• ศพนิรนาม ส่วนใหญ่เป็นวัยทำงานมาใช้ชีวิตต่างถิ่นขาดการติดต่อกับทางบ้าน การตามหาญาติ จึงยากลำบาก หลายกรณีใช้เวลาตามหากว่า 5 ปี จนหลักฐานเอาผิดคนร้ายสูญหายตามกาลเวลา

  • ข้อมูลศพนิรนามยังกระจัดกระจายอยู่ตามโรงพยาบาลทั่วประเทศ ขาดศูนย์ข้อมูลกลางรวบรวมให้ญาติตามหาง่าย ขณะนี้กระทรวงยุติธรรมมีข้อมูลศพไร้ญาติกว่า 2 พันราย รอความยุติธรรม

  • ตัวอย่างการตามหาคนหายในกรุงเทพฯ ญาติต้องเดินทางไปไม่ต่ำกว่า 5 โรงพยาบาล ส่วนศพไร้ญาติถูกฆาตกรรม คนร้ายหลายคดียังลอยนวล เพราะไม่มีญาติมาคอยติดตามคดี

8 ปี กว่าครอบครัวจะพบร่าง “น้องแอร์” วัย 25 ปี ได้หายออกจากบ้านในจังหวัดลพบุรี มีผู้พบศพในแม่น้ำป่าสัก บริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งก่อนหน้านี้ร่างของเธอเป็น 1 ใน 2 พันศพไร้ญาติ ที่กระทรวงยุติธรรมเก็บรวบรวมข้อมูลไว้ จากร่องรอยการชันสูตรพบบาดแผลบนร่างกาย คาดว่าถูกทำร้ายจนเสียชีวิต ครอบครัวจึงได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งหาผู้กระทำผิดมาลงโทษ

คดีนี้สะท้อนถึงปัญหาการจัดเก็บข้อมูลศพนิรนาม ที่ยังกระจัดกระจายอยู่ตามโรงพยาบาลทั่วประเทศ ทำให้การตามหาคนหายมีความยุ่งยาก และบางคดีทำให้ฆาตกรที่ก่อเหตุยังคงลอยนวล เพราะศพเหล่านั้นขาดกระบวนการดำเนินคดีเพื่อหาคนร้าย

“เอกลักษณ์ หลุ่มชมแข” หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อการต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา กล่าวว่า ศพนิรนาม ส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่มาทำงานในพื้นที่เมืองหรือเขตอุตสาหกรรม มีภูมิลำเนาอยู่ในต่างจังหวัด และไม่ได้ติดต่อกับญาติมาเป็นระยะเวลานาน เมื่อเสียชีวิตจึงยากในการติดตามญาติมารับศพ ขณะที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตที่อยู่ตามต่างจังหวัด บางรายก็ไปแจ้งกับผู้ใหญ่บ้าน หรือแจ้งความกับตำรวจในพื้นที่ แต่ไม่มีระบบการติดตามคนหายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ

...

“ศพนิรนามหลายราย เมื่อไปตรวจสอบในระบบไม่พบข้อมูล เพราะผู้ตายไม่ได้ไปทำบัตรประชาชน ไม่ทำบัตรประกันสังคม ไม่ได้ถูกจำคุก และไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศ”

ตัวอย่างเช่นเมื่อปี 2564 ได้ตามหาสาวโรงงานหายตัวไปจากนิคมอุตสาหกรรม 304 จังหวัดปราจีนบุรี ชื่อ หลิว หายลึกลับไปกว่า 5 ปี โดยไม่ได้เก็บเสื้อผ้าในห้องพักไปด้วย ทางญาติจึงแจ้งมายังมูลนิธิให้ติดตามหา ซึ่งเริ่มตามหาจากในพื้นที่ใกล้เคียง ตามโรงพยาบาลในจังหวัดปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว และบุรีรัมย์ จนมาพบข้อมูลศพรายหนึ่งในโรงพยาบาลวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว ที่พบศพในไร่อ้อยปีเดียวกับที่หายตัวไป

เมื่อสอบถามตำรวจพบว่ามีการสันนิษฐานว่าผู้ตายเป็นแรงงานเขมร ทำให้ไม่มีการตามหาญาติ ขณะที่การตรวจสอบประวัติศพนิรนาม ตำรวจหลายพื้นที่จะตรวจสอบแค่การแจ้งความคนหายในพื้นที่ของตนเอง แต่ศพนิรนามส่วนใหญ่จะถูกฆาตกรรมมาจากพื้นที่อื่น เลยทำให้มีศพนิรนามที่ตามหาญาติไม่ได้จำนวนมาก

“ศพนิรนามที่ตายแบบผิดธรรมชาติและถูกฆาตกรรม จะไม่ค่อยมีการตามหาญาติ เพราะต้องใช้เวลาสืบสวนหาคนร้ายอีกค่อนข้างนาน ทำให้เจ้าหน้าที่บางแห่ง เมื่อเป็นศพนิรนาม จะไม่มีการตามหาฆาตกร ซึ่งลองคิดดูว่าขณะนี้มีศพนิรนามอยู่ในข้อมูลของกระทรวงยุติธรรม 10 ปี กว่า 2 พันศพ จะมีฆาตกรลอยนวลอยู่ในสังคมมากแค่ไหน”

ศพนิรนามส่วนใหญ่ มีการเสียชีวิตด้วยกัน 2 แบบ

  • ถูกฆาตกรรมจนเสียชีวิต พบมากในกลุ่มคนวัยทำงาน ที่มาทำงานไกลจากภูมิลำเนา บางรายมีปัญหาเรื่องชู้สาว ทำงานกลางคืน และขัดผลประโยชน์ทางธุรกิจมืด

  • ประสบอุบัติเหตุ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ป่วยจิตเวช คนเร่ร่อน จะถูกรถเฉี่ยวชน โดยเฉพาะคนเร่ร่อนที่อาศัยอยู่บนเกาะกลางถนน มีหลายกรณีที่ผู้กระทำผิดชนแล้วหนีลอยนวลไม่ต่างกับศพนิรนามที่ถูกฆาตกรรม

ทางแก้ไขข้อมูลศพนิรนาม ยังตกหล่นหลายพื้นที่

“เอกลักษณ์” ให้ข้อมูลว่า การจัดการข้อมูลศพนิรนามในไทยขณะนี้ยังมีปัญหา เพราะนอกจากข้อมูลศพนิรนามที่กระทรวงยุติธรรมรวบรวมไว้แล้ว ยังมีศพนิรนามที่กระจัดกระจายอยู่ตามแผนกนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ ดังนั้นการตามหาศพนิรนามในแต่ละครั้งต้องไปตามหาข้อมูลตามนิติเวชวิทยาในพื้นที่นั้น โดยไม่มีการรวบรวมข้อมูลศพนิรนามไว้ในพื้นที่เดียวกัน เพื่อสะดวกในการค้นหาของญาติ

ตัวอย่างเช่น การตามหาศพนิรนามในกรุงเทพฯ ต้องเดินทางตามหาอย่างน้อย 5 โรงพยาบาล ซึ่งถ้าเป็นครอบครัวที่มีภูมิลำเนาอยู่ในต่างจังหวัด ต้องใช้เงินจำนวนมากในการเดินทางเพื่อตามหาญาติ ขณะเดียวกันบางนิติเวชก็ไม่ให้ดูข้อมูลของศพ ด้วยเงื่อนไขต้องการปกป้องสิทธิของศพ จนกลายเป็นว่าต้องเก็บข้อมูลของศพให้ลับที่สุด ทั้งที่ความเป็นจริงจะต้องคืนความเป็นธรรมให้กับศพ โดยทำให้ญาติหาข้อมูลได้ง่ายขึ้น และให้ศพได้รับความยุติธรรมด้วยการหาค้นร้ายมาลงโทษให้ได้

“ศพนิรนามที่ญาติตามหาส่วนใหญ่มีการแจ้งความ เมื่อหายไปแล้วกว่า 1 เดือน เพราะคนตายมักไม่ค่อยติดต่อญาติ แต่เมื่อไปแจ้งความช้าทำให้การติดตามหาค่อนข้างยาก เพราะกล้องวงจรปิดและหลักฐานจะสูญหายหายไปจากพื้นที่ จนทำให้การติดตามหาคนร้ายยากลำบาก”

...

การแก้ปัญหาเกี่ยวกับศพนิรนาม หน่วยงานภาครัฐควรมีระบบข้อมูลกลางที่รวบรวมข้อมูลศพนิรนามทั่วประเทศ แต่ขณะนี้ด้วยความที่งานด้านนิติเวชวิทยา ตามโรงพยาบาล ขาดทุนทรัพย์ในการพัฒนาระบบข้อมูล เลยทำให้ยังเป็นเรื่องยากในการทำงาน หากหน่วยงานภาครัฐจากส่วนกลางไม่เข้าไปช่วยเหลือเพื่อพัฒนาระบบ

“การตามหาคนหาย 1 คน ครอบครัวต้องเผชิญกับความสูญเสียมากมาย แต่ถ้ารัฐมีระบบจัดเก็บข้อมูลศพนิรนามทั่วประเทศ จะทำให้ครอบครัวผู้เคราะห์ร้าย สูญเสียเงินในการตามหาญาติน้อยลง และสามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ ไม่ใช่ปล่อยให้ลอยนวลอยู่ในสังคม จนไปก่อเหตุซ้ำได้อีก”

การเสียชีวิตของใครคนหนึ่ง แม้เป็นเพียงศพไร้ญาติ ที่ไม่อาจร้องขอความยุติธรรมได้ แต่การสร้างระบบที่รวบรวมข้อมูลศพนิรนามให้สืบค้นได้ทั่วถึง ย่อมจะเป็นผลดีต่อสังคมโดยรวม.

ผู้เขียน : ปักหมุด