ขาหื่นมีเสียวภายหลังที่ประชุมวุฒิสภา มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.มาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำเกี่ยวกับเพศ โดยเพิ่มการลงโทษผู้กระทำผิดด้วยการ “ฉีดไข่ให้ฝ่อ” เพื่อลดความต้องการทางเพศ หวังใช้มาตรการนี้ในการแก้ปัญหาระยะยาว แต่มีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นการเพิ่มภาระรายจ่าย เพราะกระทรวงยุติธรรม ประเมินค่าใช้จ่ายต่อคนอยู่ที่ 100,000 บาท
อีกทั้งมาตรการฉีดไข่ให้ฝ่อ จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ต้องหา และมีการประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชอย่างน้อย 2 คน ก่อนทำการฉีดยากดฮอร์โมนเพศชาย อย่างประเทศหลายแห่งมีการดำเนินนโยบายนี้ จนสามารถแก้ไขพฤติกรรมของผู้ต้องหาได้
“นพ.อภิชาติ แสงสิน” นายแพทย์ชำนาญการ สถาบันกัลยาราชนครินทร์ กล่าวกับ “ทีมข่าวเจาะประเด็น ไทยรัฐออนไลน์” ว่า มีผลวิจัยในต่างประเทศพบการฉีดไข่ให้ฝ่อสามารถลดการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องหาได้ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ แต่การจะลดการกระทำผิดของผู้ต้องหาได้อย่างยั่งยืน ต้องมีกระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมควบคู่ไปด้วย เพราะบางกรณีแม้จะได้รับการฉีดยาแล้ว แต่ยังมีการแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวรูปแบบอื่น ที่มาจากอุปนิสัยส่วนตัว
ยากดฮอร์โมนเพศชาย ทางการแพทย์ ลดความต้องการ
- ฉีดฮอร์โมนเพศหญิง เพื่อต่อต้านการทำงานของฮอร์โมนเพศชายในร่างกาย กรณีนี้ต้องฉีด 1-3 เดือนครั้ง ปริมาณขึ้นอยู่กับอายุและน้ำหนัก มีราคาไม่สูงมาก แต่อาจมีผลข้างเคียงเช่น หน้าอกโต มวลกล้ามเนื้อร่างกายลดลง และมีชั้นไขมันเพิ่มขึ้น
- การรับประทานยาต่อต้านฮอร์โมนเพศชาย ต้องรับประทานทุกวัน มีผลข้างเคียงน้อยแต่ราคาสูง อาจไม่เหมาะกับการนำมาใช้ควบคุมพฤติกรรมของผู้กระทำผิด
...
ดังนั้นการใช้ยาทั้ง 2 กรณี ต้องมีการติดตามผลทางการแพทย์ ด้วยการเจาะเลือดเพื่อตรวจความผิดปกติของร่างกาย และเฝ้าระวังผลกระทบที่จะเกิดขึ้น
การควบคุมผู้กระทำผิดจากการฉีดไข่ให้ฝ่อ หน่วยงานภาครัฐต้องคำนึงถึงสิทธิส่วนบุคคลของผู้กระทำผิด ซึ่งมาตรการนี้ ถือเป็นผลดี ที่มีผลยืนยันจากการดำเนินการในต่างประเทศ แต่การจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ในระยะยาวจะต้องมีมาตรการอื่นควบคู่ไปด้วย
โทษประหารคดีข่มขืน เสี่ยงฆ่าปิดปากเหยื่อ
จากสถิติผู้ที่กระทำผิดซ้ำในคดีทางเพศ ของกรมราชทัณฑ์ ปี 2565 ครึ่งปีแรกมีจำนวนผู้กระทำผิดสูงสุดเป็นอันดับ 5 ของทั้งประเทศ “รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล” ผู้ช่วยอธิการบดีและประธานกรรมการคณะอาชญาวิทยา มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวกับ “ทีมข่าวเจาะประเด็น ไทยรัฐออนไลน์” ว่า ผู้กระทำผิดซ้ำในคดีทางเพศมีเพิ่มขึ้น แม้มีการสนับสนุนให้ลงโทษประหาร แต่เสี่ยงที่คนร้ายจะฆาตกรรมเหยื่อปิดปาก และจะยิ่งทำให้เกิดความรุนแรงในสังคมเพิ่มขึ้น
ขณะที่กระบวนการฉีดไข่ให้ฝ่อในต่างประเทศ จะบังคับให้คนร้ายฉีดทุก 3 เดือน แต่ยังมีปัญหารายจ่ายที่สูง เห็นได้จากคนไข้ที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากที่ต้องได้รับยาชนิดเดียวกัน หลายคนไม่มีเงินเพียงพอจ่ายค่ายา กรณีนี้หากมีการบังคับใช้ในประเทศไทย จะทำให้หน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องแบกรายจ่ายที่สูง จึงต้องมีการคัดเลือกเป็นรายกรณีตามเหมาะสม
“มีข้อมูลของตำรวจในต่างประเทศหลายแห่งยืนยันว่า การฉีดไข่ให้ฝ่อสามารถแก้ปัญหาการกระทำผิดซ้ำได้ แต่ต้องมีการติดตามผลถึงพฤติกรรมของผู้กระทำผิด รวมถึงผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการฉีดยา เพราะมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้ในกรณีที่มีการฉีดติดต่อกันนานเกินกว่าความจำเป็น” รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ ย้ำถึงแนวทางการแก้ไข.