จากสถานการณ์แผ่นดินไหวเกิดขึ้นต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค. จนถึงปัจจุบัน บริเวณหมู่เกาะอันดามัน และหมู่เกาะสุมาตรา ซึ่งอยู่ห่าง จ.ภูเก็ต และ จ.พังงา ของไทย ประมาณ 400-500 กิโลเมตร ได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่ จนทำให้ #สึนามา ขึ้นเทรนด์ในทวิตเตอร์

กระทั่งเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา “รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์” ผอ.ศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ออกมาเตือน จ.พังงา ระนอง กระบี่ ภูเก็ต และสตูล ให้เฝ้าระวังสึนามิ ยิ่งสร้างความกังวลให้กับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมทะเล ล่าสุด จ.พังงา มีหนังสือด่วนที่สุดให้เตรียมความพร้อมหากเกิดสึนามิ

รศ.ดร.เสรี ระบุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นถี่ครั้งนี้เป็นสถานการณ์ไม่ปกติ จะต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงของแผ่นดินไหวครั้งนี้ อาจเป็นการปลดปล่อยพลัง หรืออาจเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ตามมาก็ได้ เป็นสิ่งที่ควรตระหนัก แต่ไม่ควรตระหนก

...

ขณะเดียวกันทุ่นเตือนภัยในมหาสมุทรอินเดีย ทั้งของไทย จำนวน 2 ทุ่น และอินเดีย 5 ทุ่น ใช้งานไม่ได้ ทำให้เกิดความตระหนก และกังวลเรื่องสึนามิบริเวณชายฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งเหมือนกับเหตุการณ์ในปี 2547 เคยเกิดแผ่นดินไหวทำให้เกิดสึนามิ โดยระดับที่เป็นอันตรายต้องมีขนาดใหญ่ 7.5

นอกจากนี้การเกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็กหลายครั้ง อาจตามมาด้วยแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ได้ และแผ่นดินไหวทุกครั้งไม่จำเป็นต้องเกิดสึนามิทุกครั้ง ขึ้นอยู่กับขนาด ความลึก แนวรอยเลื่อน และลักษณะการมุดตัว

“แม้ว่าแผ่นดินไหวคาดการณ์ และเตือนภัยไม่ได้ แต่เราสามารถคาดการณ์ และเตือนภัยสึนามิได้ แต่ระบบเตือนภัยสึนามิโดยใช้ทุ่น มักได้รับความเสียหายบ่อยครั้ง จึงไม่ใช่ทางออก ซึ่งระบบคาดการณ์ และเตือนภัยโดยใช้ฐานข้อมูล จึงมีความจำเป็น โดยศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ และภัยพิบัติ ใช้ระบบนี้เฝ้าระวังเฉพาะเวลาทำงาน หากเกิดกลางคืน ตัวใครตัวมัน”

พร้อมย้ำว่าความตระหนักเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด และเมื่อรู้สึกว่าแผ่นดินไหวริมชายฝั่งทะเล ขอให้รีบขึ้นที่สูงในทันที เพื่อความปลอดภัย.