พระมหาไพรวัลย์ ลาสิกขา ไม่ทนความอยุติธรรม ภาพสะท้อนสะเทือนวงการสงฆ์

ข่าว

    พระมหาไพรวัลย์ ลาสิกขา ไม่ทนความอยุติธรรม ภาพสะท้อนสะเทือนวงการสงฆ์

    ไทยรัฐออนไลน์

    3 ธ.ค. 2564 19:40 น.

    ในที่สุดพระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ วัย 30 ปี ชาวจันทบุรี พระนักเทศน์ชื่อดัง ขวัญใจเด็กรุ่นใหม่และชาวโซเชียล แห่งวัดสร้อยทอง ได้ลาสิกขาแล้ว เปลี่ยนสถานภาพเป็นฆราวาส ภายใต้ชื่อ นายไพรวัลย์ วรรณบุตร ปิดตำนาน 2 พส. เคยไลฟ์สดแสดงธรรมแนวขำขัน ร่วมกับพระมหาสมปอง จนสร้างปรากฏการณ์มียอดผู้ติดตามล้านคนภายในคืนเดียว

    หลังประกาศล่วงหน้ามาเดือนกว่า เมื่อคืนวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา จะสละสมณเพศที่ครองมายาวนาน 18 ปี ด้วยปัญหาความไม่เป็นธรรมในวงการคณะสงฆ์ และจะกลับไปทำหน้าที่ลูก เพื่อดูแลแม่ที่ป่วยมะเร็ง

    ทันทีที่สถานภาพเปลี่ยนมาเป็นฆราวาส “ทิดไพรวัลย์” หรือนายไพรวัลย์ วรรณบุตร ประกาศจะเป็นกระบอกเสียงให้กับพระชั้นผู้น้อย และความไม่เป็นธรรมหลายเรื่อง มองว่าสังคมพระทุกวันนี้คับแคบ พระผู้ใหญ่ไม่มีคุณธรรมให้กราบไหว้อย่างสนิทใจ ส่วนสำนักงานพุทธศาสนาฯ ตั้งขึ้นมาดูแลศาสนา แต่ทุกวันนี้มีบทบาทเอาแต่จับผิดพระสงฆ์

    ต้องจับตาวงการสงฆ์ นับจากนี้จะลุกเป็นไฟหรือไม่ เมื่อ “ทิดไพรวัลย์” เตรียมจัดหนักสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ และสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมพระ จากความเห็นของ “ผศ.ดร.ชาญณรงค์ บุญหนุน” ภาควิชาปรัชญาและศาสนา คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งมองในหลายแง่มุม โดยประเด็นแรกต้องดูว่า ทิดไพรวัลย์ จะออกมาแฉหรือเปิดโปงเรื่องอะไร ขึ้นอยู่กับข้อมูลจะสะเทือนวงการสงฆ์หรือไม่ และข้อมูลก็รู้ว่าจะเกิดอะไรต่อไป แต่มองว่าตัวองค์กรจะไม่สะเทือนอย่างแน่นอน

    ผศ.ดร.ชาญณรงค์ บุญหนุน
    ผศ.ดร.ชาญณรงค์ บุญหนุน

    “เพราะองค์กรนี้ค่อนข้างหนา อยู่ในกลุ่มของเขา ภูมิใจในตัวของเขาในการรักษาอำนาจ เหมือนอยู่คนละโลก แต่ในสายตาของฆราวาสก็จะได้รู้อะไรมากขึ้น อาจเป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มแฟนคลับและคนรุ่นใหม่จะเห็นภาพวงการสงฆ์มากขึ้น อย่างที่เคยมีการวิพากษ์วิจารณ์มาตลอด ในสมัยเสฐียรพงษ์ วรรณปก กระทั่งปัจจุบันเปิดกว้างมากขึ้น ในการย้อนมองวงการสงฆ์มากขึ้น เพียงแต่ว่าองค์กรสงฆ์จะมีการปรับหรือไม่ก็เท่านั้น”

    ในอีกแง่จะเป็นภาพสะท้อนให้เห็นวงการสงฆ์หรือไม่ หลังการสึกของอดีตพระมหาไพรวัลย์ หากมองจากประสบการณ์ของตัวเองที่เคยบวชเรียนมาก่อน ยอมรับว่าผู้ปกครองสงฆ์ไม่สนใจใครเท่าไร หรือใครจะสึกก็สึกไป โดยตัวเองยังครองสมณศักดิ์อันสูงส่งต่อไป ไม่ว่าจะเป็นพระระดับสูง หรือระดับเจ้าคณะขึ้นไป ยังคงมองว่าชาวบ้านช่วยค้ำจุน

    ขณะที่พระสงฆ์จำนวนหนึ่งที่มีอำนาจตามที่ ทิดไพรวัลย์ ออกมาวิจารณ์ มองว่าสถานะของตัวเองถูกค้ำจุนโดยชนชั้นนำ และจากรัฐ ตราบใดที่ได้รับการสนับสนุนก็จะอยู่ได้อย่างมั่นคง เพราะระบบสมณศักดิ์ทำให้พระสังฆาธิการ เป็นพระของรัฐ ส่วนพระตัวเล็กตัวน้อยไม่มีสมณศักดิ์ใดๆ

    ส่วนบทบาทการทำหน้าที่ของสำนักพุทธศาสนาฯ ในยุคนี้ตามที่ ทิดไพรวัลย์ ออกมาวิจารณ์นั้น เป็นการรับใช้รัฐและรับใช้พระผู้ใหญ่ เมื่อพระผู้ใหญ่บอกให้ไปทิศทางใดก็ว่ากันไป เป็นการสนองอำนาจ แม้จริงๆ แล้วสำนักพุทธศาสนาฯ เป็นองค์กรของรัฐในการควบคุมพระสงฆ์อีกที โดยกินงบจากรัฐ แต่ไม่เคยคิดถึงประชาชน และเวลาทำงานก็เพื่อให้ตัวเองอยู่ในตำแหน่ง ทั้งๆ ที่เป็นข้าราชการต้องทำงานเกี่ยวข้องกับศาสนาพุทธ และปกครองพระสงฆ์

    “กลับมองว่าตัวเองเป็นผู้รับใช้ให้พระสงฆ์ ทั้งๆ ที่กินเงินเดือนรัฐ และอาจไม่คิดเท่าไรว่ากินเงินเดือนจากภาษีประชาชน จึงไม่ทำเพื่อประชาชน เพราะขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจรัฐ ต้องตอบสนองไม่ให้หลุดจากตำแหน่ง ไม่ต่างจากข้าราชการหน่วยอื่นๆ และเมื่อเป็นเช่นนี้ ทำให้พระเณรผิดหวังมาก มองเหมือนทิดไพรวัลย์ และหลายคนที่รู้จักได้ลาสิกขาไปแล้ว มีท่าทีไม่พอใจ ถึงขั้นเสนอให้ยุบมานานแล้ว และมีเจ้าอาวาสท่านหนึ่งเคยมาอบรม ได้ฝากขอให้ยุบสำนักพระพุทธศาสนาฯ เช่นกัน”

    ย้อนไปในสมัยตั้งสำนักพุทธศาสนาฯ ในช่วงแรกเมื่อปี 2541 สร้างความดีใจของหลายฝ่ายที่เรียกร้องกันมา แต่เมื่อเข้าสู่ปี 2560 บรรยากาศได้เปลี่ยนไป มีการสนองผู้กุมอำนาจรัฐ เหมือนพระสงฆ์ที่มีสมณศักดิ์จะเอนเอียงไปด้วยกัน โดยเฉพาะกลุ่มบนสุด ไม่เคยมีความคิดเป็นของตัวเอง มีแต่สนองอำนาจรัฐ ไม่เคยเปลี่ยนมุมมองของตัวเอง และพระผู้ใหญ่ไม่เคยสนใจพระเณรตัวน้อยๆ

    จากภาพที่เห็นได้ชัดใน กทม.และเมืองใหญ่ ซึ่งทุกคนจะใช้วิธีเอาตัวรอด ไม่เคยได้รับการเอาใจใส่ แสดงให้เห็นว่าตัวระบบไม่ได้ช่วยอะไรในการพัฒนาตัวบุคคล และไม่มีนโยบายในการผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพ ยึดโยงกับคณะสงฆ์ไว้ และเมื่อพระเณรเติบโตขึ้นมา ทำให้ไม่รู้สึกว่าคณะสงฆ์มีบุญคุณเหมือนกรณีทิดไพรวัลย์ แต่เป็นเรื่องของปัจเจกบุคคลที่จะมีต่อบุคคลที่คิดว่าคนนั้นมีบุญคุณ

    เมื่อสิ่งยึดโยงคณะสงฆ์ คือ อำนาจรัฐ และชนชั้นสูง ทำให้แรงกระแทกจากคนข้างนอกไม่ได้รับการใส่ใจ และบรรดาพระสงฆ์ที่เป็นปัจเจกบุคคลรับรู้ว่าโลกเปลี่ยนไป แต่เมื่อมีคนให้อำนาจก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เช่นเดียวกับกรณีทิดไพรวัลย์ ก็คงไม่มีแรงสั่นสะเทือน แต่จะมาสร้างบรรยากาศให้กลุ่มฆราวาสที่สนใจศาสนา ได้รับรู้ถึงความเสื่อมที่เกิดขึ้นในวงการศาสนา จนอาจได้รับผลกระทบในที่สุด.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      วิดีโอแนะนำ

      ศึกที่จอดรถ! จอดในซอยบ้านเจอแปะป้ายด่า-กรีดรถ สุดทนเข้าออกทุกครั้งวุ่น
      10:04

      ศึกที่จอดรถ! จอดในซอยบ้านเจอแปะป้ายด่า-กรีดรถ สุดทนเข้าออกทุกครั้งวุ่น

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      พระมหาไพรวัลย์ทิดไพรวัลย์มหาไพรวัลย์อดีตพระมหาไพรวัลย์พระมหาไพรวัลย์สึกพระมหาไพรวัลย์ลาสิกขาสำนักพุทธศาสนาวงการสงฆ์พระสงฆ์วัดสร้อยทองพระมหาสมปองไพรวัลย์ วรรณบุตรพระมหาไพรวัลย์สึกทำไมรายงานพิเศษ2พส.พระนักเทศน์

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันอังคารที่ 25 มกราคม 2565 เวลา 19:35 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์