กลายเป็นรักอลเวงของหญิงไก่ ไฮโซวัย 65 ปี หลังลูกของนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์วัย 75 ปี เดินทางเข้ามาร้องเรียนกับกองบังคับการปราบปราม เพื่อขอให้สอบสวนข้อเท็จจริงกรณีถูกกลุ่มบุคคลที่น่าจะเป็นขบวนการเข้ามาหลอกลวงจนทำให้สูญเสียทรัพย์สินไปแล้วประมาณ 50 ล้านบาท ล่าสุดหญิงไก่ออกมายืนยันถึงความบริสุทธิ์ใจ และพร้อมพิสูจน์ทุกข้อครหาในครั้งนี้

โดยเรื่องราวนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ที่ผ่านมา ทางครอบครัวของหนุ่มใหญ่ได้เดินทางมาร้องเรียน โดยระบุถึงพฤติกรรมของหญิงต้องสงสัย ที่คุณพ่อไปพบเมื่อเดือนเมษายน ในการติดต่อร่วมมือทางด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และด้วยความที่ถูกชะตา จึงย้ายไปอยู่กับหญิงรายดังกล่าวในเดือนมิถุนายน

ทั้งคู่ใช้ชีวิตรักในชายคาเดียวกันประมาณ 1 เดือน ก่อนที่ลูกๆ ของฝ่ายชายรบเร้าให้เธอพาคุณพ่อไปหาหมอเพื่อตรวจโรคประจำตัวที่โรงพยาบาล แต่เมื่อถึงวันจริงฝ่ายหญิงกลับพาไปในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง โดยพาฝ่ายชายไปตรวจร่างกาย และให้คุณหมอออกใบรับรองว่าไม่มีร่างกายทุพพลภาพไร้ความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่

จากนั้นฝ่ายหญิงจึงพาฝ่ายชายไปจดทะเบียนสมรส และมีการโอนทรัพย์สินของฝ่ายชายจำนวนกว่า 20 ล้านบาท ให้กับลูกชายฝ่ายหญิง ขณะเดียวกันก็มีทรัพย์สินอีกบางส่วนถูกขายในราคาต่ำกว่าท้องตลาด ทางครอบครัวจึงเรียกร้องให้ฝ่ายหญิงคืนทรัพย์สินดังกล่าว หลังจากฝ่ายชายได้กลับมาอยู่กับลูกๆ แล้ว

สำหรับฝ่ายหญิงผู้ที่ถูกกล่าวหาได้เข้ามาแสดงหลักฐานและความบริสุทธิ์ใจเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยหญิงไก่ได้ออกมาตอบโต้ว่า สิ่งที่อีกฝ่ายเข้ามาร้องเรียนไม่เป็นความจริง เพราะยังมีข้อเท็จจริงที่จะเสนอเพื่อให้พนักงานสอบสวนพิจารณา ซึ่งทรัพย์สินทั้งหมดล้วนได้มาอย่างถูกต้อง ไม่ได้มีการหลอกลวงอย่างที่ถูกกล่าวหา

...

ลูกไม่สามารถฟ้องร้องขอคืนทรัพย์สินได้

ทนายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความชื่อดังวิเคราะห์กรณีรักอลเวงนี้ว่า ลูกหลานไม่สามารถฟ้องร้องขอคืนทรัพย์สินได้ ยกเว้นพิสูจน์ได้ว่าคุณพ่อมีสติสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์ หรือศาลมีคำสั่งว่าเป็นบุคคลไร้ความสามารถ แต่ถ้ามีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ลูกหลานไม่สามารถเรียกร้องขอคืนได้ เพราะตามกฎหมายถือว่าทรัพย์สินนั้นเป็นของคุณพ่อ 

ในอีกกรณีฝ่ายชายสามารถฟ้องร้องขอคืนทรัพย์สินได้ หากพิสูจน์ได้ว่าถูกฝ่ายหญิงหลอกโดยไม่ได้เต็มใจให้ ศาลจะตรวจสอบหลักฐานถึงมูลความจริง แต่หากพบว่าฝ่ายชายให้ด้วยเสน่หา ก็ไม่มีสิทธิเรียกคืนทรัพย์สิน มีหลายกรณีที่ไม่ใช่มิจฉาชีพ แต่มีความรักและมอบทรัพย์สินให้ด้วยความเสน่หา ซึ่งในการป้องกัน อยากให้ผู้สูงอายุที่มีสมบัติ แบ่งทรัพย์สินให้กับลูกๆ หรือให้ลูกมีชื่อในการมีกรรมสิทธิ์ร่วม เช่น มีที่ดิน 1 แปลง ก็ใส่ชื่อลูกเข้ามามีกรรมสิทธิ์ร่วมด้วย เพื่อที่เวลาจะทำอะไร ลูกจะต้องเซ็นเอกสารร่วม เพื่อความสบายใจของครอบครัว

“ทางกฎหมายค่อนข้างพิสูจน์ได้ยากในกรณีการโอนทรัพย์สินให้ด้วยความรัก หรือหลอกลวง เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับสติสัมปชัญญะของทั้งคู่ และการทำความเข้าใจร่วมกันของทั้งสองครอบครัว ที่จะหาทางออกให้สามารถอยู่ร่วมกันได้ในสังคมเดียวกัน”.