• โควิดยังคงระบาดในไทย แต่ตั้งแต่ 1 ก.ค. 2565 เป็นต้นไป ประเทศไทยได้ผ่อนปรนกิจการและกิจกรรมต่างๆ ในประเทศ และการเดินทางเข้าประเทศ ทั้งคนไทยและต่างชาติ ไม่ต้องลงทะเบียน Thailand Pass แต่ยังต้องแสดงเอกสารการฉีดวัคซีนครบโดส หรือผลตรวจ RT-PCR หรือผลตรวจ ATK ภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง และไม่ต้องมีประกันสุขภาพ

  • การผ่อนปรน ไม่ได้หมายความว่า ประเทศไทยได้ประกาศให้โควิด เป็นโรคประจำถิ่น อย่างที่เข้าใจกันในวันที่ 1 ก.ค. ยังต้องรอประกาศจากองค์การอนามัยโลก แต่ไทยกำลังเข้าสู่ระยะหลังของการระบาดใหญ่ เนื่องจากอาการของโรคลดความรุนแรงลง และระบบสาธารณสุขสามารถรองรับได้ ตามการระบุของนพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้ง



  • หรือแม้มีการปรับระดับสถานการณ์ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เป็นระดับเฝ้าระวัง หรือสีเขียว และให้การใส่หน้ากากอนามัยเป็นไปตามความสมัครใจ แต่แพทย์ ยังคงแนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในที่แออัด สถานที่ปิด หรือใกล้ชิดกับคนจำนวนมาก

  • ผู้มีสิทธิ์บัตรทอง มีการยกเลิกการรักษาแบบกักตัวที่บ้าน (Home Isolation-HI) และฮอสพิเทล ตั้งวันที่ 1 ก.ค. ส่วนสิทธิ์ประกันสังคม มีผลวันที่ 4 ก.ค. และปรับการรักษาผู้ป่วยสีเขียว เป็นรูปแบบ "เจอ แจก จบ" หลังราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อรองรับการเป็นโรคประจำถิ่น

  • ในกรณีผู้ป่วยอาการสีเหลือง จากเดิมเข้ารักษาสถานพยาบาลรัฐและเอกชนใดก็ได้ มีการปรับให้รักษาตามสิทธิ ทั้งแบบผู้ป่วยนอกหรือผู้ป่วยใน ขึ้นกับดุลยพินิจและการวินิจฉัยของแพทย์ ยกเว้นผู้ป่วยอาการสีแดงที่วิกฤติ ยังคงใช้สิทธิ UCEP เข้ารักษาสถานพยาบาลใดก็ได้ตามเดิม



  • เป็นสิ่งที่ปรับเปลี่ยน ตั้งแต่ 1 ก.ค. 2565 เป็นต้นไป หลังโควิดระบาดอย่างหนักในช่วง 2 ปีกว่า แต่ไม่ควรประมาทในการป้องกันตัวเอง เพราะขณะนี้เชื้อไวรัสกลายพันธุ์โอมิครอน สายพันธุ์ย่อยตัวใหม่ BA.4 และ BA.5 สามารถหลบภูมิคุ้มกันได้ดีกว่าโอมิครอนสายพันธุ์เดิม กำลังระบาดในหลายประเทศในยุโรป จนจำนวนผู้ติดเชื้อกลับมาเพิ่มสูงอีกครั้ง

  • อินโดนีเซีย ในกลุ่มประเทศอาเซียน มีการประเมินว่าการระบาดอีกระลอกของ 2 สายพันธุ์ย่อย BA.4 และ BA.5 จะขึ้นสู่จุดสูงสุดในสัปดาห์ที่ 2 หรือ 3 ของเดือน ก.ค. นี้ คาดว่าจะเป็นผู้ติดเชื้อมากถึงวันละ 17,400 คน รวมถึงมาเลเซีย จะระบาดเร็วเกินคาด เริ่มตั้งเดือนก.ค.เป็นต้นไป

  • สถานการณ์ในไทย ได้มีบรรดาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ออกมาเตือนว่าการระบาดของโควิด จะกลับขึ้นมาสูงสุดในเดือนก.ค.-ก.ย. ในกลุ่มคนส่วนใหญ่ที่ไม่เคยติดเชื้อมาก่อน และจะเริ่มลดลงในเดือน ต.ค.-ธ.ค.ก่อนจะระบาดอีกในเดือน ม.ค. เหมือนไข้หวัดใหญ่ โรคทางเดินหายใจประจำฤดูกาลของไทย แต่อาการส่วนใหญ่ไม่รุนแรง โดยเฉพาะคนที่ได้รับวัคซีนครบโดสและได้เข็มกระตุ้นแล้ว

...

ในมุมของ "รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์" คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า สถานการณ์จริงในไทยขณะนี้ พบเห็นชัดเจนว่าเกิดการระบาดเป็นกลุ่มก้อนมากมาย ทั้งก้อนเล็ก ก้อนใหญ่ ทั้งในสถานพยาบาล สถานศึกษา ที่ทำงานอื่นๆ รวมถึงครอบครัว และหมู่เพื่อนฝูง

"การขาดคันฉ่องส่องสถานการณ์ หรือมีแต่คันฉ่องฝุ่นจับและบิดเบี้ยว จนสะท้อนให้เห็นอะไรไม่ได้ ก็จะทำให้ยากที่จะทำให้คนในสังคมตระหนัก รับรู้ เท่าทันสถานการณ์ และจะส่งผลต่อการประพฤติปฏิบัติตัว เพื่อป้องกันตนเองและคนใกล้ชิด"

ที่ผ่านมาองค์การอนามัยโลก พยายามเน้นย้ำมาโดยตลอด ให้ทุกประเทศมีการดำเนินระบบเฝ้าระวังที่เข้มข้น อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การติดตามสถานการณ์ ทำการตรวจคัดกรองอย่างต่อเนื่องและมากพอ รวมถึงการรายงานข้อมูล

หลายประเทศกลับมาระบาด วัคซีนเข็มกระตุ้น จำเป็นมาก

จากข้อมูลศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ (US CDC) ทำการประเมินผลวัคซีนเข็มกระตุ้นเข็มที่ 4 ของคนอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ตั้งแต่ 27 มี.ค. จนถึง 30 เม.ย. 2565 ชี้ให้เห็นว่า กลุ่มคนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน หากติดเชื้อจะมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิต มากกว่ากลุ่มคนที่ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเข็ม 4 ถึง 42 เท่า ส่วนกลุ่มคนที่ได้วัคซีนจนถึงเข็ม 3 หากติดเชื้อ จะมีความเสี่ยงในการเสียชีวิตสูงกว่ากลุ่มคนที่ได้วัคซีนเข็ม 4 ถึง 4 เท่า

การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น มีความจำเป็นสำหรับทุกคน เพราะการระบาดในปัจจุบันรุนแรงมากขึ้นกว่า 100 ประเทศทั่วโลก และเป็นสายพันธุ์ย่อย BA.5 ที่มีการแพร่เร็วขึ้น ดื้อต่อภูมิคุ้มกันมากขึ้น ทั้งภูมิคุ้มกันที่เกิดจากวัคซีน จากการติดเชื้อมาก่อน และดื้อต่อยาแอนติบอดีที่ใช้รักษาหลายชนิด

"วัคซีนเข็มกระตุ้นเข็ม 3 ควรได้รับทุกคน ในขณะที่เข็มกระตุ้นเข็ม 4 ควรฉีดให้กลุ่มคนสูงอายุ คนที่มีโรคประจำตัว และคนที่มีความเสี่ยงสูงในชีวิตประจำวัน เช่น อาชีพในการบริการ ดูแล พบปะคนจำนวนมาก เพราะการฉีดวัคซีนนั้น เพื่อลดความเสี่ยงที่จะป่วยรุนแรงและเสียชีวิต แต่หากไม่ป้องกันตัวให้ดี ก็จะติดเชื้อได้ ป่วยได้ ตายได้ และเสี่ยงต่อการเป็นลองโควิด"

...

นอกจากนี้คนติดเชื้อโควิดซ้ำ จะมีโอกาสป่วยรุนแรงมากขึ้น 3 เท่า และเสี่ยงจะเสียชีวิตมากขึ้น 2 เท่า ควรใส่หน้ากากอนามัยอยู่เสมอ ระหว่างออกมานอกบ้านให้คุ้นชิน จะช่วยลดการติดเชื้อไปได้มาก โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบัน การใส่หน้ากากอนามัย ยังเป็นเรื่องจำเป็น.