

นี่คือกลุ่มคนที่ขยันและสร้างรายได้เข้าประเทศมหาศาล แต่กฎหมายยังตามไม่ทัน ต้องแอบทำกลัวโดน พ.ร.บ. คอมฯ ทั้งที่มันคือการทำงานแลกเงินด้วยหยาดเหงื่อแรงกายและสิทธิในร่างกายตัวเองแท้ๆ

ดร.วรชล ถาวรพงษ์ รองผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ กรุงเทพฯ
ดร.วรชล ถาวรพงษ์ รองผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ กรุงเทพฯ


นโยบายที่เราต้องช่วยกันดัน ปลดล็อก Sex Toy: เลิกมองเป็นของลามก ให้เป็นสินค้าควบคุม มี มอก.ปลอดภัย เน้นด้าน “สุขภาวะทางเพศ” Sex Creator คืออาชีพ: จัดระเบียบให้ดี คุ้มครองคนทำงาน ไม่ต้องให้เค้าไปจ่ายส่วยใต้โต๊ะ

เปลี่ยนส่วยเป็นภาษี: เก็บภาษีเข้าประเทศปังๆ เอาเงินมาพัฒนาสวัสดิการให้ประชาชน

คุมอายุให้ชัด: แก้กฎหมายให้ผู้ใหญ่ใช้ได้ มีระบบกรองอายุที่เข้มงวดและชัดเจน โลกมันหมุนไปไกลแล้ว! ถึงเวลาเอาเรื่อง “ใต้สะดือ” ขึ้นมาวาง “บนดิน” เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมยางพาราและตลาดโลก สร้างรายได้ให้คนไทยจริงๆ ซะที



อยากให้แก้กฎหมาย ดีกว่ามาไล่จับ


ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ สอบถามไปยัง ดร.วรชล ถาวรพงษ์ รองผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ กรุงเทพฯ กล่าวว่า “สุขุมวิท โมเดล” จากสถิติปี 68 พบการจับกุมเซ็กส์ทอย กว่า 200 รายการ ซึ่งเทศกิจมีการจับกุมแทบทุกเดือน ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่า โลกยุคใหม่ไม่ได้มองว่าผิดศีลธรรม และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ หากของที่ซื้อไปมีมาตรฐาน ซึ่งกฎหมายการจับกุมผู้ที่ขายเซ็กส์ทอยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเฉพาะแหล่งสถานบันเทิงต่างๆ แม้ไม่ใช่หน้าที่ของเทศกิจในการจับกุม แต่เมื่อจับแล้วก็ต้องตั้งความผิดว่าเป็นขายของในพื้นที่สาธารณะ แต่จริงๆ ก็ต้องส่งตำรวจอยู่ดี เนื่องจากเทศกิจเอาผิดในเรื่องนี้ไม่ได้ ในทางปฏิบัติก็ไม่อยากจะควบคุมคนที่ขายเซ็กส์ทอย แต่อยากให้มุ่งเน้นจับของที่ผิดกฎหมายเช่น บุหรี่ไฟฟ้า มากกว่า

...


โลกปัจจุบันบางประเทศมองเซ็กส์ทอยเป็นเรื่องของสุขภาพ โดยส่วนตัวอยากให้มีการแก้กฎหมาย เพื่อให้สามารถซื้อเซ็กส์ทอยได้อย่างเสรี แต่ต้องมีการควบคุมเรื่องอายุ และคุณภาพของสินค้า เพื่อให้สังคมได้เปิดเผยลดอาชญากรรม อีกด้านหนึ่งก็เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ต้องยอมรับว่าเซ็กส์ทอยส่วนใหญ่ผลิตจากไทย เพราะบ้านเรายางมีคุณภาพ

“กรณี สุขุมวิท โมเดล ที่มีการตระเวนจับเซ็กส์ทอย ถือเป็นเรื่องที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งทั้งที่จริงถ้ามีการแก้กฎหมายให้สามารถซื้อขายได้ ก็จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศด้วย”



...