ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ราคาน้ำมันได้เพิ่มขึ้นสูงมาก ซึ่งส่งผลกระทบทางตรงกับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เติมน้ำมันสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล หรือแม้แต่ทางอ้อมอย่างการขนส่งสินค้าต่างๆ
บทความวันนี้ ผมอยากชี้ให้เห็นว่า เพราะเหตุใดราคาน้ำมันถึงได้สูงขึ้นอย่างน่าตกใจในช่วงที่ผ่านมา แล้วราคาน้ำมันจะลดลงเมื่อไหร่ รวมถึงต้องทำอย่างไรที่ประเทศไทยจะแก้ปัญหานี้ในระยะยาวได้สำเร็จ
กลุ่ม OPEC พยุงราคาน้ำมันดิบ
สาเหตุหลักที่ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นสูงในช่วงที่ผ่านมา ผมคิดว่า ย่อมหนีไม่พ้นเรื่องของราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) ได้ประกาศพยุงราคาน้ำมันดิบ หลังจากที่ราคาน้ำมันดิบได้ตกลงมาอย่างหนักในช่วงปี 2020
ช่วงดังกล่าว เราจะเห็นว่าราคาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้าตกลงมาจนมีราคาติดลบเสียด้วยซ้ำ เหตุผลก็คือการแพร่ระบาดของโควิด-19 ประชาชนหลายคนต้องทำงานอยู่ที่บ้าน การเดินทาง หรือการใช้พลังงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อกลุ่ม OPEC ไม่อยากซ้ำรอยเดิมเหมือน จึงมีการประชุมกันเพื่อพยุงราคาน้ำมันดิบ โดยการลดกำลังการผลิตเพื่อที่จะไม่ให้น้ำมันออกสู่ตลาดมากเกินไป ผลก็คือราคาน้ำมันดิบปัจจุบันจะไม่มีราคาตกลงอย่างในอดีตแล้ว
ความต้องการพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นหลังโควิด
แม้ว่าเศรษฐกิจของไทยจะฟื้นตัว (แบบช้ามาก) ก็ตาม แต่หลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว นำโดยสหรัฐอเมริกาและยุโรป ที่มีนโยบายการจัดการโควิดแตกต่างกับประเทศในเอเชีย ซึ่งประเทศเหล่านี้ มีนโยบายเปิดเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้นกว่าในปี 2021 ที่ผ่านมา อีกทั้งกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่กลับมาคึกคัก ก็ทำให้เกิดความต้องการพลังงานเพิ่มสูงขึ้น
อย่างไรก็ดี ปริมาณน้ำมันของกลุ่ม OPEC ที่ส่งเข้ามานั้น ยังน้อยกว่าก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19
ขณะเดียวกันน้ำมันคงคลังของหลายประเทศเองก็ลดลงต่ำ แต่ความต้องการกลับเพิ่มสูงขึ้น ราคาน้ำมันนั้นจึงเพิ่มสูงขึ้นทันที
...
ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
ในช่วงที่ผ่านมา เราจะเห็นความขัดแย้งหลากหลายประเด็นในปัญหาภูมิรัฐศาสตร์-ปัญหาระหว่างประเทศ อย่างในกรณีล่าสุดที่เกิดขึ้นคือ ความขัดแย้งของรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้ราคาพลังงานในทวีปยุโรปสูงขึ้นทันที เนื่องจากหลายประเทศในทวีปยุโรปเองต้องนำเข้าพลังงานไม่ว่าจะเป็นทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติส่วนหนึ่งมาจากรัสเซีย
หรือแม้แต่ปัญหาความรุนแรงในตะวันออกกลาง เช่น การยิงจรวดของกลุ่มกบฏฮูตีในประเทศเยเมน ได้ยิงใส่โครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานของประเทศคู่ขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็นซาอุดีอาระเบีย ไปจนถึงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บางกรณีนั้นส่งผลกระทบให้การผลิตและราคาน้ำมันทันที
ทำความเข้าใจราคาน้ำมันของไทย
เมื่อเราเข้าใจราคาน้ำมันในตลาดโลกแล้วว่ามีสาเหตุที่ราคาขึ้น (หรือลง) ประกอบด้วยหลากหลายปัจจัยแล้วนั้น น้ำมันเหล่านี้ก็จะถูกบริษัทพลังงานซื้อและนำไปกลั่นออกมา ก่อนที่จะออกมาเป็นราคาขายปลีกของไทย
ในส่วนนี้จะเป็นโครงสร้างราคาขายน้ำมันของไทย ข้อมูลดังกล่าวนี้จะอ้างอิงเว็บไซต์ของกระทรวงพลังงาน ประกอบไปด้วย
ราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น จึงนำไปรวมกับ
- ภาษีสรรพสามิต
- ภาษีเทศบาล
- เงินนำเข้ากองทุนน้ำมัน / เงินอุดหนุนกองทุนน้ำมัน
- เงินนำเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ออกมาเป็นราคาขายส่งน้ำมันสำเร็จรูป จึงนำไปรวมกับ
- ค่าการตลาด
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม (จากค่าการตลาด)
แล้วก็ได้ออกมาเป็นราคาน้ำมันของคนไทยที่เติมกันอยู่ทุกวันนี้
ทางออกชั่วคราวของรัฐบาล
สำหรับแนวคิดในการแก้ปัญหาราคาน้ำมันแพงชั่วคราวที่รัฐบาลสามารถทำได้ทันที คือการลดภาษีที่ปัจจุบันเก็บเพิ่มเติมจากราคาน้ำมัน
ถ้าหากเราดูโครงสร้างราคาน้ำมันอ้างอิงราคาล่าสุด ณ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565 จะเห็นว่ามีการเก็บภาษีที่ซ้ำซ้อน เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม จะลดราคาน้ำมันได้ไม่น้อยกว่า 1.5 บาทต่อลิตร
หรือหากเป็นการลดภาษีสรรพสามิตชั่วคราว ก็สามารถลดราคาน้ำมันลงมาได้ถึง 2-3 บาทต่อลิตร แต่ก็ยังที่มีเงินเข้ารัฐอยู่ เนื่องจากปัจจุบันภาษีสรรพสามิตที่เก็บกับน้ำมันเบนซิน 91 อยู่ที่ 5.85 บาทต่อลิตร ขณะที่น้ำมันดีเซลนั้นอยู่ที่ 5.99 บาทต่อลิตร
หลังจากนี้ เมื่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกลดลงมา ก็ค่อยขึ้นภาษีหลังจากนี้ได้ครับ
อย่างไรก็ดี ทางออกของรัฐบาล คือการกู้เงินมาใช้กับกองทุนน้ำมันนั้น นอกจากจะทำให้ราคาน้ำมันลดลงได้เพียงระยะสั้นกว่าการลดภาษีแล้วนั้น จะยังสร้างปัญหาต่อมาอีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอัตราเงินเฟ้อที่มากับราคาน้ำมันจะไม่ได้ลดลง รวมถึงเรื่องสำคัญคือวินัยการคลังที่รัฐบาลปัจจุบันได้เน้นย้ำมาโดยตลอด
การแก้ปัญหาระยะยาว
ทางออกระยะยาวของประเทศไทยคือการบูรณาการระบบโลจิสติกส์ให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งที่รัฐบาลควรทำ คือเน้นการขนส่งที่มีราคาต่อหน่วยที่ถูกนั่นก็คือการขนส่งทางราง
ที่ผ่านมาเราจะเห็นว่าการพัฒนาการขนส่งทางรางของประเทศไทยทำได้ค่อนข้างช้า เมื่อเทียบกับการพัฒนาการสร้างถนน ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์เวย์ หรือเส้นทางใหม่ๆ
แม้ว่าการลงทุนกับการขนส่งทางรางจะใช้เม็ดเงินมากกว่าการสร้างถนนก็ตาม อ้างอิงรายงานจากการวิจัยที่ประเทศคาซัคสถาน ซึ่งเป็นประเทศกำลังพัฒนา แต่เป็นประเทศที่ผลิตพลังงานน้ำมันได้ ในรายงานปี 2019 กล่าวถึงว่าการขนส่งทางรางนั้นมีประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน นอกจากนี้ยังลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อีกด้วย
ปัจจุบัน การใช้พลังงานสำหรับภาคขนส่งนั้นคิดเป็น 1 ใน 3 ของการใช้พลังงานทั่วโลก แต่การใช้การขนส่งสินค้าทางรางด้วยรถไฟกลับมีการใช้งานเพียงแค่ 7 เปอร์เซ็นต์ จากปริมาณสินค้าทั่วโลกเท่านั้น
ตัวเลขคาดการณ์ของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2561 ที่ผ่านมา ไทยได้ใช้ต้นทุนการขนส่งอยู่ที่ 13.4 เปอร์เซ็นต์ของ GDP แตกต่างกับกลุ่มประเทศอย่างลาตินอเมริกาที่อยู่ 12.1 เปอร์เซ็นต์ เอเชียแปซิฟิกที่ 12.7 เปอร์เซ็นต์
ขณะที่ยุโรปอยู่ที่ 8.5 เปอร์เซ็นต์ อเมริกาเหนืออยู่ที่ 8.4 เปอร์เซ็นต์ การเพิ่มการขนส่งทางรางนอกจากจะช่วยให้การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยทำให้ขนส่งสินค้าปริมาณสูงไปยังภูมิภาคต่างๆ ได้ดีมากยิ่งขึ้นด้วย เมื่อเทียบกับการขนส่งทางรถยนต์
นอกจากนี้ยังมีการหันไปส่งเสริมพลังงานทางเลือกให้มากขึ้น หรือแม้แต่การให้สิทธิประโยชน์กับการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการลดการใช้พลังงานจากน้ำมัน
...
เมื่อไหร่ที่ราคาน้ำมันถึงจะลดลง
ในรายงานของ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีทีบี หรือ ttb analytics เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2565 วิเคราะห์ว่า ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงยังเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เงินเฟ้อในปี 2565 ยังคงอยู่ในระดับสูง เนื่องจาก กิจกรรมทางเศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัว รวมถึงในช่วงปลายปี 2564 และต้นปี 2565 มีสภาพภูมิอากาศที่หนาวมากกว่าปกติ ส่งผลให้ทั่วโลกมีปริมาณความต้องการเชื้อเพลิงเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกันประเทศผู้ผลิตน้ำมันไม่สามารถปรับเพิ่มกำลังการผลิตได้เพียงพอกับความต้องการ จึงสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อราคาน้ำมันโดยเฉพาะในช่วงต้นปีนี้ แม้ไทยจะได้รับผลดีจากการที่รัฐบาลเข้าตรึงราคาเชื้อเพลิงบางประเภท แต่ไม่เพียงพอที่จะช่วยลดแรงกดดันด้านราคาที่เพิ่มขึ้นเร็ว
ttb analytics ประเมินว่า หลังเข้าสู่ไตรมาสที่ 2 ปี 2565 แรงกดดันด้านราคาพลังงานจะคลี่คลายลงบ้าง แต่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องไปจนกว่ากลุ่มผู้ผลิตน้ำมันจะสามารถบริหารจัดการทยอยเพิ่มกำลังการผลิตให้ได้ตามเป้าหมายในช่วงไตรมาส 3 นี้
เราจะเห็นว่าราคาน้ำมันของไทยที่สูงขึ้นนั้นมีหลายปัจจัยทั้งในและนอกประเทศ อย่างไรก็ดีรัฐบาลสามารถแก้ปัญหานี้ได้ แต่ปัญหาราคาน้ำมันแพงนี้ในระยะยาวนั้น รัฐบาลจะต้องวางแผนการใช้พลังงานของประเทศไทยว่าจะไปในทิศทางใดอีกต่างหาก เพราะถ้าหากวางแผนผิดพลาดแล้ว ไทยเองอาจประสบปัญหาซ้ำรอยเดิม และประชาชนก็เป็นฝ่ายที่ได้รับผลกระทบนี้เต็มๆ แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้
ที่มา:
สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน - โครงสร้างราคาน้ำมัน
ttb analytics - ประเมินเงินเฟ้อปี 65 แตะ 2%
...
สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ - Thailand Logistics Report 2019