สรุปปม “ปวิน” แฉยับ จี้ตรวจสอบ “พิศาล” แคนดิเดต รมว.ต่างประเทศ พรรคประชาชน เคยปกป้องรัฐประหาร-ทำผิดจริยธรรมปมชู้สาว ล่าสุดเจ้าตัวชี้แจงแล้ว  

จากกรณีเมื่อวันที่ 6 ม.ค.2569 พรรคประชาชน (ปชน.) ได้เปิดเผยทีมบริหารรัฐบาลประชาชน กรณีได้เป็นรัฐบาล ในด้านการต่างประเทศ ได้แก่ นายพิศาล มาณวพัฒน์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยในหลายประเทศ เช่น สหรัฐฯ แคนาดา หัวหน้าคณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป และอดีต 250 สว. ผู้เป็น 1 ใน 13 คนที่โหวตรับรองนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯ เมื่อปี 2566

หลังจากการเปิดตัว ก็เกิดประเด็นร้อนขึ้นมาทันที เมื่อ ศ.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการและผู้ลี้ภัยมาตรา 112 อาจารย์ประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ผู้ซึ่งเคยรับราชการในกระทรวงต่างประเทศในช่วงปี พ.ศ.2537 - 2553 ได้ออกมาเรียกร้องให้พรรคประชาชนตรวจสอบจริยธรรมของนายพิศาล โดยระบุว่า เคยมีพฤติกรรมปกป้องการทำรัฐประหารปี 2557 และเคยทำผิดจริยธรรมในกรณีชู้สาว พร้อมระบุด้วยว่าตนรู้จักนายพิศาลดี โดยเคยเป็นเจ้านายของตนโดยตรงสมัยทำงานที่กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ 

ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์
ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

...

ในวันที่ 7 ม.ค.69 เวลา นายปวิน ได้โพสต์จดหมายเปิดผนึกผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า

“ต้องการเรียกร้องให้ทั้งพรรคประชาชนและสื่อตรวจสอบถึงคุณสมบัติของนายพิศาล มาณวพัฒน์ อดีตข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ที่เพิ่งได้รับการมอบหมายให้เป็น “รมว.กต” หากพรรคประชาชนได้มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล ในระหว่างที่นายพิศาลดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา นายพิศาลได้เขียนจดหมายถึงบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ The Washington Post เพื่อปกป้องการทำรัฐประหารของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และได้ให้ข้อมูลเท็จว่าไม่มีนักโทษการเมืองในขณะนั้น…

...นายพิศาลทำความผิดจริยธรรมในเรื่องชู้สาวในระหว่างรับราชการที่กระทรวงการต่างประเทศ จนเป็นเรื่องใหญ่โตที่ฝ่ายหญิงมาร้องเรียนถึงที่กระทรวงฯ เรื่องนี้พรรคประชาชนต้องออกมาอธิบายอย่างชัดเจนว่า ในขณะที่พรรคประชาชนตรวจสอบจริยธรรมของพรรคอื่น และพรรคได้ตรวจจริยธรรมของ “คนของพรรค” เองด้วยหรือไม่”

พิศาล มาณวพัฒน์
พิศาล มาณวพัฒน์

ต่อมาเวลา 11.30 น. พรรคประชาชน โดยนายพิศาล มาณวพัฒน์ ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านการต่างประเทศ ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงเรื่องดังกล่าว ระบุว่า เนื้อหาใน The Washington Post ไม่ใช่ความเห็นของตนแต่เป็นหนังสือชี้แจ้งที่ยกร่างโดยกระทรวงต่างประเทศ และเมื่อเกิดการรัฐประหารปี 2557 ตนให้สัมภาษณ์สื่อแคนาดาจริงแต่ไม่เคยกล่าวสนับสนุนรัฐประหาร ในส่วนของประเด็นชู้สาวนั้น เกิดขึ้นเมื่อ 20 ปีก่อน ได้ยอมรับผิดและผ่านกระบวนการรับผิดของต้นสังกัด รวมถึงครอบครัวได้ให้อภัยและสนับสนุนเข้าสู่การทำงานการเมือง โดยมีรายละเอียดดังนี้

“ตามที่มีการตั้งประเด็นการทำหน้าที่ของผมในระหว่างการเป็นเอกอัครราชทูตประจำสหรัฐอเมริกา ในทำนองแก้ต่างให้รัฐบาล คสช. หลังการรัฐประหารนั้น

ผมเข้าใจว่า คงมาจากสาระในหนังสือชี้แจงจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ต่อบรรณาธิการ นสพ. วอชิงตัน โพสต์ ซึ่งไม่ใช่ข้อความส่วนตัวของผม แต่กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ยกร่าง และสั่งการมาให้สถานเอกอัครราชทูตส่งต่อให้กองบรรณาธิการ นสพ. อันเป็นเรื่องปกติเมื่อมีการพาดพึงถึงการเมืองในประเทศไทยในสื่อมวลชนฉบับใด ของประเทศใด กระทรวงการต่างประเทศ โดยกรมสารนิเทศ ก็จะยกร่างหนังสือชี้แจงและสั่งการให้สถานทูตส่งต่อถึงบรรณาธิการของสื่อมวลชนเสมอ และบรรณาธิการก็มักจะนำไปตีพิมพ์เพื่อเป็นข้อมูลอีกด้านให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณ

อนึ่ง ในวันที่มีการรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 ขณะนั้น ผมดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตไทย ประจำแคนาดา และได้รับเชิญด่วนจากสถานีโทรทัศน์ของแคนาดา 2 ช่อง ให้ไปสัมภาษณ์สดในวันเดียวกัน ผมตัดสินใจไป เพราะคงไม่สามารถรอการอนุมัติจากกระทรวงการต่างประเทศที่ถูก shut down จากผู้ชุมนุมประท้วง และตระหนักดีว่าเป็นเรื่องหน้าตาความน่าเชื่อถือของประเทศ เพื่อไม่ให้ชาวตะวันตกเห็นว่าไทยเป็นรัฐล้มเหลวและเพื่อสร้างความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยของชาวแคนาดาที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย

ในการสัมภาษณ์ดังกล่าว ผมจำได้ว่าไม่เคยกล่าวอะไรที่เป็นการสนับสนุนการปฏิวัติรัฐประหาร พิธีกรตั้งคำถามสุดท้ายกับผมว่า ที่มาให้ความเห็นทั้งหมดนี้ มาในนามรัฐบาลที่พ้นจากอำนาจไปหรือรัฐบาลทหาร ผมตอบว่า ผมมาในฐานะตัวแทนประเทศไทย

หากจะตรวจสอบท่าทีและความคิดของผมเรื่องสิทธิมนุษยชน โปรดหาอ่านได้จากคำอภิปรายในช่วงการดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งผมได้รวบรวมความเห็นไว้ทั้งหมดในหนังสือรายงาน “สว. รายงานประชาชน ภารกิจยากมากที่ยังรอการปฏิบัติ”

...

ส่วนประเด็นเรื่องส่วนตัวผมที่เกิดขึ้นประมาณกว่า 20 ปีมาแล้ว ผมยอมรับผิดและผมได้ผ่านกระบวนการรับผิดต่อหน่วยงานต้นสังกัด ทั้งครอบครัวได้ให้อภัยและสนับสนุนการเข้าสู่การทำงานการเมืองเพื่อช่วยให้การต่างประเทศเดินหน้าอย่างสง่างามอีกครั้งด้วยประสบการณ์จริงที่ผ่านมาของผม”

ก่อนหน้าที่นายพิศาลจะออกมาชี้แจง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการพูดคุยและตรวจสอบเบื้องต้น โดยเฉพาะจุดยืนในสมัยที่นายพิศาลดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตนไม่สามารถตอบแทนความคิดในใจของนายพิศาลได้ว่าขณะนั้นมีจุดยืนทางการเมืองอย่างไร แต่ที่ตอบได้คือท่านเป็นข้าราชการประจำอยู่ที่สหรัฐอเมริกา เพราะฉะนั้นต้องทำหน้าที่ภายใต้หมวกของข้าราชการกระทรวงต่างประเทศ (อ่าน : ป้อง “ทูตพิศาล” ยันตรวจประวัติแล้ว “เท้ง” แจงเคยร่วมปิดสวิตช์ สว. อุดมการณ์ตรง ปชน.

...

“ถ้าเราลองดูประวัติที่ผ่านมาในช่วงหลังตอนที่ทูตพิศาลทำหน้าที่เป็น สว. นอกจากการโหวตให้คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แล้ว การเลือกโหวตเห็นชอบกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปิดสวิตช์ สว. ท่านทูตพิศาลก็ได้ลงมติเห็นชอบถึง 6 ครั้ง เพราะฉะนั้นการแสดงออกจุดยืนทางการเมืองก็เป็นสิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้ในระดับหนึ่งว่ามีแนวคิดไปในทิศทางเดียวกันกับพรรคประชาชน”

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า ถ้าใครที่มีคำถามที่เกี่ยวข้องกับจุดยืนหรือความเชื่ออุดมการณ์ทางการเมืองอยากให้ไปถามเจ้าตัวมากกว่า เพราะจะตอบได้ดีที่สุด ตนไม่สามารถตอบแทนได้ แต่ในฐานะหัวหน้าพรรคสามารถตอบได้ว่าหลักของพรรคประชาชนไม่ได้ปิดกั้นทางความคิด การสร้างการเปลี่ยนแปลง เราอยากได้ฉันทามติของสังคม ต้องเปิดกว้าง ในอดีตที่มีความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา

“ดังนั้น เราผ่านการเรียนรู้ร่วมกันในสังคม วันนี้ใครอาจจะเคยเชื่อแบบในอดีตก็ว่ากันไป แต่วันนี้ถ้าคุณเห็นด้วยกับพรรคประชาชนว่า พรรคประชาชนคือทางออก พวกเราพร้อมที่จะเปิดกว้างและหาทางออกให้กับสังคมร่วมกัน” 

...