เหตุแผ่นดินไหวขนาด 4.5 ระดับความลึก 5 กิโลเมตร จุดศูนย์กลางพื้นที่ ต.ไผ่ล้อม อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก เมื่อเวลา 00.37 น. วันที่ 29 มิ.ย. ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ จ.พิษณุโลก พิจิตร และกำแพงเพชร รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน เกิดจากรอยเลื่อนซ่อนตัวอยู่ใต้ดินไม่เคยมีพลังงาน นอกเหนือจาก 16 รอยเลื่อนที่มีพลังงาน ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบ 100 ปี บริเวณแนวตะวันตกเฉียงเหนือ ไปทางตะวันออกเฉียงใต้คู่ขนานกับแนวเทือกเขาเพชรบูรณ์ ทางตะวันออกของศูนย์กลางเกิดแผ่นดินไหว

มีการคาดว่าเป็นรอยเลื่อนรอบแขนงของรอยเลื่อนที่มีพลังงาน เกิดการสะสมพลังงานในตัวเองอย่างต่อเนื่อง จนเกิดการสั่นไหว และทางวิศวกรรมศาสตร์ถือเป็นเรื่องใหญ่ เนื่องจากพื้นที่จ.พิษณุโลกไม่ได้อยู่ในรอยแยกวงแหวนไฟ หรือรอยเลื่อน อาจต้องมีตรวจสอบอาคารสูงในพื้นที่จ.พิษณุโลกอย่างเร่งด่วน รวมถึงสะพานขนาดใหญ่ และจากประวัติการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จ.พิษณุโลก ตั้งแต่ปี 2533-2566 เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 4-4.9 จำนวน 1 ครั้ง และขนาดเล็กกว่า 3 จำนวน 5 ครั้ง 

...

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น แม้มีขนาดปานกลาง แต่ในแง่ของโครงสร้างอาคารที่ก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานอาจเกิดการแตกร้าวได้ “ศ.ดร.อมร พิมานมาศ” คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และนายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ระบุว่า แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเป็นระดับตื้น ทำให้ประชาชนรับรู้ถึงการสั่นสะเทือนได้ และพื้นที่จ.พิษณุโลก มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวได้ แต่ไม่บ่อยนัก โดยในรอบ 30 ปีที่ผ่านมาเกิดแผ่นดินไหวขนาด 4-5 เพียง 2 ครั้ง ซึ่งรวมครั้งนี้ด้วย

การเกิดแผ่นดินไหวมักเกิดขึ้นจากรอยเลื่อนที่มีพลัง และพื้นที่จ.พิษณุโลก มีกลุ่มรอยเลื่อนอุตรดิตถ์ และกลุ่มรอยเลื่อนเพชรบูรณ์ แต่จากข้อมูลในเบื้องต้น พบว่าจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว ยังอยู่ห่างจากแนวของกลุ่มรอยเลื่อนทั้งสอง ก็อาจเป็นไปได้ว่ามีสาเหตุจากรอยเลื่อนอื่นที่ยังไม่ตรวจพบ หรือที่เรียกว่ารอยเลื่อนที่มองไม่เห็น หรือ Blind Fault ซึ่งต้องรอข้อมูลตรวจสอบทางธรณีวิทยาโดยละเอียดก่อน

“แผ่นดินไหวขนาด 4.5 เกิดในระยะตื้น ความลึกไม่เกิน 5 กม. จากพื้นดิน จะทำให้โครงสร้างอาคารรับรู้แรงสั่นสะเทือน อาจทำให้โครงสร้างอาคารที่ก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานเกิดการแตกร้าวได้ รวมทั้งอาคารที่มีความเสี่ยงอย่างโบราณสถาน วัด ที่ก่อสร้างจากอิฐก่อ มีโอกาสแตกร้าวได้ง่าย และบ้านเรือนที่ก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน มีขนาดเสาที่เล็ก ก็อาจแตกร้าวเสียหายได้”

พิษณุโลก พื้นที่เฝ้าระวังแผ่นดินไหว อาคารต้องพร้อมรองรับ

ขณะที่อาคารก่อสร้างตามหลักวิศวกรรม มีการเสริมเหล็กด้านในและมีขนาดเสาคานที่วิศวกรคำนวณมาแล้ว คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้าง แต่เพื่อความไม่ประมาท ควรสำรวจตรวจสอบอาคาร และในแง่ของกฎหมาย ก่อนปี 2564 พื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ไม่ได้จัดว่าเป็นบริเวณที่มีความเสี่ยงต่อแผ่นดินไหว เนื่องจากสถิติที่ผ่านมาตรวจพบแผ่นดินไหวน้อย

เจ้าหน้านำเสาไปปักหมุดจุดศูนย์กลางแผ่นดินกลางหมู่บ้าน
เจ้าหน้านำเสาไปปักหมุดจุดศูนย์กลางแผ่นดินกลางหมู่บ้าน

...

แต่ในปี 2564 ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ออกกฎกระทรวงฯ กำหนดการรับน้ำหนัก ความต้านทาน ความคงทนของอาคารและพื้นดินที่รองรับอาคารในการต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว กำหนดให้จ.พิษณุโลก อยู่ในบริเวณที่หนึ่ง พื้นที่ต้องเฝ้าระวัง และจ.กำแพงเพชร อยู่ในบริเวณที่สอง พื้นที่อาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวแรงสั่นสะเทือนระดับปานกลาง ถือเป็นพื้นที่มีความเสี่ยงแผ่นดินไหวในระดับต่ำถึงปานกลาง ต้องออกแบบอาคารให้รองรับแผ่นดินไหว ส่วนจ.พิจิตร ไม่ได้อยู่ในกฎกระทรวงฯ ฉบับนี้

“กฎกระทรวงฯ ปี 2564 เพิ่งบังคับใช้เมื่อ 2 ปี ทำให้อาคารจำนวนมาก ที่ก่อสร้างก่อนปี 2564 ไม่ได้ถูกออกแบบให้รองรับแผ่นดินไหว รวมถึงโบราณสถาน และวัด มีความเสี่ยง ควรมีการประเมินและตรวจสอบว่าสามารถรองรับแผ่นดินไหวได้ในระดับใด อาจต้องเสริมความแข็งแรงเพื่อรองรับแผ่นดินไหวที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต”.