เหตุแผ่นดินไหวในไต้หวัน 2 ระลอก ตั้งแต่ วันที่ 17-18 กันยายน 2565 ทำให้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บจากอาคารถล่ม ขณะที่ญี่ปุ่นมีการประกาศเตือนเฝ้าระวังสึนามิ ที่อาจเกิดขึ้นตามริมชายฝั่ง สำหรับประเทศไทย กรมทรัพยากรธรณี ได้ออกมายืนยันว่า จะไม่ได้รับผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวในไต้หวัน แต่ยังต้องจับตารอยเลื่อนเปลือกโลกบริเวณประเทศอินโดนีเซีย เมียนมา และในทะเลอันดามัน ที่มีผลต่อการเกิดแผ่นดินไหวในไทย

“สุวิทย์ โคสุวรรณ” รองโฆษกกรมทรัพยากรธรณี กล่าวกับ “ทีมข่าวเจาะประเด็น ไทยรัฐออนไลน์” ว่า เหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.5 แมกนิจูด ที่เกิดขึ้นเมื่อเย็นวันที่ 17 กันยายน 2565 จนทำให้บ้านเรือนในประเทศไต้หวันบริเวณตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศได้รับความเสียหาย และประชาชนบางส่วนได้รับผลกระทบ และเกิดแรงสั่นสะเทือนอีกครั้งในวันที่ 18 กันยายน 2565 ในพื้นที่อีกระลอกขนาด 6.8 แมกนิจูด สร้างความหวั่นวิตกให้กับคนไทยว่าจะได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในครั้งนี้

สำหรับแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวในไต้หวัน จะไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย เพราะมีตำแหน่งที่ตั้งอยู่คนละเปลือกโลก เช่นเดียวกับแรงสั่นสะเทือนที่ก่อให้เกิดสึนามิ ไทยก็จะไม่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ และอยากแสดงความมั่นใจให้ผู้ที่วิตกกังวลกับเหตุการแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นว่าไม่ต้องหวั่นวิตกกังวล

...

แต่ไทยยังต้องเฝ้าระวังแผ่นดินไหวบริเวณรอยต่อของเปลือกโลก แถบประเทศอินโดนีเซีย เมียนมา และในทะเลอันดามัน ที่มีพลังสะสมพร้อมจะเคลื่อนตัวและส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ซึ่งความรุนแรงสูงสุดอยู่ที่ระดับ 7 แมกนิจูด ถือว่าเป็นแรงสั่นสะเทือนที่ไม่สร้างความเสียหายมากเท่ากับประเทศที่ตั้งอยู่บนแผ่นเปลือกโลกที่เป็นรอยต่อสำคัญ

“ตัวอย่างความรุนแรงของแผ่นดินไหวในไทย รุนแรงที่เคยเกิดขึ้นอยู่ที่ระดับ 6.3 แมกนิจูด บริเวณจังหวัดเชียงราย เมื่อปี 2557สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนของประชาชนจำนวนมาก ไทยถือเป็นประเทศที่มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวในระดับปานกลาง เมื่อเทียบกับไต้หวันที่เป็นประเทศที่มีแผ่นดินไหวขนาดใหญ่กว่า และเกิดขึ้นบ่อยกว่าไทยหลายเท่า”

ขณะนี้อาคารในกรุงเทพฯ ที่สร้างหลังจากปี 2560 มีการกำหนดให้ก่อสร้างอาคารที่ทนทานต่อแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวที่อาจเกิดขึ้นในไทย ดังนั้นประชาชนที่อยู่ในอาคารสูงที่สร้างในช่วงเวลาดังกล่าวสามารถเชื่อมั่นได้ว่าอาคารของท่านจะทนต่อแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวได้

สำหรับแนวทางหากเกิดแผ่นดินไหว จะต้องหาที่หลบ เพื่อป้องกันสิ่งของที่อาจร่วงมาใส่ตัว และควรหลีกเลี่ยงจุดหลบภัยที่ใกล้กับกระจก เมื่อเกิดแผ่นดินไหวจะก่อให้เกิดอันตรายจากเศษกระจกที่แตก ขณะเดียวกันไม่ควรอยู่ในที่โล่งระหว่างที่เกิดแผ่นดินไหว เพราะสิ่งของบนอาคารสูงจะหล่นลงมาจนทำให้ได้รับบาดเจ็บ

หลังจากเหตุแผ่นดินไหวสงบลง ควรพาตัวเองออกมายังที่โล่งแจ้ง และติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพราะอาจเกิดแผ่นดินไหวตามมาได้อีกหลายระลอก ส่วนผู้ที่อยู่ใกล้กับทะเล ควรเตรียมความพร้อมหากเกิดสึนามิขึ้นในทะเล แม้เหตุการณ์แผ่นดินไหวยังไม่เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่การศึกษาถึงแนวทางการเอาตัวรอดยังเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นกับตนเอง.