ต้องจับตาก้าวต่อไปในสมรภูมิการเมืองไทย หลังการเปิดตัวพรรคสร้างอนาคตไทย โดยมี "อุตตม สาวนายน" นั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรค นอกจากจะชูนโยบายกอบกู้วิกฤติเศรษฐกิจแล้ว ยังมีการสนับสนุนให้ "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" อดีตรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

ถือเป็นการเปิดตัวเพื่อชิงพื้นที่การเมืองในเวทีใหญ่ แม้มีการวิเคราะห์ว่า การเปิดตัวครั้งนี้อาจเป็นเพียง “พรรคอะไหล่” ในการสานต่ออำนาจกลุ่มการเมืองเดิมเท่านั้น แต่อุบัติเหตุทางการเมืองย่อมเกิดขึ้นได้ทุกเวลา?

รศ.ดร.ธนภัทร ปัจฉิมม์ คณบดีโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิเคราะห์ถึงการเปิดตัวพรรคสร้างอนาคตไทย เหมือน “เหล้าเก่าในขวดใหม่” เพราะสมาชิกส่วนใหญ่เป็นกลุ่มการเมืองเดิม แม้อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค ผลักดันให้สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แต่อาจไปไม่ถึงดวงดาว เพราะถ้าวิเคราะห์เชิงคะแนนเสียง ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ส.ส.แบบแบ่งเขต ต้องมีการทำงานในพื้นที่มานาน ซึ่งด้วยศักยภาพของสมาชิกในพรรค ยังมีไม่พอ

รศ.ดร.ธนภัทร ปัจฉิมม์ คณบดีโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
รศ.ดร.ธนภัทร ปัจฉิมม์ คณบดีโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

ส่วน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ระบบการเลือกตั้งใหม่ต้องเป็นคนที่มีความโดดเด่น เท่าที่เห็นเป็นคนที่เคยทำงานในรัฐบาลชุดนี้มาก่อน ซึ่งผลงานยังไม่เข้ามา แต่ถ้าเป็นบุคคลใหม่ ที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อม ประชาชนอาจจะให้การสนับสนุนมากกว่านี้ แม้จะชูนโยบายกอบกู้วิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นเรื่องยากที่ประชาชนจะยอมรับ เนื่องจากผลงานยังไม่เป็นชิ้นเป็นอันจากการทำงานที่ผ่านมา

ถ้ามองในเชิงการเป็น “พรรคอะไหล่” เพื่อสานต่อฐานการเมืองเดิม พรรคสร้างอนาคตไทย เป็นเพียงตัวเลือกหนึ่งเท่านั้น เพราะตอนนี้มีพรรคขนาดเล็กและกลาง ที่พร้อมเป็นอะไหล่ให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการสานต่ออำนาจให้เป็นนายกรัฐมนตรี มีไม่ต่ำกว่า 10 พรรค เพราะอย่าลืมว่า ตัวแปรสำคัญคือ ส.ว. 250 เสียง สามารถโหวตเลือกนายกได้ ดังนั้นมีทางเดียว หากเกิด “อุบัติเหตุทางการเมือง” ไม่แน่ว่า "สมคิด" อาจจะรับไม้ต่อจากพล.อ.ประยุทธ์ หลังลงจากตำแหน่ง

“น่าสนใจว่า ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ถ้าพรรคการเมืองขนาดกลาง และขนาดเล็กรวมตัวกันได้ ในคะแนนเสียงที่มากพอ โดยเฉพาะกลุ่มการเมืองเก่า พรรคสร้างอนาคตไทย จะมีสิทธิเป็นพรรคร่วมรัฐบาลได้มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ แต่อาจไม่ได้มีพลังมาก เหมือนตอนมาก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ”

ตอนนี้ต้องจับตามองว่า การเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคการเมืองขนาดกลางและขนาดเล็ก จะเป็นตัวแปรที่สำคัญ ถ้ายิ่งในพรรคที่มีสมาชิกทำงานในพื้นที่มายาวนาน จะสร้างการต่อรองทางการเมืองได้มาก ตัวอย่างที่ผ่านมาเช่น พรรคพลังชล ที่ทำงานในพื้นที่ชลบุรี หรือพรรคภูมิใจไทย ในพื้นที่บุรีรัมย์ แต่ไม่แน่ว่า พรรคการเมืองบางพรรค อาจจะสูญพันธุ์ในการเลือกตั้งครั้งหน้าก็ได้.