มรสุมหลายลูกกำลังถาโถมเข้าใส่ "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย ทำให้ต้องเร่งแก้ไขก่อนจะลุกลามบานปลาย ยิ่งเจอศึกใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐ นำไปสู่การลงมติพรรคขับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า พร้อม ส.ส. 20 คน ออกจากพรรค เพื่อให้จบปัญหาคาราคาซังมานาน
แต่เกมการเมืองคงไม่จบแค่นี้ จะถึงขั้นกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลเพราะสุ่มเสี่ยงเสียงปริ่มน้ำหรือไม่ อาจไม่ขนาดนั้น จะต้องติดตามท่าทีของ ร.อ.ธรรมนัส และส.ส.ในก๊วน ภายในช่วง 30 วัน ในการหาพรรคใหม่สังกัด นั่นจะเป็นคำตอบว่าเลือกฝ่ายใด ระหว่างรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน
ท่ามกลางความคลุมเครืออาจทำให้ "บิ๊กตู่" กังวลใจเล็กน้อย จนเป็นที่มาในการเปิดเพลง "อย่ายอมแพ้" จากโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นเพลงให้กำลังใจคนที่ท้อแท้หมดหวัง และมีการร้องคลอตามไปด้วย ในช่วงท้ายของการประชุม ศบศ. ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ พร้อมกับยืนยันหนักแน่น "ไม่ยอมแพ้อยู่แล้ว ทุกคนต้องไม่ยอมแพ้เพื่อประเทศชาติ ประชาชนที่รักยิ่งของพวกเรา"
ในการฟังเพลงของแต่ละคนในแต่ละช่วงสถานการณ์ จะสะท้อนความรู้สึกลึกๆ ของคนๆ นั้น ทั้งยามรัก มีความสุข อกหัก เศร้าสร้อย ต้องการกำลังใจ หรือกระตุ้นให้เกิดความฮึกเหิม ก่อนจะลงมือทำอะไร และเมื่อมาวิเคราะห์จากเนื้อหาของเพลง "อย่ายอมแพ้" ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เปิดและร้องตาม อาจจะบ่งบอกความรู้สึกบางอย่าง หรือไม่มีอะไรเลย เป็นเพียงการสร้างสีสันสร้างจุดสนใจก็อาจเป็นไปได้
...
เพลงอย่ายอมแพ้ ส่วนลึก "บิ๊กตู่" ไม่ยอมสยบให้ใคร
ในความเห็นของ “ศ.ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม” นักจิตวิทยา และที่ปรึกษาโครงการศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มองว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ เปิดเพลง "อย่ายอมแพ้" เป็นการพยายามปลอบใจตัวเอง เพราะไม่มีอะไรดีขึ้นเท่ากับการเปิดเพลงปลอบใจ ให้มีความมุ่งมั่น และพยายามบอกตัวเองอย่ายอมแพ้ ซึ่งตรงกับความรู้สึกในขณะนี้ หรือรู้ตัวว่ากำลังมีคนพยายามให้ยอมสยบ เป็นสถานการณ์ที่หนักกำลังหาทางออก แต่ก็ไม่ยอมแพ้
“เหมือนเพลง You raise me up ทำให้คนเกิดกำลังใจขึ้นในการฝ่าฟันอุปสรรค ก็ใกล้เคียงกับเพลงอย่ายอมแพ้ มีการนำไปเปิดในที่ประชุม ศบศ. คิดว่าลึกๆ นายกฯ คงมีอะไรอยู่ในใจ และเพลงนี้ตรงกับความรู้สึกพอดี เลยเปิดให้คนรับรู้ว่า ไม่เคยยอมแพ้ เพราะเพลงนี้มีความหมายมากในการปลอบใจตัวเองและคนอื่น จากความรู้สึกของคนแต่งเพลงให้คนเห็นภาพ สำหรับคนหมดกำลังใจ แต่หากนายกฯ ฟังไปเรื่อยๆ อาจยิ่งไปกันใหญ่”
หรือเพลง “The Impossible dream” ความใฝ่ฝันที่ไม่มีทางเป็นไปได้ หรือเป็นไปได้ยาก ทำให้คนฟังอินไปกับเพลง หรือคนที่ขาดความมั่นใจ ต้องฟังเพลง "My Way" เพราะเพลงต่างๆ แต่งเพื่อดลใจให้กับคน ได้มีอารมณ์หลากหลาย และในกรณีผิดหวังกับความรัก ควรฟังเพลงที่มีเนื้อหาปลอบใจตัวเอง โดยเพลงแต่ละเพลงจะทำให้คนฟังคล้อยตาม หากเป็นโรคซึมเศร้า ยิ่งฟังเพลงเศร้า จะเหมือนการสะกดจิต จนเกิดจินตนาการจากการใช้คำพูดที่เป็นเสียงโมโนโทน ไม่มีเสียงสูงต่ำ
นอกจากนี้เสียงเพลงทำให้คนบางคนร้องไห้ออกมา เพราะส่วนใหญ่คนในโลกมักจะผิดหวัง และบางเพลงยิ่งฟังยิ่งเศร้า เหมือนสะกดจิต เช่นเดียวกับเพลงอย่ายอมแพ้ แม้คนฟังต้องการปลอบใจตัวเอง แต่หากฟังต่อเนื่องจะสร้างจินตนาการ เพราะเนื้อเพลงมีความหมายกว้างแล้วแต่การตีความของแต่ละคน
...
“คนทั่วโลกส่วนใหญ่มีอารมณ์เศร้า ชอบฟังเพลงเกี่ยวกับความรัก ความผิดหวัง ยิ่งมีเสียงดนตรีประกอบ ทำให้กระตุ้นจิตใต้สำนึก ซึ่งเพลงก็เหมือนดาบสองคม ถ้าร้องจนอินมากไป ก็เป็นการสะกดจิต ไปตีความว่าเป็นตัวเรานั่นเอง จากส่วนลึกของจิตใจ”
ฟังเพลงซ้ำๆ เหมือนสะกดจิต อาจดื้อรั้น เพราะไม่ยอมแพ้
ปกติแล้วมนุษย์มักมีปัญหาเรื่องอารมณ์ บางคนใช้อารมณ์ตัดสินเหนือเหตุผล จนเป็นโรคซึมเศร้า หรืออารมณ์แกว่ง เป็นไบโพลาร์ “เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย” จากเคยชอบฟังเพลงกลับไร้อารมณ์ ควรต้องฟังเพลงอย่างน้อยวันละ 3 เพลง เพราะเป็นสิ่งดี ทำให้ระบบทางเดินหายใจดีขึ้น และขยับใบหน้าแสดงความรู้สึกตาม เพราะการฟังเพลงใช้สมองซีกขวา ในการสร้างจินตนาการ แต่ต้องคิดตามเพื่อให้สมองซีกซ้ายพัฒนาตาม หรือร้องเพลง จะหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน จากการผ่อนคลายมีความสุข
กรณีนักร้องหากร้องเพลงแค่ตามหน้าที่ ไม่ร้องตามอารมณ์ ก็จะเกิดปัญหาทำให้อายุสั้น ต้องทำให้สมดุลควรร้องเพลงออกจากอารมณ์จริงๆ อย่างกรณีนักร้องดังๆ หลายคนไม่มีอารมณ์ ต้องใช้เหล้าและยากระตุ้นอารมณ์ จนสูญเสียชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย
...
สำหรับข้อแนะนำในการฟังเพลง ไม่ควรฟังเพลงซ้ำๆ แบบเดิมๆ เพราะทำให้เป็นอัลไซเมอร์ หรือบางเพลงไม่ควรเปิดขณะกำลังนอนจะทำให้นอนไม่หลับ ต้องรู้จักเลือกเพลง เช่น เพลงบรรเลงฟังสบายๆ และในกรณี พล.อ.ประยุทธ์ หากยังฟังเพลงอย่ายอมแพ้ต่อไปอีก จะทำให้ดื้อรั้นขึ้น เหมือนการสะกดจิต จากการไม่ยอมแพ้ก็ได้
“อะไรก็แล้วแต่ ควรปรับให้เข้ากับยุคปัจจุบัน ถ้าผู้นำประเทศยังฟังและร้องเพลงนี้ไม่หยุด ก็จะดื้อ อยากเอาชนะคนอื่นอยู่ตลอดเวลา อยากให้เปลี่ยนเพลงอื่นบ้าง เพราะเพลงทำให้เกิดอารมณ์ร่วม ยิ่งร้องร่วมกัน ยิ่งไปกันใหญ่”.