วันที่รอคอยของทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ในวัย 74 ปี จะได้รับการพักโทษในวันอาทิตย์ที่ 18 ก.พ. 2567 ไม่ต้องถูกควบคุมตัวในเรือนจำ สามารถกลับไปอยู่ในสังคมได้ หลังรับโทษไปแล้ว 1 ใน 3 หรือ 6 เดือน และไม่ต้องใส่กำไลอีเอ็ม เพราะอยู่ในเงื่อนไขอายุ 70 ปีขึ้นไป และมีอาการเจ็บป่วย22 ส.ค. 2566 ทักษิณเหยียบแผ่นดินไทยวันแรก ได้ถูกคุมตัวไปศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อฟังคำพิพากษาใน 3 คดี ตามที่ศาลได้เคยพิพากษาแล้ว รวมโทษจำคุก 8 ปี ก่อนถูกคุมตัวไปเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แต่แล้วก็มีปัญหาสุขภาพ มีอาการป่วยหนัก ถูกส่งตัวด่วนไปรักษาโรงพยาบาลตำรวจ อยู่บนชั้น 14 ตั้งแต่วันนั้นจนถึงปัจจุบัน ไม่เคยถูกขังในเรือนจำแม้แต่วันเดียว กระทั่งได้รับการพักโทษ ไปอยู่บ้านจันทร์ส่องหล้า เลขที่ 472-474 ย่านบางพลัด หรือบ้านหลังใหม่เลขที่ 38 ของตระกูลชินวัตร ย่านรามอินทรา และเมื่อการพักโทษครบ 6 เดือน คาดว่าจะพ้นโทษได้รับอิสรภาพประมาณเดือน ส.ค. 2567การพักโทษของทักษิณ จะอยู่ในการดูแลของกรมคุมประพฤติ ตามระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการคุมความประพฤติ พ.ศ. 2560 จะต้องรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุกๆ เดือน เป็นเวลา 4 เดือน หลังจากนั้นสามารถผ่อนปรนเป็นรายงานตัวทุกๆ 2 เดือนหากยังมีอาการเจ็บป่วยอยู่ ทางเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ จะเดินทางไปพบยังสถานที่พักโทษที่แจ้งไว้ กรณีมีเหตุจำเป็นต้องออกนอกพื้นที่ชั่วครั้งชั่วคราว สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ ยกเว้นการเดินทางไปต่างประเทศไม่สามารถทำได้ ส่วนการออกรายงานทีวี สามารถกระทำได้โดยไม่ต้องแจ้ง โดยเนื้อหาจะต้องไม่สร้างความเสียหายระหว่างการพักโทษ หากประพฤติผิดเงื่อนไขจะถูกนำตัวกลับมาคุมขังไว้ในเรือนจำตามเดิม และถูกลงโทษทางวินัย จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข 8 ข้อ 1. ต้องพักอาศัยอยู่ตามที่อยู่ที่แจ้งไว้กับเรือนจำ 2. ห้ามออกนอกเขตท้องที่ที่อาศัยโดยไม่ได้รับอนุญาต 3. ห้ามประพฤติตนเสื่อมเสีย เช่น เล่นการพนัน ดื่มสุรา ยาเสพติด และกระทำผิดอาญาขึ้นอีก4. ประกอบอาชีพโดยสุจริต 5. ปฏิบัติตามลัทธิศาสนา 6. ห้ามพกพาอาวุธ 7. ห้ามไปเยี่ยมบ้านหรือติดต่อกับนักโทษอื่นที่ไม่ใช่ญาติ และ 8. รายงานตัวกับพนักงานคุมประพฤติเรือนจำ เจ้าพนักงานปกครอง หรือหัวหน้าสถานีตำรวจทุกเดือน.