ส่องเหตุผลสหรัฐฯ เมินไทย เขี่ยกระเด็นตกขบวนประชุมสุดยอดประชาธิปไตย

ข่าว

    ส่องเหตุผลสหรัฐฯ เมินไทย เขี่ยกระเด็นตกขบวนประชุมสุดยอดประชาธิปไตย

    ไทยรัฐออนไลน์

    26 พ.ย. 2564 19:26 น.

    หรือไทยจะอยู่นอกสายตาสหรัฐฯ เพราะรัฐบาลโจ ไบเดนไม่มีการเทียบเชิญร่วมประชุมสุดยอดเพื่อประชาธิปไตย (Summit for Democracy) เป็นการประชุมเสมือนจริงทางออนไลน์โดยสหรัฐฯ จัดขึ้นเป็นครั้งแรก ในวันที่ 9-10 ธ.ค.นี้

    วัตถุประสงค์หลักเพื่อหยุดยั้งการเสื่อมถอยทางประชาธิปไตย และการพังทลายของสิทธิเสรีภาพทั่วโลก ภายใต้การหารือ 3 หัวข้อ 1.การต่อต้านเผด็จการ 2. การรับมือและปราบปรามการทุจริต และ 3. การส่งเสริมการเคารพสิทธิมนุษยชน

    การประชุมครั้งนี้ทางสหรัฐฯ ได้เชิญ 110 ประเทศเข้าร่วม หนึ่งนั้นมีไต้หวัน รวมถึงอินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ เพียง 3 ประเทศจากอาเซียนได้รับเชิญ ส่วน 7 ประเทศที่เหลือทั้งไทย สิงคโปร์ เวียดนาม เมียนมา ลาวกัมพูชา และบรูไน ไม่ได้รับเชิญ เช่นเดียวกับประเทศมหาอำนาจอย่างจีนและรัสเซีย

    ในการเลือกประเทศเข้าร่วมประชุมสุดยอดเพื่อประชาธิปไตย ได้กลายเป็นประเด็นโต้แย้งจากรัสเซีย ออกมาบ่งชี้ว่าสหรัฐฯ มีเป้าหมายจะแบ่งแยกประเทศ มีความพยายามแยกจีนและรัสเซีย ให้เป็นฝ่ายเผด็จการหรืออำนาจนิยม

    ขณะที่ไทย ไม่ถูกรับเชิญ มีหลายฝ่ายมองว่าอาจเป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่ เพื่อตอกย้ำความตกต่ำของประชาธิปไตยในไทย โดยเฉพาะการเยือนเมียนมาของ "ดอน ปรมัตถ์วินัย" รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา ในการเข้าพบผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา

    ในเรื่องนี้ทำให้ "ดอน ปรมัตถ์วินัย" ลุกขึ้นชี้แจงกลางที่ประชุมสภาฯ ตอบกระทู้ถามสดระบุ การเยือนเมียนมาไม่ได้ไปแบบลับๆ ล่อๆ และการที่สหรัฐฯ ไม่เชิญไทยเป็นเรื่องการเมืองล้วนๆ ต้องการเล่นงานกันและกัน และประเทศอาเซียนที่เป็นประชาธิปไตย มีการเลือกตั้ง ไม่ได้รับเชิญเช่นกัน ดังนั้นการไม่เชิญจึงไม่แปลก บางเรื่องดีใจที่ไม่ได้รับเชิญ แต่หากเชิญต้องพิจารณาว่าจะไปหรือไม่ เพราะหลายกรณีเป็นดาบสองคม ไม่ใช่ไม่มีคำเชิญแล้วต้องกระทืบเท้าเสียใจ

    เบื้องหน้าเบื้องหลังจากท่าทีของสหรัฐฯ ที่มีต่อไทย เป็นอย่างไรกันแน่ เพราะก่อนหน้าซีไอเอ ได้เข้าหารือกับผู้นำของไทย แบบไม่มีวาระล่วงหน้า นำไปสู่การวิเคราะห์ของบรรดานักวิชาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มองว่าน่าจะเป็นความพยายามเสนอผลประโยชน์ให้กับไทย หลังรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับจีน

    ศ.กิตติคุณ ดร.ไชยวัฒน์ ค้ำชู
    ศ.กิตติคุณ ดร.ไชยวัฒน์ ค้ำชู

    “ศ.กิตติคุณ ดร.ไชยวัฒน์ ค้ำชู” ผู้อำนวยการวิทยาลัยการเมืองการปกครอง ในฐานะนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ยอมรับไทยไม่ได้เป็นประชาธิปไตยแบบเต็มใบ และสิ่งที่สหรัฐฯ ต้องการ คือความเป็นประชาธิปไตย แม้แต่ในสหรัฐฯ เองประชาธิปไตยได้เสื่อมถอยลง จึงอยากให้ประเทศที่มีประชาธิปไตยที่แท้จริง ร่วมหารือในการพัฒนาประชาธิปไตย เพราะไม่มีประเทศใดที่สมบูรณ์แบบ ทำให้สหรัฐฯ ตระหนักในเรื่องนี้ มีการเขียนในรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประเทศมีความสมบูรณ์มากขึ้น ด้วยประชาธิปไตย “Democracy is always a work in progress” แม้วันเวลาจะผ่านไปอย่างไร ประชาธิปไตยในสหรัฐฯ ต้องดำเนินอยู่ตลอดเวลา

    ในทางกลับกันแนวคิดคอมมิวนิสต์ของประธานาธิบดีเหมาเจ๋อตุง ต้องมีการปฏิวัติอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน เพราะไม่เช่นนั้นจะเป็นทุนนิยม มีการเอารัดเอาเปรียบประชาชน จึงมีการกระตุ้นสังคมให้ตื่นตัวในการเป็นคอมมิวนิสต์ และในทำนองเดียวกับประชาธิปไตยในสหรัฐฯ แม้มีการพัฒนามายาวนาน กระทั่งโดนัลด์ ทรัมป์ มีความพยายามปฏิวัติให้คนออกมา ไม่ให้ยอมรับการเลือกตั้ง โดยออกมาบอกว่ามีการโกงเลือกตั้ง ทำให้คนเป็นประธานาธิบดี ไม่มีความชอบธรรม แต่ความจริงได้พิสูจน์แล้วไม่มีการโกง

    “เป็นครั้งแรกในรอบ 300 กว่าปี จากการเปลี่ยนผ่านทำให้ประชาธิปไตยในสหรัฐฯ ไม่ได้เป็นไปแบบสันติวิธี เพราะการกระทำของทรัมป์ และสหรัฐฯ ชี้ให้เห็นว่าประเทศประชาธิปไตยต้องแสดงให้เห็นผลงานสนองประชาชนให้ได้ ตรงข้ามกับจีนและรัสเซีย พยายามเป็นต้นแบบว่าประชาธิปไตยในประเทศใหญ่ทำไม่ได้ เพราะใช้เวลาตัดสินใจกว่าจะได้ฉันทามติ แต่สิ่งที่โจ ไบเดน รณรงค์ในช่วงหาเสียง ได้บอกว่าสหรัฐฯ ต้องเป็นแบบอย่างให้เห็นในการเป็นประชาธิปไตย ประชาชนต้องมีสิทธิเสรีภาพ และสร้างผลงานให้กับประชาชน”

    ปัญหาประชาธิปไตยแบบไทย ไม่ได้รับตั๋วเชิญจากสหรัฐฯ

    แม้ประเด็นไม่ได้เชิญไทยเข้าร่วมประชุมสุดยอดเพื่อประชาธิปไตย ไม่ได้บอกถึงสาเหตุ แต่หลายประเทศที่มีประชาธิปไตยขั้นต่ำ อาจไม่เหมือนสหรัฐฯ เช่น ประชาธิปไตยแบบญี่ปุ่น หรือแบบอินโดนีเซีย แต่มีอย่างหนึ่งที่เหมือนกัน จากผลการเลือกตั้งเป็นตัวกำหนดว่าใครปกครองประเทศ เป็นไปอย่างยุติธรรม เป็นตัวกำหนดเจตนารมณ์ของประชาชนที่แท้จริง

    จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในไทย ทางสหรัฐฯ คงประเมินว่าไทยคงไม่เป็นประชาธิปไตย และอีกอย่างระบบยุติธรรมต้องมีการหล่อหลอมเรื่องความเสมอภาค แต่ประชาธิปไตยแบบไทยไม่มี ต้องมีข้อกำหนดขั้นต่ำของความเป็นประชาธิปไตย อย่างญี่ปุ่น หรืออินโดนีเซีย ซึ่งแม้ไม่เหมือนกับสหรัฐฯ แต่ต้องอยู่ในเกณฑ์ของความเป็นประชาธิปไตยตามหลักสากล อย่างน้อยต้องให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ และสร้างผลงานให้กับประชาชน ส่วนจะมีคุณภาพหรือไม่ ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

    ยกตัวอย่างประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น ของสหรัฐฯ เคยบอกว่าประชาธิปไตยเป็นการปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชนโดยตรง แต่ที่ผ่านมาไม่มีประเทศใดทำได้อย่างสมบูรณ์ จะต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แม้แต่สหรัฐฯ เคยถูกวิจารณ์ว่าประชาธิปไตยถดถอยลง สมัยประธานาธิบดีทรัมป์ ในประเด็นเหยียดผิว

    แต่ขณะเดียวกันได้เปิดกว้างให้กับคนพิการ แม้มีปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมก็ตาม และสังคมประชาธิปไตยสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ เพื่อให้เกิดการพัฒนาภายใต้ความโปร่งใส และรัฐบาลต้องรับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่ปิดกั้น เป็นลักษณะของประเทศประชาธิปไตย

    “เป้าหมายในการประชุมสุดยอดเพื่อประชาธิปไตย ไม่ได้บังคับให้เป็นประชาธิปไตยเหมือนสหรัฐฯ แต่โจ ไบเดน มองว่ามีหลายประเทศที่รัฐบาลไม่ยอมกำหนดตามประชาชน ก็ให้พิจารณากันเองแล้วกันว่าของไทยเป็นอย่างไร อยากให้คิดว่าการเป็นประชาธิปไตยสามารถทำได้แบบทูอินวัน แต่ประเทศเผด็จการหรืออำนาจนิยม ทำได้อย่างเดียว จากผลงานด้านการพัฒนาเท่านั้น แต่ประชาชนไม่มีสิทธิเสรีภาพ ไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้เหมือนประชาธิปไตย”

    อย่างจีน มีเรื่องอื้อฉาวล่าสุดกรณีเผิง ไซว่ นักเทนนิสหญิงชื่อดัง ออกมาแฉว่าถูกอดีตรองนายกรัฐมนตรีล่วงละเมิดทางเพศ แต่กลับถูกปิดกั้น ไม่มีการตรวจสอบ ตรงข้ามกับสหรัฐฯ กรณีประธานาธิบดี บิล คลินตัน มีเรื่องอื้อฉาวกับโมนิกา ลูวินสกี หญิงสาวฝึกงานในทำเนียบขาว แม้เป็นผู้นำประเทศ ยังต้องมีการสอบสวน หรือแอนดรูว์ คัวโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ถูกกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศผู้หญิง 11 คน ทั้งที่เคยได้รับการยอมรับในช่วงโควิด กระทั่งถูกโจมตีถูกดำเนินคดีอาญา และลาออกในที่สุด

    ทั้งนี้ทั้งนั้นจีนและรัสเซีย สามารถจัดประชุมในลักษณะนี้ได้ในระบอบของสองประเทศ เพราะในที่สุดแล้วไม่มีประเทศใดสามารถบังคับประเทศใดว่าต้องทำอย่างไร แม้แต่บรูไน ไม่มีประชาธิปไตย แต่ไม่มีใครมาตอแย หรือเวียดนาม ก็ไม่มีการเคลื่อนไหว รวมถึงเมียนมา และหากไทย ไม่อยากเปลี่ยนแปลง ก็อยู่ไปอย่างนี้ ไม่มีประเทศใดสามารถบังคับได้ แต่อยู่ที่ว่าไทยจะพร้อมหรือไม่ในการเปิดให้ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์

    เมื่อประเมินแล้วการที่สหรัฐฯไม่เชิญไทย เพราะจะเลือกเฉพาะประเทศที่มีศักยภาพจะเป็นประชาธิปไตย และการเชิญ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ เพียง 3 ประเทศในอาเซียน แม้ประชาธิปไตยไม่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นประเทศที่สะท้อนให้เห็นเจตนารมณ์ของประชาชน จากการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม แต่ไทยไม่เข้าหลักการประชาธิปไตยในเบื้องต้น และยังไม่ศักยภาพ

    “ถ้าไทยใจกว้างรับฟังประชาชน ก็จะเกิดผลดีต่อมนุษยชาติ หากสามารถทำได้ เพราะคนเราต้องการ 2 อย่าง ในการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมีเสรีภาพ และไม่อดตาย แต่จีนเลือกทำอย่างเดียว ไม่ให้คนอดตายเท่านั้น หากรัฐบาลเปิดรับฟังการวิพากษ์วิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ ก็จะเกิดการพัฒนาอย่างเต็มที่ อย่างมีเหตุผล เป็นสิ่งที่ควรยอมรับได้ เพื่อให้คนในสังคมอยู่ด้วยกันได้ด้วยความสร้างสรรค์”.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      วิดีโอแนะนำ

      มือมีด สุดเหิมเกริมจอดดักรอ ก่อนขี่สะกดรอยตาม จี้ชิงทรัพย์เด็กหน้าโรงเรียน
      04:03

      มือมีด สุดเหิมเกริมจอดดักรอ ก่อนขี่สะกดรอยตาม จี้ชิงทรัพย์เด็กหน้าโรงเรียน

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ประชุมสุดยอดเพื่อประชาธิปไตยสหรัฐไม่เชิญไทยประชาธิปไตยประชาธิปไตยในไทยปัญหาการเมืองไทยรายงานพิเศษไทยไม่เป็นประชาธิปไตยระบอบประชาธิปไตยเสรีภาพประชาชนไทยปิดกั้นเสรีภาพรัฐบาลไทยความสัมพันธ์ไทยสหรัฐการเมืองไทยเผด็จการอำนาจนิยมโจ ไบเดนประชุมประชาธิปไตยรัฐประหาร

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันเสาร์ที่ 22 มกราคม 2565 เวลา 23:16 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์