“บิ๊กโจ๊ก” ผจญวิบากกรรมข้ามปี หลังอดีตคนสนิทออกมาแฉ จ่ายสินบนทองคำ 246 บาท แลกช่วยคดี สรุป 6 สาเหตุ เขย่าวงการสีกากี เผยคนรอบข้างถูกกดดัน ตัดสินใจหัก แลกเป็นธรรม
กรณี มีผู้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีต รอง ผบ.ตร. และ พวก รวม 6 คน หลังเชื่อว่า มีการจ่ายสินบนเป็นทองคำแท่งน้ำหนักรวม 246 บาท วิ่งเต้นช่วยเหลือคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาไต่สวนความผิดของ ป.ป.ช. จนวันที่ 26 ธ.ค.68 เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีดัง นำกำลังพร้อมหมายค้นเข้าตรวจสอบบ้านพัก และสำนักงานของกลุ่มผู้กล่าวหา เพื่อสืบหาพยานหลักฐานประกอบสำนวนคดีเพิ่มเติม และทำให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ต้องเข้ามามอบตัวกับพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา
ต่อมา วันที่ 31 ธ.ค. 68 พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตนายตำรวจคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือบิ๊กโจ๊ก อดีต รอง ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์หลังการนำพยานหลักฐานมอบให้กับพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับบิ๊กโจ๊ก พร้อมนำหลักฐานมาให้กับทางตำรวจ เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากมาก แต่ด้วยเหตุผลหลายๆ เรื่อง ที่เห็นน้องๆ ต่างได้รับความเดือดร้อน เพราะถูกบังคับให้รับผิดแทน ทำให้ครอบครัวของเขาได้รับผลกระทบ และได้รับความลำบาก พยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงในคลิปที่นำไปมอบให้กับตำรวจ รวมถึงคลิปในคดีอื่นหลายคดี ที่พี่ๆ น้องๆ ในตำรวจต้องถูกดำเนินคดีด้วยกัน ต้องแบกรับในสิ่งที่เขาไม่ได้กระทำ
...
อดีตตำรวจคนสนิทแฉบิ๊กโจ๊ก
การออกมาแฉบิ๊กโจ๊ก ของ “พ.ต.อ.ภาคภูมิ” ที่เป็นอดีตลูกน้องคนสนิท บางส่วนมีการให้สัมภาษณ์ว่า ที่ผ่านมาเคยเห็นนายตำรวจบางนายถูกทำร้ายร่างกาย และสามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้
1. พ.ต.อ.ภาคภูมิ กล่าวว่า ตอนเกิดเรื่องใหม่ๆ เคยทำหนังสือถึงนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ให้พิจารณาตนเองออกจากราชการ เพราะตอนนั้นยังอยู่ในราชการอยู่ เพื่อให้ตนออกมาต่อสู้ ในฐานะประชาชนคนหนึ่งได้อย่างเต็มตัว แต่ติดที่ตนเองมีคดีวินัย ซึ่งเป็นคดีอาญา ไม่สามารถลาออกได้ ก่อนจะถูกไล่ออกจากราชการ ถ้าสังเกตที่ผ่านมาตนไม่เคยออกไปเรียกร้องที่ไหนเลย มีแต่ต่อสู้ไปทั้งคดีอาญาและคดีวินัย เพื่อให้ตนเองได้กลับเข้ามารับราชการ ไปฟ้องร้องอะไรต่างๆ คนที่มีพฤติกรรมนั้นท่านคงเห็นอยู่แล้วว่าเป็นใคร
2. กรณีที่มีลูกน้องต่างๆ เคยถูกทำร้ายพ.ต.อ.ภาคภูมิ กล่าวว่า เรื่องนี้คนที่ถูกกระทำเช่นนั้น คงเข้าไปให้การแล้ว ส่วนตัวไม่ขอเปิดเผย เพราะว่าตอนนี้พยานในคดีถูกรบกวน ซึ่งเป็นอันตรายหรือทำให้เสียรูปคดี แต่ตนเองขอยืนยันว่าเคยเห็นบางเหตุการณ์และมีพยานอื่นๆ เห็นในบางเหตุการณ์จริง ยืนยันมีการทำร้ายจริงๆ
3. พ.ต.อ.ภาคภูมิ กล่าวว่า วันนี้น้องๆ หลายคนก็กลัว ที่ผ่านมาไม่กล้าออกมากัน แต่ตนตัดสินใจออกมา เพราะสงสารน้องๆ ผมเอาชนะความกลัวด้วยความกล้า จะเอาชนะความเท็จด้วยความจริง ต่อสู้อย่างเปิดเผย เพื่อเอาชนะวิธีสกปรก และในวันที่ผมเดินออกมา ผมรู้อยู่แล้วว่าต้องเผชิญอะไร ต้องเจอกับอะไร มันรู้วิธีการกันอยู่ ก่อนหน้านี้ 2 วัน ก็มีการพยายามติดต่อมาทางคนที่รู้จักกับผมว่าอยากคุยด้วย อยากพบเจอ พอเราตัดขาดการติดต่อไปเริ่มมีไอโอเข้ามาทำลายพ่อแม่ผม ครอบครัวผม แต่สิ่งเหล่านี้ไม่เกินความคาดหมาย ว่าผมจะต้องเจอ แต่ถ้าวันนี้ผมไม่ออกมาพูดความจริง ขบวนการนี้และวิธีการนี้ก็ยังคงอยู่ ก็ยังทำลายคนอยู่ตลอดเวลา
4. ถ้าการพูดความจริงแล้วมันทำให้คนอื่นได้รับความเป็นธรรม หรือให้หลุดพ้นจากบ่วงกรรมต่างๆ ที่ต้องทนรับมาเป็นเวลา 10 ปี ให้ทรยศ 40 ครั้ง ตนเองก็ไม่ลังเล ส่วนความปลอดภัยของน้องๆ ที่ออกมาในวันนี้ บางคนได้รับการดูแลคุ้มครองแล้ว แต่สำหรับตน ตนไม่กลัว และไม่มีอะไรจะพูดถึงท่าน แต่ถ้าต้องพูด ก็อยากจะบอกว่า ท่านคงรู้ว่าสิ่งไหนจริงหรือสิ่งไหนเท็จ ผมว่าละครเรื่องนี้ฉากใกล้จะจบแล้ว สุดท้ายมันหนีความจริงไม่พ้น
...
5. รายละเอียดทางคดี หรือเอกสารต่างๆ ที่นำมามอบให้กับทางตำรวจ ขอให้รอแถลงใหญ่ในวันที่ 5 ม.ค.69 ซึ่งคดีอยู่ในระหว่างกระบวนการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เพราะมีทั้งพยานบุคคลและพยานวัตถุต่างๆ ที่จะต้องรวบรวม โดยตอนนี้มันมีกระบวนการเข้าไปข่มขู่พยานและทำลายพยานหลักฐานต่างๆ ซึ่งจะทำให้การทำงานของพนักงานสืบสวนสอบสวนเป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่หลังจากวันที่ 5 มกราคมนี้ จะมีความชัดเจนทั้งหมด ยืนยันว่าไม่ต้องห่วง เพราะความจริงจะต้องถูกเปิดเผย รวมไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างบิ๊กโจ๊กกับ ป.ป.ช. ด้วย
6. พ.ต.อ.ภาคภูมิ มั่นใจว่าทุกอย่างเป็นเรื่องจริงและสามารถเอาผิดได้แน่นอน ส่วนคดีเว็บพนัน ซึ่งเป็นคดีเก่า เชื่อว่าตำรวจกำลังหาความจริง แต่ไม่ได้เชื่อมโยงกับคดีทอง เป็นคนละกรรม ตนเองมีหน้าที่นำพยานหลักฐานข้อเท็จจริงที่รู้และเห็นไปให้กับคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ซึ่งให้เจ้าหน้าที่ทำงานกันก่อน คาดว่าไม่ต่ำกว่า 2 เดือน