ประเด็นร้อนการยืมเงินวัดของอดีตพระกาโตะ แม้จะคืนเงิน 6 แสนบาท ผ่านคนกลางมาแล้ว แต่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) มีคำสั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง อย่างละเอียด และถือว่ามีความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 147 ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งประเด็นนี้มีการถกเถียงในวงกว้าง ถึงมาตรการในการป้องกัน รวมถึงการสร้างระบบไม่ให้เกิดเหตุการณ์ “เหลือบผ้าเหลือง” ซ้ำรอยเดิมอีก
"นพ.ดร.มโน เลาหวณิช" ผู้อำนวยการสถาบันคานธี มหาวิทยาลัยรังสิต และที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การนำเงินวัดมาใช้ก่อน แม้จะคืนแล้ว แต่พระอุปัชฌาย์ และไวยาวัจกรวัด ต้องรับผิดชอบ เพราะอดีตพระกาโตะเป็นพระลูกวัด ไม่มีสิทธินำเงินวัดไปใช้ก่อน กรณีนี้แสดงให้เห็นถึงความผิดชัดเจนของพระผู้ใหญ่ที่ไม่ใส่ใจดูแล ปล่อยให้พระนวกะที่เพิ่งบวชไม่ถึง 5 พรรษา เบิกจ่ายเงินได้อย่างสะดวก
"ตอนนี้วงการสงฆ์มีช่องโหว่ในการดูแลเงินปัจจัยวัดค่อนข้างมาก และเรื่องอื้อฉาวของอดีตพระกาโตะ แสดงให้เห็นถึงปัญหาของวัดหลายแห่ง แม้มีขนาดเล็ก แต่มีเงินหมุนเวียนกว่า 10 ล้านบาท พระบางรูป พอมีเงินก็เริ่มมีกิเลสเข้ามาล่อตาล่อใจ"
กรณีอดีตพระกาโตะ ทางสํานักพุทธศาสนา จังหวัดนครศรีธรรมราช ควรมีการแจ้งความเอาผิดในการนำเงินวัดไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ไม่ควรปล่อยให้เรื่องเงียบหาย ที่ผ่านมาวงการณ์สงฆ์เต็มไปด้วยระบบเส้นสาย โดยเฉพาะกรณีที่พระใกล้ชิดกับพระผู้ใหญ่และกระทำความผิด จะมีระบบช่วยกันปกปิด โดยไม่ฟังเสียงประชาชน จนทุกวันนี้ระบบการปกครองของพระถูกกีดกันให้ไกลจากประชาชน โดยไม่ให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการให้ความเห็น เช่นกรณีการแต่งตั้งพระผู้ใหญ่ในพื้นที่จังหวัดของตน
หากมีการตรวจสอบทางการเงินอดีตพระกาโตะอย่างจริงจัง อาจจะพบเงินที่มากกว่าที่เป็นข่าว และเรื่องนี้สีกามีส่วนในการกระทำความผิด จะต้องฟ้องร้อง นำเงินมาคืน ต่อให้บางคดียอมความได้ แต่อยากให้สำนักงานพุทธศาสนาทำงานจริงจังมากขึ้นกว่านี้
...
สำหรับแนวทางแก้ปัญหา คณะสงฆ์ ต้องเข้มงวดในการแต่งตั้งเจ้าอาวาส และรักษาการเจ้าอาวาส ให้มีวุฒิภาวะ ความรู้ในเชิงกฎหมาย และการปกครองพระลูกวัด ขณะเดียวกันต้องมีสถาบันอบรม “ไวยาวัจกร” ที่เป็นกลไกสำคัญในการดูแลเงินวัด โดยต้องมีระบบสอบคัดเลือก เพื่อให้ได้ใบประกาศ และต้องมีการสอบวัดความรู้ทุกปีตามที่กำหนดไว้ เพราะบางเรื่องพระไม่สามารถทำเองได้ การมีไวยาวัจกรที่มีความรู้จะช่วยให้วัดสามารถดูแลงานด้านต่างๆ เป็นระบบได้มากขึ้น
“ที่ผ่านมาการแต่งตั้งไวยาวัจกร เจ้าอาวาส อาจแต่งตั้งญาติพี่น้องของตัวเอง หรือคนในปกครองที่สามารถคุยกันได้ จึงเป็นปัญหาทำให้หลายวัดมีการคอร์รัปชันกันภายใน ดังนั้นสำนักงานพุทธศาสนาควรมีมาตรการป้องกันเรื่องนี้ เช่น เปิดให้ประชาชนในพื้นที่โหวตคัดเลือกไวยาวัจกรร่วมกับพระในวัดได้”
นอกจากนี้อยากเตือนสติคนในสังคมให้มองเรื่องอื้อฉาวนี้เป็นเรื่องที่น่าเศร้า มากกว่าจะชื่นชมอดีตพระและสีกาที่ก่อเหตุ เพราะเงินที่กำลังเป็นประเด็น เป็นเงินทำบุญของชาวบ้าน และเชื่อว่ายังมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกในวงการสงฆ์ไทย
“ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์” ได้โทรศัพท์สอบถามไปยัง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในประเด็นเงินที่ยืมไปของอดีตพระกาโตะ ได้ข้อมูลว่า ในเชิงกฎหมายการเบิกจ่ายเงินวัด เจ้าอาวาส หรือรักษาการเจ้าอาวาส ที่มีการระบุเป็นลายลักษณ์อักษร เป็นบุคคลที่ต้องรับผิดชอบ หากมีการนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ แต่กรณีนี้ยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งไม่สามารถให้รายละเอียดในการดำเนินการต่อไปได้.