เตือนพายุฤดูร้อน รุนแรงหนักรอบ 30 ปี เหตุจากภาวะอากาศร้อนจัด ประชาชนระวังลมแรง ฟ้าผ่า ลูกเห็บ กรุงเทพฯ เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน คาดพายุรุนแรงไปถึงต้นเดือนพฤษภาคม กรมอุตุนิยมวิทยา ชี้สังเกตกลุ่มก้อนเมฆระหว่างพายุก่อตัว
ว่าที่ร้อยตรีธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวกับทีมข่าวเจาะประเด็น ไทยรัฐออนไลน์ ว่า พายุฤดูร้อนในไทยปีนี้มีความรุนแรงหนักสุดในรอบ 30 ปี เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัดถึง 44.6 องศาฯ จะทวีความรุนแรงอีกรอบ วันที่ 28-30 เมษายน และอาจถึงต้นเดือนพฤษภาคม ทำให้เมื่อเกิดพายุจะมีลมกรรโชกแรง ซึ่งมาจากการก่อตัวของก้อนเมฆ โดยลมแรงจะหมุนวนเป็นแนวดิ่งตามการเคลื่อนตัวของก้อนเมฆ เฉลี่ยความเร็วลม 100-200 กิโลเมตร/ชั่วโมง และแรงมากขึ้นถ้ามีกลุ่มก้อนเมฆจับกลุ่มหนา
“แรงลมของพายุฤดูร้อนที่มีความแรง ทำให้กิ่งไม้หักโค่น ป้ายโฆษณา ที่ไม่มีความแข็งแรงเสียหาย ล้มทับบ้านเรือน คนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวจนเสียชีวิต แต่พายุฤดูร้อนจะก่อตัวในพื้นที่ไม่กว้าง จากสถิติพบว่าขนาดเล็กสุดกินเนื้อที่ 2 ตารางกิโลเมตร มากสุด 20 ตารางกิโลเมตร”
...
ประเด็นสำคัญของพายุฤดูร้อนปีนี้มักมีลูกเห็บตกมาด้วย โดยพื้นที่ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคกลาง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบ ทำให้ลูกเห็บมีขนาดเล็ก เพราะเจอความร้อนของพื้นโลกทำให้ละลาย ต่างจากพื้นที่ภาคเหนือ บริเวณภูเขา ลูกเห็บจะมีขนาดใหญ่
“ลูกเห็บที่ตกมีความรุนแรง เนื่องจากมีความเร็วจากแรงดึงดูดของโลก เมื่อตกลงมากระทบบ้านเรือน หรือผู้คน ทำให้ได้รับบาดเจ็บ หากกำลังขับรถอยู่ อยากให้หลบอยู่ในรถ โดยต้องจอดรถไว้บริเวณข้างทาง ไม่ควรขับรถด้วยความเร็ว ขณะที่ลูกเห็บตก เพราะความเร็วของรถจะทำให้เกิดแรงกระแทกรุนแรงมากขึ้น”
ขณะเดียวกัน พายุฤดูร้อนทำให้เกิดฟ้าผ่ารุนแรง โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ราบ มีโอกาสเสี่ยงถูกฟ้าผ่าได้ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการสวมเครื่องประดับโลหะ เช่น ต่างหู สร้อยคอ นาฬิกา ยิ่งชาวบ้านที่เป็นเกษตรกรต้องใช้จอบและเสียมโลหะ ซึ่งเป็นส่วนที่เหนี่ยวนำให้ฟ้าผ่าลงมาได้
สำหรับชาวบ้านเมื่อมีฝนจากพายุฤดูร้อน ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เนื่องจากเป็นตัวนำทำให้เกิดฟ้าผ่า ขณะเดียวกันเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ควรงดการนำสัตว์ไปผูกไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ในช่วงเวลานี้ เพราะอาจเกิดฟ้าผ่าลงมาได้ นอกจากนี้สัตว์เลี้ยงไม่ควรใส่กระดึงคอโลหะ ควรเปลี่ยนเป็นไม้ หรือท่อพีวีซีแทนในช่วงเวลานี้
อีกสิ่งสำคัญที่นำกระแสฟ้าผ่าคือ โทรศัพท์ เครื่องมือสื่อสารต่างๆ ควรปิดเครื่อง หากต้องไปทำธุระในช่วงเวลาที่พายุเริ่มมา เพราะเป็นตัวนำ ทำให้เกิดอันตรายจากฟ้าผ่าได้ โดยเฉพาะเกษตรกรที่ต้องทำงานในที่โล่งแจ้งเช่นเดียวกับคนที่ใช้ชีวิตในเมือง แม้หลบอยู่ใต้ชายคาบ้าน แต่การใช้โทรศัพท์ระหว่างฝนตก อาจส่งผลให้ฟ้าผ่าลงมายังพื้นที่ใกล้เคียงได้
การก่อตัวของเมฆที่ทำให้เกิดพายุฤดูร้อนทางภาคเหนือ และพื้นที่บนภูเขา ก่อตัวเร็วกว่าพื้นราบ เนื่องจากมีอากาศเย็น ลูกเห็บมีโอกาสขนาดใหญ่เท่าไข่ไก่
ดังนั้นประชาชนทั่วไปควรสังเกตพายุฤดูร้อนจากก้อนเมฆ หากมีการก่อตัวของเมฆลักษณะฐานต่ำ ลักษณะคล้ายก้อนกะหล่ำปลี และเมฆส่วนบนมีขนาดสูง หากเป็นช่วงเวลากลางวันสังเกตได้ง่าย ซึ่งพายุที่รุนแรง ฐานของก้อนเมฆจะเป็นสีเทาดำ เมื่อประชาชนเห็นการก่อตัวลักษณะนี้ให้เตรียมพร้อมเก็บข้าวของให้เรียบร้อย เพราะจะมีพายุลมแรงและฟ้าผ่าตามมาได้
กรุงเทพฯ อาจมีน้ำท่วมขังบางพื้นที่ เนื่องจากฝนที่มาพร้อมพายุฤดูร้อน แม้จะเกิดในพื้นที่ไม่กว้าง แต่จะทำให้ฝนตกประมาณ 20-30 นาที จึงต้องระวังลมแรงที่มาพร้อมพายุ ทำให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเรือนและชีวิต.