หลายเหตุการณ์ที่พนักงานรักษาความปลอดภัย หรือ รปภ.ในคราบผู้ร้ายก่อเหตุเสียเอง จนมาครั้งล่าสุด "มนตรี ใหญ่กระโทก" หัวหน้า รปภ. วัย 36 ปี บุกขึ้นไปข่มขืนเหยื่อสาวอยู่เพียงลำพังในคอนโดฯ ก่อนหนีไปบ้านเกิด อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว เข้าไปกบดานในป่า แต่ไม่พ้นจากการถูกไล่ล่ากดดันของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนยอมมอบตัว
เมื่อมีการตรวจสอบประวัติ พบว่าหัวหน้า รปภ.หื่นรายนี้เคยมีความผิดเกี่ยวกับเพศ ในคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จึงเกิดคำถามใบอนุญาตในการเป็น รปภ. ทำไมได้มาอย่างง่ายดาย ทั้งที่ พ.ร.บ.ธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 ระบุชัดถึงลักษณะต้องห้ามของผู้จะมาเป็น รปภ. ต้องไม่เคยต้องโทษจำคุกคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน เพศ ยาเสพติด การพนัน เว้นแต่เป็นความผิดลหุโทษ หรือกระทำโดยประมาท
พ.ร.บ.ธุรกิจรักษาความปลอดภัยฯ ประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค. 2559 เพื่อควบคุมธุรกิจรักษาความปลอดภัย ซึ่งเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สินของประชาชน และส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม จึงกำหนดคุณสมบัติพนักงาน รปภ. ในการออกใบอนุญาต และผู้ประกอบการจะต้องตรวจสอบประวัติอาชญากรรม
...
หรือว่ากฎหมายเป็นสิ่งที่บัญญัติไว้เท่านั้น แต่กลับมีการปล่อยปละละเลย จนเกิดเหตุการณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้เปรอะเปื้อนวงการ รปภ. ซึ่งมีทั้งคนดีและคนไม่ดี และหนทางไปสู่การแก้ไขปัญหา ควรดำเนินการอย่างไรต่อไป ในเรื่องนี้
"รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล" ผู้ช่วยอธิการบดี และประธานกรรมการคณะอาชญาวิทยา มหาวิทยาลัยรังสิต มองว่า ประเด็นการมีกฎหมายเข้ามาควบคุมดูแล ไม่ได้หมายความว่าจะหยุดยั้งการกระทำความผิดได้ จะต้องดูว่าปัญหาจากกรณีนี้ เกิดจากอะไร คือ 1. ระบบอนุญาตให้คนมาทำหน้าที่ รปภ. ซึ่งกฎหมายกำหนดข้อห้ามอย่างชัดเจน โดยเน้นการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ และเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้ ไม่ต้องการให้คนมีความผิดเกี่ยวกับเพศ มาดูแลด้านความปลอดภัย หรืออาจเพราะมีการเล็ดลอดจากระบบใบอนุญาต
2. เมื่อ รปภ.ได้ใบอนุญาต มาดูแลความปลอดภัย ทั้งอพาร์ตเมนต์ คอนโดฯ สถานศึกษา หรือสถานที่ต่างๆ จะต้องมีการนำกลไกมาตรวจสอบอีกชั้นหนึ่ง และมีการฝึกอบรมเพื่อทบทวน ตามที่กฎหมายฉบับนี้กำหนด โดยนิติบุคคล และผู้ประกอบการ ต้องมีองค์ความรู้ด้านความปลอดภัย มีการทบทวนเรื่องระเบียบ และข้อกฎหมายในการควบคุมดูแลอีกชั้น
“เหตุที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้รับการอำนวยความสะดวก และโดยหลักแล้วการที่คนก่อความผิดมาก่อน จะถูกเก็บประวัติอาชญากร แม้ผ่านไป 3-5 ปี ข้อมูลยังคงอยู่ ซึ่งกฎหมายมีข้อกำหนดลักษณะต้องห้าม โดยเฉพาะทางเพศ เรื่องนี้ต้องตรวจสอบว่าปล่อยให้เล็ดลอดได้อย่างไร หากมองว่าบริษัท รปภ. ไม่ตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด แต่เจ้าหน้าที่รัฐต้องตรวจสอบอีกชั้นหนึ่ง เป็นการส่งเรื่องต่อนายทะเบียนใน กทม.คือ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ส่วนต่างจังหวัด คือ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด เพราะบริษัทอาจได้ข้อมูล ไม่เหมือนเจ้าหน้าที่รัฐที่มีทะเบียนอาชญากร”
เรื่องความปลอดภัยของประชาชน เป็นหน้าที่หน่วยงานรัฐต้องตรวจสอบ คิดว่าประเด็นใบอนุญาต อาจมีการทุจริตหรือไม่ หรืออาจส่งรายชื่อให้ตรวจสอบจำนวนมาก อาจทำให้เล็ดลอดมาได้ อย่างหน่วยงานตำรวจ เคยผิดพลาดมาแล้ว ในการคัดเลือกบุคคลเข้ามาเป็นตำรวจ โดยปรากฏว่า มี 10 กว่าคน มีประวัติกระทำความผิดเล็ดลอดเข้ามา ทั้งๆ ที่มีคุณสมบัติต้องห้าม
...
เช่นเดียวกับการให้ใบอนุญาต รปภ.จะต้องมีการตรวจสอบช่องโหว่ ว่ามาจากคน หรือมีช่องโหว่จากกฎหมายหรือไม่ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ เพราะการที่ รปภ.กระทำความผิด ก็เหมือนเจ้าหน้าที่รัฐ อาจทำผิดเสียเอง ดังนั้นต้องมีระบบเข้ามาคุมคน หากหัวหน้า รปภ.จะขึ้นไปบนห้องผู้พักอาศัย ต้องมี รปภ.อีกคนตามขึ้นไป หรือมีระบบติดตามการทำงาน ไม่ให้กลายเป็นว่า หัวหน้า รปภ.ขึ้นไปคนเดียว และกระทำความผิด
นอกจากนี้นิติบุคคล ควรลงทุนระบบความปลอดภัย มีคนติดตามดูกล้องวงจรปิด ติดตามช่างกุญแจเมื่อขึ้นไปที่พักอาศัย ต้องมีระบบเข้ามาคุมคน โดยกฎหมายฉบับนี้เน้นเฉพาะพนักงาน รปภ. แต่ไม่เน้นการทำหน้าที่ของนิติบุคคล ซึ่งควรมีความรู้ด้านความปลอดภัย ไม่ใช่ใครก็ได้จะเข้ามาทำหน้าที่ ต้องมีความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวกับชีวิตคน รวมถึงผู้ประกอบการที่พักอาศัย ต้องมีความรู้ระบบตรวจสอบ มีการลงทุนเทคโนโลยี เพื่อควบคุม รปภ. และมีบทลงโทษสำหรับผู้ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์อย่างจริงจัง
“อยากให้มองเรื่องมาตรการป้องกัน แม้เป็นเรื่องของวัวหายแล้วล้อมคอก ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ไม่ว่าคอนโดฯ ถูกหรือแพง ต้องลงทุนเพื่อชีวิตคนที่พักอาศัย และจากที่สังเกตเรื่องพวกนี้จะมีคนพูดคุยแก้ปัญหา เมื่อเกิดเหตุการณ์ แต่เมื่อกระทบต่อสังคมวงกว้าง จะหันกลับมาทบทวนมาตรการในธุรกิจของตัวเอง”
...
เพราะฉะนั้นต้องทบทวนองค์ความรู้ มีการประเมินและทดสอบตรวจสุขภาพจิตตามหลักพฤติกรรมศาสตร์ แม้ รปภ.ไม่เคยก่อความผิดมาก่อนก็ตาม และใบอนุญาต รปภ. มีอายุ 3 ปี แต่ต้องมีระบบควบคุมดูแล หาก รปภ.มีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เช่น แอบชอบผู้พักอาศัย ขณะที่ภาครัฐอาจทบทวนระเบียบที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้ให้ครอบคลุมทั้งระบบ และต้องสนับสนุนในการดูแลชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน
หรืออาจมีกฎหมายให้ประชาชนในชุมชนเข้ามาช่วยดูแล โดยมีระบบคัดเลือกผู้ช่วยพนักงานที่มีคุณสมบัติ มาดูแลความปลอดภัย และใช้ภาษีท้องถิ่น มาจ่ายค่าตอบแทนรายเดือน เพื่อสร้างแรงจูงใจ ซึ่งจะลดปัญหาอาชญากรรมลงได้ จากการศึกษาของตำรวจในประเทศยุโรป และไทยน่าจะนำมาใช้ หากเป็นไปได้.