“เซเลบสาว” แจ้งจับลูกนักการเมือง ล่าสุดฝ่ายชายรับทราบและปฏิเสธ ด้าน ตร.เผย “สาระ” สำคัญอยู่ที่การลากถูในภาพวงจรปิด ส่วนภาพในบ้านฝ่ายชายยังไม่ชัด ไม่รู้สื่อได้มาอย่างไร แต่ไม่มีผลกับคดี... 

รับทราบข้อหาแล้ว สำหรับ หนุ่มลูกนักการเมือง หลังถูกเซเลบสาว แจ้งความข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่น กักขังหน่วงเหนี่ยว และกระทำอนาจาร โดยใช้กำลังประทุษร้าย คดีอาญา 123/2567 ซึ่งในเบื้องต้น ลูกชายนักการเมืองดังกล่าว ให้การปฏิเสธ ทุกข้อกล่าวหา 

อย่างไรก็ตาม คดีนี้ถือว่ามีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะเริ่มมีการปล่อยภาพกล้องวงจรปิดออกมาหลายมุม รวมถึงกล้องที่อยู่ในบ้านฝ่ายชายด้วย... 

จุดเริ่มต้นของคดีนี้ ต้องย้อนกลับไป เมื่อกลางดึกวันที่ 4 ก.พ. หลังจากหญิงสาวได้เข้าแจ้งความ โดย น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 25 ปี แจ้งความว่า เมื่อช่วงเวลา 23.00 น. วันที่ 3 ก.พ. นั่งแท็กซี่ไปกับเพื่อนสาวเพื่อเที่ยวผับแห่งหนึ่งย่านทองหล่อ เมื่อไปถึงไม่มีโต๊ะไปยืนกับเพื่อนที่บาร์เหล้า มีชายรู้จักกัน ทราบชื่อเป็นลูกไฮโซนามสกุลดัง เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเป็นเพื่อนของแฟนตน ซึ่งเป็นตำรวจเหมือนกันเข้ามาทักและเชิญตนกับเพื่อนไปนั่งโต๊ะของเขาที่มีเพื่อนชายหญิง 5-6 นั่งดื่มกินกันก่อนแล้ว

...

ผู้เสียหาย ให้การกับตำรวจต่อว่า ลูกนักการเมืองพยายามให้ดื่มสุรา มีการกรอกปาก “เตกีล่า” จากขวด 5-6 จึงมึนเมา ได้โทรเรียกแกร็บจะนั่งรถไปหาแฟนหนุ่มที่ผับอีกแห่งใกล้ๆ กัน แต่ลูกชายนักการเมืองไม่ให้ไป ให้ดื่มต่อ แล้วเอาโทรศัพท์ตนไปเก็บไว้ สุดท้ายตนบอกว่าเมาแล้วจะกลับบ้านและเดินออกมาหน้าร้าน ลูกชายนักการเมือง เดินตามออกมาพร้อมโทรศัพท์บอกว่าถ้าจะกลับบ้านจะไปส่ง จึงยอมนั่งรถยนต์ไปด้วยก่อนหลับไปด้วยความเมา รู้สึกตัวอีกทีพบว่านายวินขับรถมาจอดในบ้านเหมือนคฤหาสน์ย่านประเวศ ตนตกใจไม่ลงจากรถแต่ถูกคะยั้นคะยอให้ลงจากรถเข้าบ้าน เปิดประตูรถดึงมือตนออกมา ล้มลงข้างรถก่อนที่จะอาเจียนออกมา จากนั้นฝ่ายชายบอกให้ไปเข้าห้องน้ำล้างปาก แต่ตนไม่อยากเข้าอยากจะกลับบ้าน แต่เขาอ้อนวอนและดึงเข้าไปบ้านพาไปที่ห้องนอนมีห้องน้ำในตัว

เมื่อสบโอกาส ฝ่ายชายได้เข้ามากอดจะทำมิดีมิร้าย จึงได้อ้อนวอนขอไปสูดอากาศนอกบ้าน โดยฝ่ายชายก็ตามมาแต่ยังไม่คืนโทรศัพท์ เมื่อเผลอจึงได้วิ่งหนีออกจากบ้านเกือบร้อยเมตร และข้อให้คนช่วยเหลือ แต่ฝ่ายชายตามมาทัน จึงมีการฉุดกระชาก จนได้รับบาดเจ็บที่ฝ่ามือและหัวเข่าทั้ง 2 ข้างเป็นแผลถลอก และเมื่อหนีมาที่ป้อมยาม แต่ รปภ.หมู่บ้านไม่ให้การช่วยเหลือ จึงขอความช่วยเหลือหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่ ขี่ จยย.ออกมา จึงขอซ้อนท้ายจนรอดพ้นมาได้ 

“ได้กลับไปทบทวนตัวเองถึงสิ่งที่เกิดขึ้นว่าไม่อยากให้มา เกิดซ้ำกับใครอีก ต้องการจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะเชื่อมั่นในกระบวนการของกฎหมาย” ผู้เสียหาย ให้การกับตำรวจ

ขณะที่ นายอภิชัย เตชะอุบล กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ไม่เป็นความจริง ขอตรวจสอบทุกอย่างให้ชัดเจนก่อน ยืนยันว่าไม่มีอะไร ลูกชายไม่ได้มีการทำร้าย พวกนี้เป็นแก๊งทำลายชื่อเสียง เรารู้ดี เรามีพยานหลักฐานอยู่แล้ว มั่นใจในพยานหลักฐาน ขณะนี้ กำลังให้ทนายรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกลับ

ตร.ไม่รู้ที่มา ภาพวงจรปิดบ้านฝ่ายชาย เผยแพร่สื่อ 

ล่าสุด เวลา 15.00 น. วันนี้ (14 ก.พ. 67) หลังลูกชายนักการเมืองได้มารับทราบข้อหา ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้โทรสอบถามกับ พ.ต.ท.พีรวัฒน์ สุขรมย์ รอง ผกก.(สอบสวน) ปฏิบัติราชการแทน ผกก.สน.ประเวศ ถึงแนวทางการสอบสวนหลังจากนี้ว่า หลังจากนี้จะมีการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ก่อนส่งให้พนักงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องต่อไป เนื่องจากคดีนี้ไม่ได้มีความสลับซับซ้อนแต่อย่างใด 

โดยในเบื้องต้นฝ่ายชายให้การปฏิเสธ ขณะที่ฝ่ายหญิงก็ยืนยันตามคำให้การก่อนหน้านี้ เนื่องจาก “สาระ” สำคัญอยู่ตรง “ภาพ” ที่เราเห็นว่ามีการฉุดกระชากลากถู 

เมื่อถามว่า หลายสื่อมีการเผยแพร่ภาพจรปิดในหลายๆ มุม ทางตำรวจได้ครบหรือยัง พ.ต.ท.พีรวัฒน์ ตอบว่า ไม่รู้ว่าสื่อได้ภาพวงจรปิดเหล่านั้นมาจากไหน เพราะเราก็ได้ภาพวงจรปิดมาหลายทาง เขาก็ได้หลายทาง 

เมื่อถามว่า ภาพวงจรปิดบ้านผู้ต้องหา ตำรวจได้มาหรือยัง และได้มาอย่างไร พ.ต.ท.พีรวัฒน์ กล่าวว่า อันนี้ตนไม่ทราบ เพราะในบ้านของผู้ต้องหา ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งทางตำรวจก็ต้องทำเรื่องขอความร่วมมือกับทางผู้ต้องหา ซึ่งก็เป็นสิทธิว่าจะส่งให้หรือไม่ 

...

เมื่อถามว่า เท่าที่ได้ดูมีการ “ตัดต่อ” ภาพหรือไม่ พ.ต.ท.พีรวัฒน์ ยอมรับว่า ภาพวงจรปิดในบ้านผู้ต้องหา นั้น ได้เห็นผ่านๆ ที่เห็นยังไม่ชัดเลย และไม่สามารถนำมาเป็นพยานหลักฐานในชั้นศาลได้ ซึ่งต้องไปหาให้มีความคมชัดมากกว่านี้ น่าจะเป็นลักษณะการใช้โทรศัพท์ถ่ายจากหน้าทีวีวงจรปิดมากกว่า มาเป็นไฟล์ 

“ส่วนอาการบาดเจ็บของฝ่ายหญิงนั้น ต้องถามกับพนักงานสอบสวน เนื่องจากผมเป็นผู้ควบคุมคดี โดยมีพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีอยู่แล้ว ซึ่งน้องตำรวจหญิงเป็นผู้สอบปากคำ โดยแผลที่หัวเข่านั้น เกิดจากการฉุดกระชากลากถู ไม่ใช่การกระทำโดยตรง”

เมื่อถามว่า ฝ่ายหญิงจำเหตุการณ์วันนั้นได้มากน้อยขนาดไหน เนื่องจากอยู่ในอาการมึนเมา พ.ต.ท.พีรวัฒน์ ตอบว่า เรื่องนี้เป็นรายละเอียดอยู่ในสำนวนคดี 

และเมื่อถามว่าอีกฝ่าย ระบุว่าจะมีการแจ้งความกลับ เรื่องแบล็กเมล์ ผู้ปฏิบัติราชการแทน ผกก.สน.ประเวศ ตอบว่า เบื้องต้น ยังไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้...

อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าของคดีนี้ จะรายงานต่อไป 

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน 

อ่านบทความที่น่าสนใจ 

ไฟป่า น้ำมือมนุษย์ ทุกวัน จนท.เสี่ยงตายคุมเพลิง 13 ครั้ง

เฮโรอีนเริ่มมา คนเลิกยาล้นถ้ำกระบอก มากสุดใน 67 ปี! โอด ก.ม.ยาเสพติดใหม่

...

เปิดชีวิตอดีตเด็กเสิร์ฟ ที่ฝ่าฟันอุปสรรคด้วยคำสอนแม่

วิน จยย. สู่เกษตรอินทรีย์ วิถี Permaculture ปลูกพืชเนื้อที่น้อยให้งาม!