วิกฤติยาบ้าระบาดในไทย ทาสยาคลุ้มคลั่งทำร้ายผู้คน และคนใกล้ชิด ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจนเกิดโศกนาฏกรรม ยังไม่รวมถึงการทำลายทรัพย์สินเสียหาย เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก เพราะอาการทางจิตหูแว่ว เห็นภาพหลอนคิดว่าคนจะมาทำร้าย ทำให้ผู้คนในสังคมเดือดร้อนไปทั่วหัวระแหง คาดกันว่าคนไทย 2.5 ล้านคนเป็นทาสยาเสพติด มีนักเสพหน้าใหม่เกิดขึ้นทุกวัน และไทยกำลังเป็นศูนย์กลางการค้ายาเสพติดระดับต้นๆ ของโลก
แม้หลายรัฐบาลประกาศสงครามกับยาเสพติด แต่ไม่ได้หมดสิ้นไปหรือลดน้อยลง จนมาถึงยุคของเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ออกมาประกาศสงครามกับยาเสพติด ขีดเส้นแก้ปัญหายาเสพติดภายใน 90 วัน สั่งทุกหน่วยรายงานผลปฏิบัติการตรงเข้าสำนักนายกฯ ทุกเดือน พร้อมออกคำสั่งสกัดกั้นและคุมเข้มแนวชายแดน ไม่ให้ยาเสพติดทะลักเข้ามา
อาจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะยิ่งปราบ ก็ยิ่งทะลักเข้ามาเพื่อทดแทนยาเสพติดที่ถูกยึดได้ ติดตามภารกิจ SEE TRUE ให้คุณเห็นความจริง "อะไรอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้" ในการลงพื้นที่ชายแดนภาคเหนือของไทย ต้นตอการทะลักเข้ามาของยาบ้าและยาเสพติด ทั้งการขุดคุ้ย เปิดโปงขบวนการค้ายา ทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางลำเลียงยาเสพติดของโลก โดยพื้นที่กรุงเทพฯ และรอบปริมณฑล มักเป็นจุดพักยาเสพติดและกระจายออกมาซื้อขายในหลายช่องทาง และอีกส่วนส่งออกไปยังประเทศที่สาม ซึ่งสถิติปี 2566 และ 2567 พบว่ามีปริมาณเพิ่มมากขึ้น
...
นักบิน รับจ้างขนยา อ้างเลิกไม่ได้ นายใหญ่ขู่ฆ่ายกครัว
ทีมงานเริ่มจากการลงพื้นที่ด่านตรวจยาเสพติดแม่ทา บนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์สายเชียงใหม่-ลำปาง ต.ทาสบเส้า อ.แม่ทา จ.ลำพูน เพื่อติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 ในการสกัดจับรถกระบะเป้าหมายขบวนการยาเสพติด แต่ระหว่างนั้นได้มีรถเก๋งขับนำทาง เมื่อมาถึงด่านไม่ได้ชะลอความเร็ว แต่กลับหลบหนีพุ่งชนรถที่กั้นปิดทางอย่างจัง สุดท้ายไม่รอดมือตำรวจ และไม่กี่นาทีต่อมา ตำรวจอีกชุดสามารถสกัดรถกระบะต้องสงสัยขับตามมา มีการบรรทุกกล้วยหอมมาเต็มคันรถ พบว่ามีการซุกซ่อนยาบ้ามากถึง 5.8 ล้านเม็ด มาจาก อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ หวังกระจายเข้าพื้นที่ชั้นใน
ปฏิบัติการครั้งนี้มีผู้ต้องหา 2 คน หรือในวงการเรียกว่า "นักบิน" ทำหน้าที่รับจ้างขับรถขนยาเสพติดไปส่งให้ลูกค้าปลายทางยังกรุงเทพฯ ถูกนำตัวไปสอบสวนอย่างหนักยัง จ.เชียงใหม่ เพื่อสาวไปถึงเครือข่ายข้ามชาติที่บงการอยู่เบื้องหลัง จากนั้น พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย ผู้บัญชาการตํารวจปราบปรามยาเสพติด ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ บินตรงมาสอบสวนผู้ต้องหาด้วยตนเอง "ใครใช้เรามา จะเอาไปให้ใคร ที่ไหนยังไง กลุ่มเพื่อนมีใครอีก”
ผู้ต้องหาให้การว่า "หากส่งยาบ้า 5.8 ล้านเม็ด ถึงปลายทางกรุงเทพฯ จะได้ค่าจ้างสูงถึง 3 แสนบาท ทำสำเร็จมาแล้ว 4 ครั้ง คิดจะเลิก แต่เลิกไม่ได้ เพราะนายใหญ่ อยู่ฝั่งประเทศเมียนมา ขู่จะฆ่าทิ้งยกครัว จับนั่งยาง…หากถอนตัว"
แต่ผู้บัญชาการตํารวจปราบปรามยาเสพติด บอกว่าอย่าไปเชื่อผู้ต้องหา กลุ่มนี้ถูกจับได้ 4-5 ครั้งแล้ว ทันทีที่ถูกจับส่วนใหญ่ไม่ยอมซัดทอด และที่อ้างว่าถูกขู่ฆ่ายกครัว ทำไมไม่แจ้งตำรวจ โจทย์ใหญ่ของตำรวจ และรัฐบาล ไม่ได้อยู่แค่นักบิน เพราะยิ่งจับยิ่งเจอซ่อมงาน ต้องสกัดตั้งแต่ต้นทางชายแดนเพื่อนบ้าน ไม่ให้ทะลักเข้ามาในประเทศ
"พันโทจะแตะ" หัวโจกใหญ่ สั่งการไปยังคนไทยชื่อเดวิด
ขณะที่สายสืบ ระบุว่า เส้นทางนี้เป็นเส้นทางแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน จะลำเลียงตามแนวสันเขาเข้ามาพักไว้ที่บ้านชนกลุ่มน้อย และตำรวจ ปส.สามารถต่อจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ ทำให้รู้ฐานที่มั่นของเครือข่ายนี้อยู่บริเวณรอยต่อพรมแดน อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ มีหัวหน้ากองกำลังมูเซอ ชื่อ "พันโทจะแตะ" เป็นหัวหน้าขบวนการ มีบทบาทในการลำเลียงจากนอกประเทศ ข้ามมาพักคอยตามแนวชายแดน และพันโทจะแตะ จะติดต่อกับนายเดวิด ซึ่งเป็นคนไทย ก่อนจะหากลุ่มลำเลียงในประเทศ ไปรับยาเสพติด และรถของกลางที่ตรวจยึดได้ เป็นรถของขบวนการค้ายาเสพติดพันโทจะแตะ
...
ภารกิจ SEE TRUE ให้คุณเห็นความจริง "อะไรอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้" เดินทางต่อไปยัง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ใกล้กับชายแดนไทย-เมียนมา หลังสายข่าวรายงาน มาว่าเครือข่ายพันโทจะแตะ จะมีการขนยาเสพติดลอตใหญ่ แต่คนร้ายไหวตัวทัน ขับรถอ้อมไปอีกทาง จนตำรวจขับรถติดตามไล่ล่าเกาะติดไม่ปล่อย เมื่อเจอรถเป้าหมาย ตำรวจตัดสินใจ ขับพุ่งชน เพื่อสกัดรถเอาไว้
คนร้ายพยายามถอยรถหนี ไปชนกับรถตำรวจอีกคันที่พุ่งมาสกัดด่านหลัง จนอยู่ในสภาพแน่นิ่ง และตำรวจได้ตะโกน "ออกมาๆ ยกมือขึ้น" ผลการตรวจค้นรถกระบะทั้ง 2 คัน พบยาบ้าจำนวนมากถึง 14 ล้านเม็ด มากที่สุดเท่าที่เคยจับได้ นั่นกำลังบอกว่า "เครือข่ายพันโทจะแตะ" หัวหน้ากองกำลังมูเซอ ในฝั่งเมียนมา มีศักยภาพและยิ่งใหญ่เพียงใด
"พันโทจะแตะ" หนึ่งในเครือข่ายแก๊งยา ยิ่งจับ ยิ่งผลิตเบิ้ล
ข้อมูลจากตำรวจปราบปรามยาเสพติดระบุว่า "พันโทจะแตะ" เป็นเพียงหนึ่งเครือข่ายในบรรดากว่า 1,000 เครือข่าย ที่ลักลอบนำยาเสพติดข้ามแดนเข้าไทย ทั้งจากฝั่งเมียนมา และ สปป.ลาว ซึ่งขบวนการเหล่านี้ กำลังใช้ไทยเป็นศูนย์กลางกระจายยาเสพติดไปทั่วโลก จนทำให้ไทยมีชื่อเสียงด้านประเทศค้ายาเสพติดลำดับต้นๆ ของโลก
...
ทหารจากหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปราม ยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ หรือ นบ.ยส.35 ยอมรับว่า "ยิ่งเราจับได้เยอะๆ 3 ล้าน 5 ล้าน และเยอะสุด 14 ล้านเม็ด เขาต้องยิ่งผลิตทดแทนมากยิ่งขึ้น พอถูกจับ ก็เบิ้ลเลยเพื่อทดแทน" ก่อนปฏิบัติหน้าที่ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ลาดตระเวนทางอากาศ รวมถึงเดินป่า ริมชายชายแดน และลงเรือสำรวจแม่น้ำรวก ใกล้กับสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย พื้นที่รอยต่อพรมแดนระหว่างไทย สปป.ลาว และเมียนมา
ติดตามภารกิจของทหารไทย ด่านหน้าสกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดจากแนวชายแดนทะลักเข้าประเทศ เพื่อใช้ไทยเป็นศูนย์กลางลำเลียงยาเสพติดของโลก และร่วมแกะรอยเส้นทางยาเสพติด อิทธิพลขบวนการค้ายา ผลประโยชน์ ในภารกิจ SEE TRUE "อะไรอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้" ตั้งแต่วันที่ 4-7 มิ.ย. รวม 4 ตอน ทางรายการไทยรัฐนิวส์โชว์ ช่อง 32 เวลา 21.00 น.