ใกล้วันมาฆบูชาได้เกิดดราม่าของหญิงสาวรายหนึ่งมีอาชีพขายของออนไลน์ ได้ระบายถึงความเครียดที่เกิดขึ้นผ่านการตั้งกระทู้บนเว็บไซต์พันทิป และขอคำปรึกษาวิธีรับมือกับแม่ของเธอ ที่ชอบใส่บาตรทำบุญในทุกๆ เช้า แต่ด้วยรายได้น้อยลงเพราะยอดขายตก ทำให้รายได้ไม่พอกับรายจ่าย กลายเป็นว่าการทำบุญตักบาตรของแม่ เป็นการทำร้ายเงินในกระเป๋าของเธอ

ก่อนหน้านั้นหญิงสาวรายนี้เคยทำงานมีเงินเดือน แต่ต้องลาออกเพื่อมาอยู่บ้านดูแลพ่อแม่ที่แก่ชราในวัย 70 กว่าๆ เพราะพี่สาวและน้องชายแต่งงานย้ายไปอยู่ที่อื่น นานๆ จะกลับมาบ้าน จนภาระทุกอย่างมาอยู่ที่เธอ ลำพังแค่รายได้จากการขายของออนไลน์ ก็นำมาใช้ซื้อกินวนไปในแต่ละวัน ส่วนเงินเก็บที่มีก็เอามาลงทุนจนหมดเกลี้ยง

ด้วยเพราะแม่ชอบใส่บาตรทำบุญมากๆ เชื่อว่าหากไม่ทำบุญ ตายไปจะไม่มีอะไรกิน โดยทุกเช้าจะมีข้าว 1 ถุง และกับข้าวอีก 1-2 อย่าง เธอบอกว่าเท่ากับคน 1-2 คนกินในแต่ละมื้อ ทำให้ของสดและอาหารที่ทำไว้หมดเร็วมาก บางครั้งทำกับข้าวไว้ตอนเย็น ถ้าเหลือก็จะเก็บไว้กินตอนเช้า แต่แม่เอากับข้าวพวกนี้ไปใส่บาตรหมด ทำให้เครียดมาก และเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ แม่ก็จะงอนและหาว่า เธอบาป จึงตั้งกระทู้ปรึกษาว่าควรทำอย่างไรดี?

...

ทุกปัญหาย่อมมีทางออก จากคำสอนของ "พระมหาวีรธิษณ์ วรินฺโท" วัดป้อมวิเชียรโชติการาม จ.สมุทรสาคร ได้ยกตัวอย่างให้เห็นกรณีของอนาถบิณฑิกเศรษฐี ในสมัยพุทธกาล เป็นอุบาสกคนสำคัญคอยอุปถัมภ์บำรุงพระภิกษุสงฆ์อยู่เป็นประจำอย่างยิ่งใหญ่ เพราะเป็นคนใจบุญใจกว้าง แต่อยู่มาวันหนึ่งชะตาชีวิตผกผันกิจการตกต่ำลงจนทรัพย์สินร่อยหรอ จากเคยทำบุญอย่างยิ่งใหญ่ก็ต้องเอาเศษข้าวปลายข้าวที่ปนหินไปล้างน้ำแล้วทำบุญ

“เมื่อพระพุทธเจ้าถามว่าอยู่ดีมีสุขมั้ย ทางอนาถบิณฑิกเศรษฐี ก็บอกว่าอยู่ตามอัตภาพ และพระพุทธเจ้าก็ถามว่าเคยทำบุญทำทานบ้างมั้ย ก็ตอบแบบอายๆ ว่าทำบ้าง แต่เป็นปลายข้าว จะทำบุญเหมือนแต่ก่อนไม่ได้ ทำให้พระพุทธเจ้าต้องบอกให้ทำบุญต่อไป มีน้อยทำน้อย มีมากทำมากตามกำลังของเรา และกรณีลูกสาวระบายเรื่องแม่ทำบุญ ก็ต้องบอกว่าถ้ามีเงิน 1 บาท ก็ต้องทำบุญสลึงหนึ่ง หรือมี 10 บาท ก็ทำ 2 บาท ไม่ใช่มี 10 บาท ทำบุญจนหมด 10 บาท”

การที่แม่ทำบุญตักบาตรเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องดูกำลังของลูกสาว เมื่อมีศรัทธาก็ต้องมีปัญญา ไม่ใช่ทำบุญมากมาย จนลูกหลานที่บ้านอด กลายเป็นว่าแม่บาปทำให้ลูกไม่สบายใจ และพระไม่ได้หวังจากญาติโยม จะต้องเผื่อแผ่ให้กับญาติโยมด้วย ซึ่งแม่ส่วนใหญ่ที่อายุมากจะมีทิฐิ คิดว่าอาบน้ำร้อนมาก่อน จะให้ลูกมาสอนไม่ได้ แต่จะเชื่อคนที่ตัวเองศรัทธา หรือเชื่อฟังพระ สามารถกล่อมเกลาแนะนำให้ทำบุญตักบาตรวันเว้นวัน หรือเฉพาะวันพระก็ได้ ให้ทำบุญตามกำลัง แต่อย่าลดละเลิกทำบุญ

วิธีทำบุญอย่าเกินกำลังตัวเอง
วิธีทำบุญอย่าเกินกำลังตัวเอง

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับหญิงสาวรายนี้ จะต้องพูดความจริงกับแม่ในเรื่องรายได้ที่ลดลง หากเป็นแม่ที่ดีต้องเข้าใจลูก และอยู่ที่ว่าแม่กับลูกต้องจับเข่าคุยกันในทำนองปรึกษากับแม่ เพราะคำแนะนำที่บอกให้แม่ทำบุญตักบาตรอย่างที่เคยทำประจำต่อไปคงไม่ได้ ควรหาทางออกกับแม่และบอกว่ารายได้ไม่ดีเหมือนเมื่อก่อน แต่อย่าห้ามแม่ใส่บาตรในทันที เพราะคนอายุ 70 กว่าๆ คงทำบุญมานาน และคนแก่ เป็นไม้แก่ดัดอยาก ต้องค่อยๆ บอกเหตุผล

“การทำบุญจริงๆ แล้ว พระพุทธเจ้าประสงค์ให้คนขจัดความตระหนี่ ต้องเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ไม่ใช่ทำบุญกับพระอย่างเดียว ต้องทำบุญทำทานกับคนที่ลำบากจริงๆ ก็จะได้บุญ ได้ความสบายใจ แต่ถ้าทำบุญ แล้วไปทำเรื่องไม่ดีก็ไม่โอเค และที่ถามกันว่านรกมีจริงหรือไม่ พระพุทธเจ้าเท่านั้นที่รู้ แต่เมื่อปลูกฝังกันมาก็เชื่อกัน จนถอนความเชื่อไม่ได้ และการคิดว่าทำบุญเยอะๆ เพราะกลัวว่าตายไปจะไม่มีอะไรกิน อยากให้ย้อนถามตัวเองว่าที่ผ่านมาไปทำกรรมอะไรมาบ้าง เคยไปฆ่าอะไรมาบ้าง หรือถ้าเกิดมาเป็นเทวดา จะได้ใช้เงินหรือไม่”

...

สรุปแล้วการทำบุญเป็นการขัดเกลาจิตใจ และการใส่บาตรไม่ใช่จะเกิดเป็นนางฟ้า เทวดา แต่อยู่ที่ว่าไปก่อกรรมอะไรกันบ้างสมัยเป็นหนุ่มเป็นสาว และการทำบุญไม่ใช่ทำในชาติเดียว ต้องสะสมบุญ หรือไม่ใช่เกิดมาแล้วจะต้องตกนรก ต้องมาดูว่าได้ทำดีทำชั่วก่อกรรมอะไรไป ขณะที่คนประกาศไม่นับถือศาสนา แต่ไม่เคยทำร้ายใคร มีจิตใจที่บริสุทธิ์ไปเป็นอาสาสมัครช่วยสังคม ทำเพื่อเพื่อนมนุษย์ ถือเป็นมนุษย์ที่มีความเจริญด้านจิตใจ

เพราะฉะนั้นเรื่องของกรรมก็มีส่วน เป็นการกระทำระหว่างลูกกับแม่ ซึ่งรากฐานของกรรมเกิดจากการกระทำ ซึ่งแม่ลูกคู่นี้อาจมีกรรมร่วมกันมา และไม่รู้ว่าชาติไหนที่ลูกอาจเกิดมาเป็นแม่ ส่วนแม่อาจเกิดมาเป็นลูก คิดว่าสักวันจะมีทางออก มีคนสนิทให้คำปรึกษาช่วยบอกแม่ ให้เพลาๆ ลง ไม่ต้องทำบุญทุกวัน หรืออย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งก็ยังดี เพราะการทำบุญต้องดูปริบทของตัวเอง เมื่อลูกมีปัญหาเรื่องรายได้ต้องบอกความจริงกับแม่ให้ชัดเจน มีการปรับความเข้าใจร่วมกันหาทางออก.