ภาพการรายงานของนักข่าว CNN ภายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) อุทัยสวรรค์ จ.หนองบัวลำภู สถานที่เกิดเหตุสะเทือนขวัญกราดยิง ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม โดยมีสื่อมวลชนไทยถ่ายภาพไว้ได้ ขณะที่ 2 นักข่าวต่างชาติปีนรั้วออกมาจากที่เกิดเหตุ เบื้องต้นตำรวจได้ควบคุมตัวและทำการเพิกถอนวีซ่า เตรียมสอบสวนเพื่อดำเนินการทางคดี เหตุนี้สะท้อนการทำงานของสื่อมวลชน และส่งผลต่อหลักฐานทางคดีในที่เกิดเหตุ แม้คนร้ายเสียชีวิตแล้ว แต่ยังต้องเก็บรักษาหลักฐานในพื้นที่เกิดเหตุเพื่อหาแรงจูงใจ
“ผู้การ วิสุทธิ์ วานิชบุตร” อดีตนายตำรวจมือปราบชื่อดัง กล่าวถึงการเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุว่า การเข้าไปถ่ายทำในสถานที่เกิดเหตุของนักข่าว CNN จะมีผลต่อหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพราะตามหลักของตำรวจต้องรักษาสถานที่เกิดเหตุให้เหมือนเดิมมากที่สุด โดยต้องล้อมพื้นที่ให้เป็นเขตห้ามเข้า แม้ไม่มีการกำหนดระยะของการกันเขตป้องกัน แต่ต้องขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของเจ้าหน้าที่
“กรณีการกันพื้นที่เกิดเหตุของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ ที่มีการกราดยิง ควรกั้นพื้นที่เกิดเหตุให้ห่างมาอีก 5 เมตร จากแนวรั้ว เพราะบางกรณีคนร้ายมีการแสดงพฤติกรรมบางอย่างก่อนเข้าไปในพื้นที่ก่อเหตุ เช่น ถ่มน้ำลาย หรือยิงเปิดทางก่อนเข้าไปในพื้นที่ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญของเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน”
คดีนี้หลักฐานในที่เกิดเหตุถือเป็นเรื่องสำคัญ แม้คนร้ายจะเสียชีวิตแล้ว แต่หน้าที่ของฝ่ายสืบสวนจะต้องพยายามหาหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อหาแรงจูงใจของคนร้าย ซึ่งบางกรณีอาจมีผู้ร่วมก่อเหตุ ดังนั้นหลักฐานในพื้นที่มีความสำคัญในการนำสู่การขยายผลต่อ
การที่บุคคลอื่นไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ ทำให้พยานหลักฐานบางส่วนถูกรบกวน เช่น รอยเท้าบนพื้น แม้หลังเกิดเหตุทีมพิสูจน์หลักฐานจะมีการตรวจสอบ แต่เมื่อมีการวิเคราะห์แล้วเกิดข้อสงสัย ทีมพิสูจน์หลักฐานจะต้องลงมาเก็บรอยเท้าเพิ่มเติม ทำให้กรณีนี้เจ้าหน้าที่ต้องทำงานยากขึ้น เพราะมีรอยเท้าแฝงของผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาเพิ่ม จึงทำให้การพิสูจน์หาแรงจูงใจของคนร้ายยากมากขึ้น
...
ตามหลักการสืบสวน มีกฎว่าห้ามนำออกและนำเข้าสิ่งของในที่เกิดเหตุทุกกรณี จนกว่าเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะดำเนินการถึงที่สุด ตัวอย่างเช่น โน้ตบุ๊กในที่เกิดเหตุมีคราบเลือดกระเด็นติดจากการฆาตกรรม จะสามารถบ่งบอกได้ว่าคนร้ายมีความจงใจที่จะทำร้ายผู้เสียชีวิตหรือไม่ และบ่งบอกความคิดของคนร้ายในช่วงเวลานั้นได้ ซึ่งเป็นผลต่อรูปคดี แม้คนร้ายจะเสียชีวิตแล้ว
ข้อจำกัดการเก็บหลักฐานในพื้นที่เกิดเหตุ
“ผู้การ วิสุทธิ์” กล่าวว่า การกันพื้นที่เกิดเหตุถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการสืบสวน เพราะถ้ายิ่งเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุให้เร็วยิ่งดี เนื่องจากหลักฐานบางอย่างมีระยะเวลาในการตรวจสอบ เช่น คราบเลือด หากปล่อยไว้นานจะมีการตรวจหาดีเอ็นเอยาก หรือสภาพศพ ถ้าทิ้งระยะเวลาไว้นานสภาพศพจะเปลี่ยนไปจากเดิม ทำให้หาร่องรอยการถูกทำร้ายยากมากขึ้น
สำหรับการกันพื้นที่เพื่อเก็บหลักฐาน จะมีความยากลำบากในกรณีสถานที่เกิดเหตุเป็นชุมชน และเป็นพื้นที่แคบมีคนสัญจรไปมา เช่น เหตุยิงกันกลางถนนในซอยแคบ ทีมพิสูจน์หลักฐานต้องใช้ความละเอียดในการเก็บหลักฐานและถ่ายรูป เพราะเป็นเส้นทางสัญจรของประชาชน ดังนั้นต้องรีบทำความสะอาดในพื้นที่ เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว
การลงโทษบุคคลที่ฝ่าฝืนเข้าไปในสถานที่เกิดเหตุ มีโทษทั้งจำและปรับ ในฐานความผิดขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน และถูกฟ้องในฐานความผิดบุกรุกได้ กรณีสถานที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล
ดังนั้น ประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่จึงเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าหากไม่มีความรู้ในด้านการสืบสวนจะทำให้หลักฐานในพื้นที่เกิดเหตุไม่ครบถ้วน และถูกผู้ที่ไม่หวังดี หรือผู้ฉวยโอกาสใช้ช่องว่างนี้เข้าไปในสถานที่เกิดเหตุ.