กลายเป็นกระแสข่าวโด่งดังในประเทศศรีลังกา ถึงความไม่เหมาะสมในการเลี้ยงดูพลายศักดิ์สุรินทร์ ช้างที่ไทยมอบให้ศรีลังกา เมื่อปี 2544 โดย “RARE Sri Lanka” องค์กรดำเนินการเพื่อพิทักษ์สิทธิสัตว์ ได้เรียกร้องให้หน่วยงานรัฐบาลไทยเรียกคืนช้างเชือกดังกล่าว เพราะมีสภาพการเลี้ยงไม่เหมาะสม ทำให้มีอาการบาดเจ็บจนขาหน้าเดินได้ไม่ถนัด และมีฝีบริเวณหลังขนาดใหญ่ 2 ข้าง แต่ถูกให้เดินแห่พระบรมสารีริกธาตุเฉลี่ยปีละ 30 ครั้ง จึงเรียกร้องให้ทางการไทยดำเนินการส่งตัวกลับมารักษา
“ทีมข่าวเจาะประเด็น ไทยรัฐออนไลน์” ตรวจสอบไปยัง เพจ “RARE Sri Lanka” องค์กรดำเนินการเพื่อพิทักษ์สิทธิสัตว์ แห่งประเทศศรีลังกา ระบุข้อมูลว่า พลายศักดิ์สุรินทร์ เป็นช้างของไทยที่มอบให้ศรีลังกา เมื่อปี 2544 ด้วยความที่มีงายาว 50 ซม. ทั้งสองข้าง ถือเป็นช้างที่มีงายาวที่สุดในศรีลังกา คาดว่ามีอายุประมาณ 30 ปี แต่สภาพร่างกายทรุดโทรมกว่าวัย โดยวัตถุประสงค์การขอช้างเชือกนี้ของศรีลังกามีเอกสารระบุว่า ขอนำไปแห่พระบรมสารีริกธาตุ แต่เมื่อไทยมอบให้กลับส่งพลายศักดิ์สุรินทร์ไปอยู่วัดแห่งหนึ่งไม่ไกลจากเมืองหลวง
ประเด็นที่มีการวิจารณ์คือ ด้วยความที่รัฐบาลไทยส่งมอบพลายศักดิ์สุรินทร์ให้ศรีลังกา แต่กลับนำช้างเชือกดังกล่าวไปให้กับวัดแห่งหนึ่ง ซึ่งมีการวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมในสถานที่เลี้ยงดู และการล่ามโซ่ทั้งขาหน้าและขาหลัง ทั้งที่ช้างไม่มีอุปนิสัยดุร้าย
พลายศักดิ์สุรินทร์ ขณะนี้มีปัญหาด้านสุขภาพ โดยขาหน้าแข็งงอไม่ได้ ทำให้เดินได้ไม่ถนัด มีอาการมากว่า 10 ปี ซึ่งไม่มีการรักษาอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ทางวัดที่ดูแลได้ล่ามโซ่ทั้งขาหน้าและขาหลังอย่างไม่เหมาะสม เนื่องจากโซ่ที่ล่ามมีระยะสั้น ทำให้ช้างขยับตัวลำบาก จึงไม่เหมาะสมกับสวัสดิภาพของช้าง ประกอบกับช่วงเวลานี้ศรีลังกาประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจ ทำให้ช้างได้รับอาหารที่ไม่เหมาะสม
พลายศักดิ์สุรินทร์ ถือเป็นช้างที่มีงายาวที่สุดของศรีลังกาขณะนี้ เพราะพันธุ์ช้างในประเทศมีงาสั้น สิ่งนี้อาจเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ทำให้ผู้ดูแลไม่อยากส่งมอบช้างเชือกนี้ให้กับไทย โดยหลังจากมีกระแสข่าวในประเทศศรีลังกา พลายศักดิ์สุรินทร์ ได้ถูกเคลื่อนย้ายไปยังสวนสัตว์ในเมืองโคลัมโบ แต่ยังมีข้อพิพาทกันระหว่างวัดกับสวนสัตว์
มีรายงานว่า สถานทูตไทยในเมืองโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา ได้เข้าไปช่วยเหลือพลายศักดิ์สุรินทร์ โดยออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการย้ายมาไว้ที่สวนสัตว์ และต้องจ่ายเงินเลี้ยงดูให้กับสวนสัตว์เดือนละ 5 หมื่นบาท จึงควรนำช้างเชือกดังกล่าวกลับมารักษาตัวที่ไทยให้เร็วที่สุด
สิ่งที่น่าเป็นห่วงในการนำ พลายศักดิ์สุรินทร์ กลับมารักษาที่ไทยขณะนี้ยังขาดความชัดเจนของหน่วยงานรัฐในการดำเนินการต่อจากนี้ แม้มีการเคลื่อนย้ายมาไว้ที่สวนสัตว์ แต่การเลี้ยงดูยังประสบปัญหาด้านสวัสดิภาพสัตว์ เนื่องจากช้างได้เดินออกกำลังกายน้อย เพราะถูกล่ามโซ่ตลอดเวลา
ประเด็นที่มีผู้ร้องเรียนผ่าน “RARE Sri Lanka” เพราะมีความกังวลในการนำ พลายศักดิ์สุรินทร์ ไปหาประโยชน์ของทางวัด เพราะต้องออกงานเดินแห่พระธาตุปีละ 30 ครั้ง ตกเฉลี่ยต้องเดินเดือนละ 3-4 ครั้ง ทั้งที่ขาหน้าเสีย โดยการแห่แต่ละครั้งต้องนำช้างใส่รถบรรทุกไปตามวัดต่างๆ ซึ่งการเดินแต่ละครั้งต้องใช้เวลานาน
ขณะนี้มีการเปิดแคมเปญเพื่อลงชื่อผ่านเว็บไซต์ www.change.org ชื่อแคมเปญว่า Ask the President of Sri Lanka to sign off the retirement of abused Muthu Raja ซึ่งมีผู้ร่วมลงชื่อแล้ว 1,839 คน เพื่อผลักดันให้หน่วยงานรัฐไทยนำ พลายศักดิ์สุรินทร์ กลับมารักษาตัวที่ประเทศแม่.
ขอบคุณภาพจากเพจ RARE Sri Lanka
