- นานกว่า 8 ปี การเลือกตั้งท้องถิ่นถูกแช่แข็งในยุค คสช. จนมาปี 2564 ได้มีการเลือกตั้ง อบจ. ตามด้วยเลือกตั้ง เทศบาล และมาถึงคิวของ อบต. จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 28 พ.ย. 2564 จำนวน 5,300 แห่ง ใน 76 จังหวัด
- องค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต. เป็นการปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดเล็กที่ใกล้ชิดกับประชาชนในระดับหมู่บ้านมากที่สุด ประกอบด้วย สมาชิกสภา อบต. และนายก อบต. มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน
- อบต.เกิดขึ้นตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย มาจากสภาตำบลที่มีรายได้ติดต่อกัน 3 ปี ซึ่งไม่รวมเงินอุดหนุนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าปีละ 150,000 บาท และมีจำนวนราษฎรไม่น้อยกว่า 2,000 คน เพื่อทำหน้าที่ในการพัฒนาตำบลในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
อำนาจ อบต. มีจำกัด เพราะรัฐรวมศูนย์อำนาจ
แม้ อบต.เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีความใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่มากสุด แต่ก็มีข้อดีและข้อด้อย หากเทียบกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ระดับใหญ่กว่า ทั้ง อบจ.และเทศบาล “รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย” อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มองว่า อบต. มีข้อดีที่มีคุณประโยชน์ แม้จะบอกว่าเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดเล็ก ไม่มีอำนาจหน้าที่อะไรมากนัก แต่มีข้อดีอย่างน้อยที่สุดเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีโอกาสได้รับเลือกตั้งจากประชาชนมากที่สุด แม้เป็นการเลือกตั้งขนาดเล็ก ไม่เท่ากับการเลือกตั้งระดับชาติ แต่ถึงอย่างไรก็แล้วแต่ อบต.พอได้รับใช้แก้ปัญหาให้กับประชาชนได้บ้าง แม้มีอำนาจไม่สมบูรณ์ แค่เพียงปัดกวาดทางน้ำ ทางเดิน ทำถนน แต่ก็พอแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้
...
ส่วนจุดด้อยเป็นปัญหาภาพใหญ่ ในการกระจายอำนาจจากโครงสร้างอำนาจรัฐที่รวมศูนย์อำนาจ ทำให้ อบต.มีอำนาจไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ มีข้อจำกัดในการแก้ปัญหาให้กับประชาชน เพราะยังตกอยู่ภายใต้อำนาจแฝงทั้งในจังหวัดและอำเภอ จากการแก้ไขกฎหมายส่วนท้องถิ่น ปี 2562 และกฎหมาย อบต. ฉบับใหม่ปี 2562 กำหนดเขตหมู่บ้านเป็นเขตเลือกตั้ง ทั้งที่หมู่บ้านเป็นการปกครองพื้นที่โดยกระทรวงมหาดไทย มีการสั่งการผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน
“ในส่วนนี้ไม่เห็นด้วย เพราะเป็นการปกครองท้องที่ ไม่ใช่ท้องถิ่น ผ่านผู้ว่าฯ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทำให้ความสนใจของประชาชนที่มีต่อ อบต. ค่อนข้างมีน้อย จากอำนาจของท้องถิ่นที่ไม่สมบูรณ์ในการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ไม่สามารถทำอะไรได้มาก เช่น ความเดือดร้อนเรื่องการศึกษาในพื้นที่ เพราะไม่ได้สังกัด อบต. แต่อยู่ภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ หรือด้านสวัสดิการที่ประชาชนได้รับ ทำไม่ได้เต็มที่ ขึ้นอยู่กับกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ก็ขึ้นกับกระทรวงสาธารณสุข เป็นการกระจายอำนาจที่ไม่สมบูรณ์”
นอกจากนี้ด้วยพื้นที่ของ อบต.บางแห่งอยู่ในเขตโรงงาน และมีหมู่บ้านจัดสรรจำนวนมาก ได้มีการพัฒนาแบบปลอมๆ มีการตั้งห้างค้าปลีกไปทั่ว ทำให้มีรายได้จากการเก็บภาษีต่างๆ จนวัฒนธรรมความเป็นท้องถิ่นในพื้นที่หายไป กลายเป็นพัฒนาเมืองปลอม ขณะเดียวกัน อบต.รอบๆ กรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่ ซึ่งมีพื้นที่ต่อเนื่องกัน จะมีผลทั้งในเชิงลบและบวก ในการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องกับ อบจ.และเทศบาล จะต้องมีการพัฒนาเมืองที่เชื่อมโยงกัน แต่ไม่สามารถทำได้ เพราะกระจายอำนาจไม่เท่ากัน หรือเกิดปัญหาอำนาจหน้าที่ไม่เชื่อมต่อกัน ทำให้การพัฒนาเมืองและโครงสร้างพื้นฐานไม่เท่ากัน
...
ส่วนกรณีคณะก้าวหน้าส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง อบต.ทุกภูมิภาค เพราะต้องการให้ฐานมั่นคงแข็งแรง จึงมุ่งการเมืองระดับท้องถิ่น เพราะที่ผ่านมาก่อนพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบพรรค ได้ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งปี 2562 จนได้คะแนนเสียงเป็นอันดับ 3 แต่ความสำเร็จได้จากระบบบัญชีรายชื่อ จากกระแสการเมืองระดับชาติในขณะนั้น จึงต้องสร้างฐานระดับพื้นที่ในนามคณะก้าวหน้า ซึ่งก็คือพรรคก้าวไกล และมีนโยบายพรรคเน้นการแก้ปัญหาให้กับประชาชนในท้องถิ่น
ผู้สมัครต่อสู้ดุเดือด ทำไมผู้ใช้สิทธิ์เงียบเหงา
ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง อบต. อาจมีการหาเสียงอยู่บ้างในระดับพื้นที่ ทั้งๆที่เป็นการเลือกตั้งครั้งใหญ่ จากจำนวน อบต. 5,300 แห่งทั่วประเทศ และมีผู้สมัครมากถึง 136,250 คน แต่กลับได้รับความสนใจจากผู้คนน้อยมาก เพราะเป็นการกระจายอำนาจแค่กระบวนการ และด้วยเหตุนี้ทำให้คนมองว่า อบต.ไม่เกี่ยวข้องกับประชาชนมากนัก
“คิดว่าบางพื้นที่อาจคึกคัก มีการต่อสู้ระหว่างผู้สมัครด้วยกัน เพื่อให้ได้ 1 คะแนนเสียง 1 ความหมาย หากมีความเข้มข้นมาก อาจเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง แต่ในแง่ของผู้ใช้สิทธิ์ อาจไม่คึกคัก เพราะโอกาสจะกลับภูมิลำเนามาเลือกตั้งคงน้อยมาก ถ้าไม่ใช่ญาติพี่น้องตัวเอง หรือแม้จะบอกว่าการเลือกตั้ง ต้องไม่มีการซื้อเสียง แต่เพื่อให้ได้คะแนน ก็ต้องมีบ้าง”.
...
ผู้เขียน : ปูรณิมา